PDF เป็นไฟล์ที่พบได้ทั่วไปทั้งในการทำงานและการเรียน ตั้งแต่งานวิจัย สัญญากฎหมาย หนังสือเรียน ใบแจ้งหนี้ ไปจนถึงคู่มือสินค้า แต่หลายคนมักอ่านไม่จบ โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงช่วยแก้ปัญหานี้ได้ โดยเปลี่ยนข้อความใน PDF ให้เป็นเสียงพูดที่ฟังเป็นธรรมชาติ คุณจึงฟังผ่านมือถือ แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตได้อย่างสะดวกโดยแทบไม่ต้องใช้สายตาหรือมือ Speechify คือหนึ่งในโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงยอดนิยมบนมือถือ รองรับทั้งข้อความดิจิทัลและข้อความจากเอกสารจริงทุกชนิด เช่น Google Docs งานการบ้าน บทความ อีเมล และหน้ากระดาษที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ

สรุปสั้น ๆ
โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ หากต้องการใช้ฟรี Microsoft Edge Read Aloud และ Adobe Acrobat Reader Read Out Loud ก็อ่าน PDF ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าต้องการเสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุด ฟังได้เร็ว หรือสแกนหน้ากระดาษด้วยมือถือ Speechify คือทางเลือกที่ครบเครื่องที่สุด ขณะที่ NaturalReader และ ElevenReader ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงทำอะไรได้บ้าง?
โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง หรือที่เรียกว่า PDF voice reader หรือแอป text to speech สำหรับ PDF จะใช้ AI ดึงข้อความใน PDF ออกมาแล้วแปลงเป็นเสียงที่ฟังคล้ายเสียงมนุษย์ โดยหลัก ๆ มี 3 ขั้นตอนคือ ดึงข้อความออกมา (เช่น เนื้อหา หัวข้อ และคำอธิบายภาพ) ส่งเข้าสู่ระบบ text to speech เพื่อแปลงเป็นเสียง แล้วเล่นผ่านลำโพงหรือหูฟัง โปรแกรมที่ดีควรรองรับ PDF แบบสแกนหรือไฟล์ภาพด้วย OCR เช่นเดียวกับ Speechify ที่อ่านได้ทั้งหน้ากระดาษจริง ภาพหน้าจอ และโน้ตลายมือ นอกเหนือจากไฟล์ PDF ปกติ
ทำไมควรใช้โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงบนมือถือ?
ทุกวันนี้การอ่านย้ายมาอยู่บนมือถือมากขึ้น รายงาน WebAIM Screen Reader User Survey #10 พบว่า 91.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอบนอุปกรณ์พกพา ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการอ่านแบบฟังเกิดขึ้นบนโซฟา บนรถไฟ ที่ฟิตเนส หรือระหว่างเดินทาง ดังนั้นเครื่องมือที่ดีจึงควรออกแบบมาเพื่อมือถือเป็นหลัก มีแอป iOS และ Android ที่เล่นเสียงต่อได้แม้จอล็อก จดจำตำแหน่งข้ามอุปกรณ์ และให้คุณถ่ายภาพหน้ากระดาษได้เมื่อ PDF ไม่ได้เป็นไฟล์ดิจิทัล
ใครบ้างที่ได้ประโยชน์จากโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง?
