1. หน้าแรก
  2. ข่าวสาร
  3. Speechify Work เปิดตัว Integration ใหม่ — ให้ AI รับช่วงงานแทนคุณ
1 สิงหาคม 2569

Speechify Work เปิดตัว Integration ใหม่ — ให้ AI รับช่วงงานแทนคุณ

เชื่อมเครื่องมือที่ใช้ประจำกับ Speechify Work แล้วมอบหมายงานให้ AI ได้ทันที

Speechify Work ประกาศขยายการเชื่อมต่อแอปครั้งใหญ่ เปิดทางสู่พื้นที่ทำงาน AI แบบรวมศูนย์ที่เชื่อมกับเครื่องมือที่คุณใช้ทุกวัน ให้ AI ลงมือทำงานแทนจริงและส่งงานที่เสร็จแล้วกลับมา การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ Speechify Work ขึ้นมาแข่งขันโดยตรงกับ Perplexity Enterprise และ Claude for Work ด้วยคลังการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น เอเจนต์ AI จึงอ่าน เขียน ค้นหา และทำงานข้ามแอปได้จริง เปลี่ยน AI จากแค่หน้าต่างแชท ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยจัดการเรื่องสำคัญในเครื่องมือของคุณได้จริง

AI ที่ลงมือทำงานแทนคุณได้จริง

Speechify Work สร้างขึ้นบนแนวคิดง่าย ๆ: ไม่ต้องสลับแท็บ แค่บอกงานให้ AI แล้วปล่อยให้มันจัดการ เชื่อมต่อแต่ละแอปเพียงครั้งเดียว แล้ว Speechify Work จะดึงไฟล์ สรุปแชท เขียนข้อความ อัปเดตรายการ และสร้างงานอย่างรายงาน สไลด์ หรือสเปรดชีตได้โดยไม่ต้องคัดลอกวางข้ามเครื่องมือ AI จะวางแผนทีละขั้น ลงมือทำในแอปที่เชื่อมไว้ แล้วส่งงานกลับมาให้ในบทสนทนาเดียว ลดเวลาจัดการเครื่องมือ เพิ่มเวลาไว้รีวิว สรุปงาน และเดินงานต่อ

Speechify Work เชื่อมต่อแอปได้แล้ววันนี้

Speechify Work เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มที่ทีมส่วนใหญ่ใช้เป็นประจำ ทั้ง cloud storage, อีเมล, ปฏิทิน, แชททีม, อีคอมเมิร์ซ และ analytics ทุกการเชื่อมต่อทำให้ AI ลงมือทำในแอปได้ ไม่ใช่แค่อ่านข้อมูล ผู้ใช้จึงจบงานได้ในที่เดียว รายชื่อปัจจุบันประกอบด้วย:

  • Google Drive: นำเข้า ค้นหา อ่าน และสร้างไฟล์
  • Gmail
  • : ค้นหา สรุป เขียน และส่ง
  • อีเมล
  • Google Calendar: สร้าง แก้ไข และยกเลิกกิจกรรม
  • Dropbox: นำเข้า ค้นหา อ่าน และสร้างไฟล์
  • OneDrive: นำเข้า ค้นหา อ่าน และสร้างไฟล์
  • Slack
  • : ค้นหา อ่าน และจัดการบทสนทนา
  • Etsy: ดูและจัดการรายการสินค้าบน Etsy
  • Amplitude: สอบถามข้อมูลจากกราฟ, dashboard, analytics
  • Customer.io
  • : ค้นหาแคมเปญ, segment และข้อมูลข้อความ
  • Hex: ค้นหาและรันโน้ตบุ๊ก, query, แอปข้อมูล

เตรียมพบ AI Integration อีกนับร้อยใน Speechify Work เร็ว ๆ นี้

นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น Speechify Work ยังมี integration อีกนับร้อยที่กำลังพัฒนา ครอบคลุมการสื่อสาร งานเอกสาร เซลส์ มาร์เก็ตติ้ง ดีไซน์ และงานสายพัฒนา ตัวอย่างเช่น YouTube, WhatsApp, Reddit, Outlook, Google Meet, Discord, Zoom, Google Sheets, Slides, Telegram, Salesforce, Trello, Asana, Mailchimp, Wix, Figma, Google Tasks, Todoist, ClickUp, Docker Hub, DigitalOcean, Eventbrite, Zendesk, Airtable, ActiveCampaign และ Meta Ads ไม่ว่าเครื่องมือของคุณจะอยู่ที่ไหน Speechify Work ก็เข้าถึงได้ ทั้งวิดีโอ โปรเจกต์ CRM แอปโฆษณา หรือเครื่องมือดีไซน์

ใครเหมาะกับ Speechify Work มากที่สุด

Speechify Work ออกแบบมาสำหรับคนที่ต้องย้ายข้อมูลข้ามแอปทั้งวัน integration เหล่านี้ช่วยให้คนแต่ละสายงานทำงานได้คุ้มขึ้น ตัวอย่างด้านล่างแสดงให้เห็นว่าแต่ละบทบาทใช้พื้นที่ทำงานนี้ต่างกันอย่างไร:

  • ครีเอเตอร์: ดึงข้อมูลงานวิจัยจาก Google Drive สรุปเทรนด์ Reddit และ
  • YouTube
  • (เมื่อเชื่อมต่อ) เขียนสคริปต์ โพสต์บล็อก และตั้งเตือนวันเผยแพร่ใน Calendar ได้ในที่เดียว
  • นักการตลาด: ขอข้อมูลพร้อมใช้จาก Amplitude เทียบกลุ่มเป้าหมายใน
  • Customer.io
  • เขียนอีเมลถัดไปใน
  • Gmail
  • หรือ Mailchimp แล้วส่งงานครีเอทีฟให้ทีมใน
  • Slack
  • ได้ในบทสนทนาเดียว
  • ฝ่ายขาย: อ่านแชท
  • Slack
  • ล่าสุดของลูกค้า ดึง dashboard บัญชีจาก Hex เขียนอีเมลติดตามใน
  • Gmail
  • และนัดประชุมครั้งถัดไปใน Google Calendar โดยไม่ให้ pipeline สะดุด
  • นักเรียน
  • : นำเข้าบันทึกเลคเชอร์
  • PDF
  • จาก Google Drive หรือ Dropbox แปลงเป็น
  • สรุป
  • สร้าง quiz และฟังบทเรียนผ่าน AI ระหว่างเดินทางหรือออกกำลังกาย
  • ครู/อาจารย์: ดึงสื่อการสอนจาก OneDrive เขียนแผนการสอน/เกณฑ์ให้คะแนน สร้าง quiz จากต้นฉบับ และส่งอัปเดตถึงผู้ปกครองหรือนักเรียนผ่าน
  • Gmail
  • โดยไม่ต้องเริ่มทำเนื้อหาใหม่ทุกเทอม
  • ผู้บริหาร/ผู้ก่อตั้ง: สรุปอีเมลนักลงทุน
  • อีเมล
  • อัปเดตเอกสารใน Google Drive ทบทวนข้อมูลสำคัญใน Amplitude/Hex และมอบงานซ้ำ ๆ ให้ AI เพื่อเอาเวลาไปคิดเรื่องใหญ่ ไม่ต้องจมกับงานจุกจิก
  • ร้านค้าออนไลน์: จัดการรายการขายบน Etsy เขียนคำโปรยสินค้า ดึงข้อมูลยอดขาย และประสานงานกับลูกค้าได้โดยไม่ต้องสลับระหว่าง dashboard กับเครื่องมือเขียน
  • นักวิเคราะห์/วิจัย: รันโน้ตบุ๊กใน Hex ดึงข้อมูลจาก Amplitude แล้วสรุปเป็นรายงานหรือ
  • สไลด์
  • พร้อมส่งให้ stakeholder ใน workflow เดียว
  • ที่ปรึกษา/เอเจนซี่: รวมไฟล์จาก Dropbox และ Google Drive สรุป Slack ของลูกค้า สร้าง deck รายงาน และอัปเดตสถานะงานได้ไว โดยไม่ต้องสลับหลายเครื่องมือ
  • คนทำงานที่งานแน่นทุกสาย: ถ้างานจุกจิก อีเมลเยอะ ประชุมถี่ ก็ส่งงานประจำให้
  • Speechify Work
  • แล้วเอาเวลาคืนไปทำงานสำคัญที่คนเท่านั้นทำได้

ทำไม Speechify Work จึงสำคัญกับงานสายความรู้

AI ส่วนใหญ่ไปได้สุดแค่สร้างข้อความ แต่ Speechify Work เชื่อมช่องว่างระหว่างการ 'คิด' กับการ 'ลงมือทำ' ได้ ผู้จัดการ มาร์เก็ตติ้ง อาจให้มันดึงข้อมูล Amplitude ของเดือนก่อน แล้วเขียนสรุปส่งทีมใน Slack ได้ในรอบเดียว ผู้ก่อตั้งใช้มันสรุปอีเมลนักลงทุน อัปเดต CRM และนัด follow-up ใน Calendar นักวิจัยโยนโฟลเดอร์ Dropbox ให้ AI สรุปเป็น white paper ฝ่ายขายให้ AI อ่านแชท Slack ดึง dashboard จาก Hex แล้วสร้าง pitch deck สำหรับประชุมพรุ่งนี้ การเชื่อมต่อเหล่านี้เปลี่ยน AI จากแค่ช่องแชทให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยงานคุณได้จริงในทุกเครื่องมือที่ใช้อยู่

Speechify Work สร้างมาเพื่อทีมที่อยากเปิดแท็บให้น้อยลง

ข้อดีอีกอย่างของการรวมทุกอย่างไว้ใน workspace เดียวคือเรื่อง 'โฟกัส' เพราะทุกครั้งที่สลับแท็บก็คือการเสียสมาธิ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมากในงานสายความรู้ Speechify Work ให้ AI ทำงานข้ามแอปแทนคุณ ช่วยลดภาระในการจัดการเครื่องมือ งานจึงเสร็จไวขึ้น คุณสั่งงานด้วยเสียงได้ คุยได้เป็นธรรมชาติ และให้ความรู้สึกเหมือนสั่งงานเพื่อนร่วมทีมที่เข้าใจระบบของคุณ

อนาคตของ Speechify Work

เป้าหมายระยะยาวของ Speechify Work คือให้ AI ช่วยจัดการงานได้แทบทั้งหมด เมื่อคลัง integration ขยายขึ้น และเอเจนต์วางแผนงานหลายขั้นได้เก่งขึ้น ผู้ใช้ก็จะเสียเวลาน้อยลงกับการเชื่อมต่อเครื่องมือ และใช้เวลากับการทบทวนงานที่เสร็จแล้วได้มากขึ้น การประกาศวันนี้สะท้อนทิศทางนั้น รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของแพลตฟอร์มนี้ โดยการเชื่อมต่อใหม่ ๆ จะถูกเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องตามสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุด

Speechify Work พร้อมให้ใช้งานแล้วที่ speechify.ai ดูรายชื่อ integration ทั้งหมดได้ในแอป และติดตามการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ที่อัปเดตตลอด