กลุ่มผู้ใช้กว้างกว่าที่หลายคนคิด นักเรียน สามารถฟังหนังสือระหว่างเดินทาง ทนายความและนักวิเคราะห์ฟังเอกสารคดีหรือบทสรุประหว่างทำอาหาร ผู้เรียนด้วยการฟัง (auditory learners) มักจดจำเนื้อหาได้ดีกว่าเมื่อได้ยินมากกว่าอ่าน ผู้ที่มี ดิสเล็กเซีย ADHD สายตาเลือนราง หรือรู้สึกล้าตา ก็เข้าถึงเนื้อหาเดียวกันได้อย่างครบถ้วน รวมถึงคนทำงานที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเปลี่ยน PDF ในอีเมลให้กลายเป็นพอดแคสต์ส่วนตัวระหว่างเดินทาง
ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมีในโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง
ก่อนตัดสินใจเลือก ควรรู้ว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงต่างจากโปรแกรมทั่วไป คุณภาพเสียงสำคัญมาก เพราะถ้าเสียงแข็งหรือเป็นหุ่นยนต์เกินไป ฟังไม่นานก็ล้า การปรับความเร็วก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มักฟังที่ 1.5x หรือ 2x เมื่อเริ่มคุ้น อีกอย่างที่ควรมองหาคือ OCR สำหรับไฟล์สแกนหรือไฟล์ภาพ การใช้งานแบบออฟไลน์ การซิงค์ข้ามอุปกรณ์ การรองรับหลายฟอร์แมต เช่น PDF, DOCX, EPUB, TXT, เว็บ รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครื่องมือที่ใช้อยู่แล้ว เช่น Chrome Gmail Google Docs และ Adobe Acrobat
โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่ดีที่สุด
ไม่ว่าคุณจะอ่านงานการบ้าน เปิด PDF หลายไฟล์ ทำงานบน Google Docs ตรวจบทความยาว หรือแปลงหน้าหนังสือจริงเป็นเสียงด้วยกล้องมือถือ โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่ดีจะเปลี่ยนการอ่านให้กลายเป็นการฟังได้ทุกที่ ด้านล่างนี้คือสรุปและรีวิวโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่เหมาะกับการใช้งานบนมือถือ
1. Speechify
Speechify โดดเด่นที่สุด เพราะไม่ได้มีไว้แค่อ่าน PDF ให้ฟังเท่านั้น ทุกวันนี้ Speechify ขยายเป็นแพลตฟอร์ม Voice AI แบบครบวงจร มี Voice AI Assistant พิมพ์ด้วยเสียง ฟังก์ชันค้นหาคำตอบอย่างรวดเร็ว และ Text to Speech ที่ล้ำหน้าที่สุดในตลาด แอปที่อ่าน PDF ของคุณยังช่วยร่างอีเมล รับ คำสั่งเสียง และตอบคำถามจากไฟล์ที่คุณเพิ่งฟังได้อีกด้วย เสียงสมจริงมีให้เลือกหลายสิบภาษา ทั้งเสียงคนจริงและเสียงคนดังแบบ AI ฟังได้เร็วสูงสุด 4.5x เหมาะสำหรับ นักเรียน และคนทำงานที่อยากใช้เวลาอ่านให้คุ้มขึ้น
ในด้านไฟล์ Speechify รองรับ PDF, ไฟล์ Word, Google Docs, Epub, ข้อความล้วน, เว็บ บทความ และภาพหน้ากระดาษจริงที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ จึงครอบคลุมตั้งแต่งานเรียน หนังสือสแกน ไปจนถึงเอกสารถ่ายภาพ ใช้งานได้บน iPhone, iPad, Android, Mac, Windows, Chrome extension และเว็บ เวอร์ชันฟรีอ่าน PDF ได้ด้วย 10 เสียงพื้นฐานที่ความเร็ว 1.5x (บน iPhone เก็บไฟล์ได้ 5 รายการ) ส่วนพรีเมียมราคา $139 ต่อปี (ประมาณ $11.58/เดือน) หรือ $29 ต่อเดือน เพิ่มเสียงสมจริงกว่า 1,000 แบบ ความเร็ว 4.5x การสแกนกระดาษจริง และ AI Assistant ดู รายละเอียดเวอร์ชันฟรี
2. NaturalReader
NaturalReader อยู่ในวงการ text to speech มาตั้งแต่ปี 2006 และมีผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านคน ได้รับความนิยมอย่างมากในแวดวงการศึกษา การเข้าถึง และองค์กร มีเสียง AI มากกว่า 200 เสียงใน 40-90+ ภาษา จุดเด่นของแอปคือ content-aware delivery ที่ปรับการอ่านตามประเภทเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อ คำอธิบาย หรือเนื้อหาหลัก รองรับการอัปโหลด PDF ไฟล์ Word อีบุ๊ก และภาพถ่าย พร้อม OCR สำหรับสแกนหนังสือหรือใบงานจริง จึงเป็นอีกเหตุผลที่ นักเรียน จำนวนมากเลือกใช้
ใช้งานได้บนเว็บ ส่วนขยาย Chrome, iOS และ Android มีฟีเจอร์ปรับการออกเสียงสำหรับคำยาก ฟิลเตอร์ข้ามหัวกระดาษ-ท้ายกระดาษอัตโนมัติ และแพ็กเกจเชิงพาณิชย์สำหรับครีเอเตอร์ เริ่มใช้ฟรีได้ และอัปเกรดเป็น Plus ที่ประมาณ $20.90/เดือนสำหรับใช้ส่วนตัว หรือเลือกแพ็กเกจการศึกษาและองค์กรได้
3. ElevenReader
ElevenReader คือแอปอ่านออกเสียงจาก ElevenLabs รองรับเว็บ iPhone และ Android เสียงของแอปนี้ถือว่าสมจริงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง สามารถอ่าน PDF อีบุ๊ก และบทความ ใช้ฟรีได้ 10 ชั่วโมงต่อเดือนจากเนื้อหาของคุณเอง ส่วน Ultra plan ราคา $8.25/เดือน (ชำระรายปี) หากคุณให้ความสำคัญกับความสมจริงของเสียงเป็นพิเศษ ตัวนี้ถือว่าน่าสนใจมาก
4. Microsoft Edge Read Aloud
Microsoft Edge มีระบบ Read Aloud ในตัวแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงเปิดไฟล์ PDF ใน Edge คลิกขวาแล้วเลือก Read aloud โปรแกรมจะไฮไลต์คำไปพร้อมกับอ่านด้วยเสียงที่ฟังค่อนข้างเป็นธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ Windows หรือ Mac ที่ต้องการตัวเลือกฟรีและใช้งานง่าย
5. eReader Prestigio
eReader Prestigio เหมาะกับผู้ใช้ Android ที่ต้องการแอปอ่านอีบุ๊กขนาดเบาซึ่งรองรับ PDF แบบอ่านออกเสียง แอปฟรี (มีซื้อในแอป) รองรับมากกว่า 25 ภาษา เปิดได้ทั้ง EPUB, PDF, DJVU, TXT, MOBI, HTML, FB2, DOC, RTF และ MP3 audiobooks สำหรับคนที่ต้องการทั้งการอ่านและการฟัง ฟีเจอร์ Text to speech ใช้งานได้หลายภาษาโดยอาศัยเสียงที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง
Prestigio ยังมีร้านอีบุ๊กของตัวเอง (50,000+ เล่ม) ซิงค์ไลบรารีกับ Google Drive, OneDrive, Dropbox อินเทอร์เฟซเป็น Material Design มีโหมดกลางคืน พจนานุกรม ธีมชั้นวางหนังสือ และวิดเจ็ตหน้าจอหลัก ข้อจำกัดหลักคือใช้ได้เฉพาะ Android ดังนั้นผู้ใช้ iPhone อาจเหมาะกับแอปที่รองรับหลายแพลตฟอร์มมากกว่า
6. TTSReader
TTSReader เป็นแอปที่เน้นใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ และกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือ text to speech ฟรีที่ยืดหยุ่นที่สุด รองรับกว่า 600 เสียงใน 90+ ภาษา จาก Microsoft, Google และ OpenAI ใช้ฟรีในระดับ WebSpeech โดยไม่ต้องสมัครบัญชี รองรับ PDF, DOCX, TXT, EPUB, URL หรือจะพิมพ์ข้อความลงใน editor แล้วฟังทันทีได้เช่นกัน
ผู้ใช้ขั้นสูงจะได้ฟีเจอร์อย่าง dictionary สำหรับการออกเสียง การสนทนาแบบหลายเสียง (เช่น audiobooks) และการส่งออก MP3 หรือ WAV เพื่อใช้เชิงพาณิชย์ TTSReader จึงเป็นตัวเลือกของ YouTuber และ Podcaster หลายคน ใช้งานได้ทั้งบนเว็บ iOS และ Chrome extension อย่างไรก็ตาม แอปบนมือถือยังตามหลังเวอร์ชันเว็บอยู่พอสมควร จึงเหมาะกับการฟังหนัก ๆ ผ่านเบราว์เซอร์มากกว่า
7. TextAloud
TextAloud จาก NextUp คือโปรแกรม Windows เดสก์ท็อป รุ่นเก๋าสำหรับอ่านเอกสารเป็นเสียงหรือบันทึกเป็นไฟล์ MP3 ฟังได้ทั้ง PDF, Word, อีเมล, หน้าเว็บ และรายงาน พร้อมบันทึกไปฟังต่อบนมือถือหรือแท็บเล็ต รองรับเสียงพรีเมียมจาก AT&T, Cepstral, NeoSpeech ในหลายภาษา เวอร์ชัน 4 มีอินเทอร์เฟซแบบแท็บ แถบเครื่องมือใหม่ และปรับแต่งได้มาก เหมาะกับคนที่ต้องอ่านเอกสารจำนวนมากทุกวัน
ด้วยการใช้เสียง SAPI และเวิร์กโฟลว์แบบ เดสก์ท็อป TextAloud จึงเหมาะกับนักวิจัย นักเขียน และพนักงานออฟฟิศที่ทำงานบน PC และต้องการ text to speech ที่เสถียรในเครื่อง ซื้อขาดได้ และเพิ่มเสียงพรีเมียมภายหลังได้เช่นกัน
8. ReadSpeaker docReader
ReadSpeaker docReader เน้นกลุ่มองค์กร โรงเรียน และหน่วยงานที่ต้องการให้ PDF และเอกสารออนไลน์อื่น ๆ มีระบบอ่านออกเสียงผ่านเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม เป็นบริการคลาวด์ที่เพิ่มเสียงอ่านให้กับไฟล์ที่โฮสต์บนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มการเรียน และทำงานร่วมกับชุดผลิตภัณฑ์ ReadSpeaker เช่น webReader, TextAid และ API สำหรับนักพัฒนา
เพราะถูกสร้างมาเพื่อ การเข้าถึง และรองรับข้อกำหนดระดับองค์กร docReader จึงเหมาะกับมหาวิทยาลัย โรงเรียน หน่วยงานรัฐ และการอบรมในองค์กร ที่ต้องรองรับหลายภาษาและหลายเสียงภายในระบบเดียว ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถซื้อแยกได้ แต่คุณมักพบเครื่องมือนี้บนเว็บไซต์มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือ LMS ต่าง ๆ
9. Voice Aloud Reader
Voice Aloud Reader หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ @Voice เป็นแอป Android ที่เปิดให้ใช้งานมานาน สำหรับอ่านหน้าเว็บ PDF หนังสือ EPUB, FB2, ข้อความที่คัดลอกมา หรืออีเมล พร้อมไฮไลต์ข้อความหรือประโยคที่กำลังอ่าน รองรับไฟล์ LCP DRM ebooks ที่ซื้อจาก ebooks.com ได้ด้วย และใช้งานร่วมกับ TTS engine บน Android ได้ทั้งของ Google, Samsung หรือผู้พัฒนารายอื่น
แอปใช้งานฟรี และมีตัวเลือกพรีเมียมเพื่อนำโฆษณาออก สามารถติดตั้งผ่าน APK ได้แม้ไม่มี Google Play เหมาะกับผู้ใช้ Android ที่ต้องการโปรแกรมอ่านเน้นใช้งานจริงและใช้เสียงที่มีอยู่แล้วในเครื่อง
10. Balabolka
Balabolka คือเครื่องมือ text to speech ฟรีสำหรับ Windows ที่มักถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อเนกประสงค์ที่สุด ใช้เสียง SAPI 4.x/5.x หรือ speech platform ของ Microsoft ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่ถ้าอยากได้เสียงสมจริงยิ่งขึ้นก็สามารถซื้อเสียง SAPI แบบพรีเมียมมาเพิ่มได้
จุดเด่นของ Balabolka คือรองรับไฟล์หลากหลายมาก เช่น DOC, DOCX, RTF, ODT, PPT, PPTX, XLS, XLSX, EPUB, HTML, PDF, MOBI, AZW, AZW3, FB2, FB3, CHM, LIT, MD, TXT และยังส่งออกไฟล์เสียงเป็น MP3, WAV, OGG หรือ WMA ได้ ประมวลผลในเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ จึงเหมาะกับคนที่ใส่ใจความเป็นส่วนตัวและงานด้านการศึกษา
11. Adobe Acrobat Reader
ถ้า PDF คือไฟล์ที่คุณใช้บ่อย Adobe Acrobat Reader มีฟีเจอร์ Read Out Loud ที่ช่วยให้อ่านไฟล์ PDF เป็นเสียงผ่านเสียงของระบบปฏิบัติการได้ แม้เสียงอาจไม่สมจริงที่สุด แต่ก็ใช้ฟรี และหลายเครื่องมีติดตั้งไว้แล้วบน Windows และ macOS โดยไม่ต้องเพิ่มซอฟต์แวร์ เพียงเปิดใช้งานจากเมนู View
Acrobat Reader เหมาะกับการใช้งานเป็นครั้งคราวมากกว่าการฟังยาว ๆ เพราะตัวเลือกเสียงขึ้นอยู่กับ OS และไม่มีฟังก์ชันอย่าง เน้นข้อความ การปรับความเร็ว หรือการซิงค์ข้ามอุปกรณ์แบบแอปอ่านออกเสียงโดยเฉพาะ แต่ก็ยังเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้เมื่อคุณใช้งาน Acrobat อยู่แล้วและอยากฟังบางช่วงแบบเร่งด่วน
12. Speech Central
Speech Central ค่อย ๆ สร้างชื่อจนมียอดขายกว่า 20,000 ไลเซนส์ และได้รีวิว 4 ดาวขึ้นไปใน App Store กับ Microsoft Store เคยได้รับการเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแอป iOS ที่เข้าถึงได้ดีที่สุด และติด Best of 2014 ของ Microsoft จึงเป็นที่ยอมรับในวงการ การเข้าถึง ใช้งานได้บน iOS, macOS และ Windows
จุดเด่นอยู่ที่การอ่านบทความและข่าว รองรับ RSS และเชื่อมกับ Pocket พร้อมรองรับไฟล์เอกสาร สำนักงาน และอีบุ๊กได้ครอบคลุมมากในกลุ่มแอปอิสระ ใช้งานร่วมกับ iOS VoiceOver เชื่อมต่อ Bookshare และรองรับ 27 ภาษาที่ iOS มี text to speech เหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน การเข้าถึง อย่างจริงจัง
ทำไม Speechify ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดบนมือถือ
แม้จะมีตัวเลือกอยู่มาก แต่ทุกวันนี้การอ่านจำนวนมากเกิดขึ้นบนมือถือ Speechify จึงถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยตรง ไม่ได้อ่านได้แค่ PDF แต่ยังอ่าน Google Docs การบ้าน หนังสือเรียน บทความ อีเมล และเอกสารจริงที่ถ่ายด้วยกล้องได้ในแอปเดียว ครอบคลุมแทบทุกสถานการณ์ของนักเรียนและคนทำงาน รองรับความเร็วสูงสุด 4.5x และซิงค์ตำแหน่งการอ่านระหว่าง iPhone, แล็ปท็อป และ Chrome ถ้าคุณเน้นอ่านบนมือถือ Speechify คือทางลัดที่ช่วยให้คุณอ่านจบได้จริง
วิธีอ่าน PDF ด้วย Speechify
Speechify ใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอ่านผ่านเว็บไซต์ Chrome extension หรือแอปมือถือ ดูวิธีเริ่มต้นอ่าน PDF เป็นเสียงกับ Speechify ในแต่ละแบบได้ดังนี้
อ่าน PDF บนเว็บไซต์ Speechify
ถ้าไม่อยากติดตั้งแอปหรือ extension คุณก็ฟังคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ของ Speechify ได้ตามขั้นตอนนี้
- เปิดเบราว์เซอร์
- เว็บ
- และเข้า
- Speechify.com
- ลงชื่อเข้าใช้หรือสร้างบัญชีใหม่
- แตะ "ใหม่" ที่แถบด้านซ้าย
- คลิก "เอกสารในเครื่อง"
- อัปโหลดไฟล์
- หรือป้อนข้อความที่ต้องการแปลงเป็นเสียง
- ปรับเสียง ความเร็ว และค่าต่าง ๆ ตามต้องการ
- กดปุ่ม "เล่น" เพื่อฟัง Speechify อ่านเนื้อหาให้ฟัง
- เพลิดเพลินกับประสบการณ์การอ่านแบบเข้าถึงง่ายบน
- เว็บ
- ของคุณ
อ่าน PDF ผ่าน Speechify Chrome Extension
หากคุณใช้งาน Chrome เป็นประจำ ดูวิธีใช้ Speechify เพื่อฟังคอนเทนต์ทุกแบบได้อย่างง่ายดาย
- ติดตั้ง Speechify
- Chrome extension
- จาก
- Chrome
- Web
- Store
- คลิกไอคอน Speechify บนแถบเครื่องมือเบราว์เซอร์
- เข้าสู่ระบบหรือสร้างบัญชีใหม่
- เลือก
- หรือข้อความที่อยากให้อ่าน แล้วตั้งค่าเบื้องต้น
- กดปุ่ม "เล่น" บนป็อปอัป Speechify เพื่อเริ่ม
- text to speech
- ฟังเนื้อหาไปพร้อมกับท่อง
- เว็บ
- และปรับค่าต่าง ๆ ได้ทันที
อ่าน PDF ด้วยแอป Speechify
หากคุณชอบอ่านระหว่างเดินทาง ลองดูวิธีใช้แอป Speechify เพื่อฟังเนื้อหาทุกแบบแบบ อ่านออกเสียง
- ดาวน์โหลดแอป Speechify
- iOS
- หรือ
- Android
- จาก App Store หรือ Google Play
- เปิดแอปแล้วลงชื่อเข้าใช้หรือสมัครใหม่
- แตะ “เพิ่ม” จากแถบด้านล่าง
- เลือก “จากคอมพิวเตอร์”
- นำเข้า
- หรือวางข้อความลงในแอป
- ปรับเสียง AI ความเร็ว หรือฟีเจอร์อื่น ๆ ตามต้องการ
- แตะ “เล่น” เพื่อฟังเนื้อหาที่แปลงเป็นเสียง
- ใช้ฟังก์ชันเสริม เช่น
- เน้นข้อความ
- หรือเปลี่ยนเสียงอ่าน เพื่อให้การฟังมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น
ฟังอย่างอื่นนอกจาก PDF ได้ไหม?
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนที่มีงานอ่านจำนวนมาก คนทำงานที่ต้องเจอสัญญาและรายงาน หรือแค่อยากพักสายตา Speechify ช่วยเปลี่ยน PDF Google Docs บทความ หรือหน้ากระดาษจริงให้เป็นเสียงฟังได้ทุกที่ ทดลองใช้ฟรีบน เว็บ Chrome iOS หรือ Android แล้วดูว่างานอ่านของคุณจะเบาลงแค่ไหนเมื่อเปลี่ยนจากใช้ตาเป็นใช้หู
คำถามที่พบบ่อย
PDF audio reader คืออะไร?
PDF audio reader คือแอปที่ใช้ AI text to speech เพื่อแปลงข้อความใน PDF ให้เป็นเสียง คุณจึงฟังเอกสารแทนการอ่านได้ แอปชั้นนำอย่าง Speechify ยังรองรับ Google Docs บทความ งานการบ้าน และหน้ากระดาษจริงที่ถ่ายด้วยกล้องได้ด้วย
ฟัง PDF บนมือถือได้ไหม?
ได้ แอป Speechify สำหรับ iOS และ Android ถูกออกแบบมาเพื่อฟัง PDF บนมือถือโดยเฉพาะ เล่นเสียงเบื้องหลัง ฟังออฟไลน์ และซิงค์ข้ามอุปกรณ์ได้ คุณจึงฟังต่อบนอุปกรณ์ไหนก็ได้อย่างต่อเนื่อง
มี PDF audio reader ตัวไหนใช้ฟรีไหม?
มี Microsoft Edge Read Aloud และ Adobe Acrobat Reader Read Out Loud ใช้งานได้ฟรี NaturalReader มีเสียงฟรีแต่จำกัดชั่วโมง ElevenReader ให้ใช้ฟรี 10 ชั่วโมงต่อเดือน ส่วน Speechify มีเวอร์ชันฟรีสำหรับอ่าน PDF ด้วย 10 เสียงพื้นฐานที่ความเร็ว 1.5x และแบบพรีเมียมจะเพิ่มเสียงสมจริงพร้อมความเร็วสูงสุด 4.5x
โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงอ่าน PDF สแกนหรือภาพได้ไหม?
ได้ แต่ต้องรองรับ OCR โดย Speechify มี OCR ที่อ่านได้ทั้ง PDF แบบสแกน รูปถ่าย หรือกระดาษจริงที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ
Speechify อ่านไฟล์อื่นนอกจาก PDF ได้ไหม?
Speechify อ่านได้ทั้ง PDF, Google Docs, DOCX, TXT, EPUB, เว็บ บทความ อีเมล และข้อความที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ เรียกได้ว่ารองรับทั้งข้อความดิจิทัลและข้อความจากเอกสารจริง
ฟัง PDF ได้เร็วแค่ไหน?
ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักฟังที่ 1.5x ถึง 2x ส่วน Speechify Premium ฟังได้สูงสุด 4.5x (ประมาณ 900 คำ/นาที) ขณะที่เวอร์ชันฟรีฟังได้ถึง 1.5x และสามารถปรับความเร็วได้ตามต้องการระหว่างใช้งาน
โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงใช้แบบออฟไลน์ได้หรือไม่?
Speechify ฟังแบบออฟไลน์บนมือถือได้ เมื่อเพิ่มไฟล์เข้าไลบรารีแล้ว จึงสะดวกมากสำหรับเดินทาง อยู่บนเครื่องบิน หรือใช้งานในจุดที่สัญญาณไม่เสถียร
Speechify ใช้บน iPhone หรือ iPad ได้หรือไม่?
ได้ Speechify มีแอป iOS สำหรับ iPhone และ iPad รวมถึง Android Mac Windows ส่วนขยาย Chrome และ เว็บ ที่ซิงค์ผ่านบัญชีเดียวกัน
ใครได้ประโยชน์สูงสุดจาก PDF audio reader?
นักเรียน คนทำงาน ผู้เรียนด้วยการฟัง หรือผู้ที่มี ดิสเล็กเซีย ADHD หรือสายตาเลือนราง ล้วนเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด รวมถึงใครก็ตามที่อยากเปลี่ยนเวลาเดินทางหรือออกกำลังกายให้กลายเป็นเวลาอ่านหนังสือ
มือถือสำคัญแค่ไหนกับการอ่านด้วยเสียง?
สำคัญมาก เพราะนี่คือบริบทที่การอ่านเกิดขึ้นจริง 91.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจใช้ screen reader บนอุปกรณ์มือถือ (จาก WebAIM Screen Reader User Survey #10) จึงควรเลือก PDF audio reader ที่ออกแบบมาเพื่อมือถือเป็นหลัก เช่น Speechify ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่

