1. หน้าแรก
  2. PDF
  3. โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง
Updated on PDF

โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

PDF เป็นไฟล์ที่พบได้ทั่วไปทั้งในที่ทำงานและวงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย สัญญากฎหมาย ตำรา ใบแจ้งหนี้ หรือคู่มือผลิตภัณฑ์ และบ่อยครั้งก็เป็นไฟล์ที่หลายคนอ่านไม่จบ โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง ช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการแปลงข้อความใน PDF ให้เป็นเสียงพูดธรรมชาติคล้ายมนุษย์ คุณจึงฟังได้สะดวกจากโทรศัพท์ แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องจ้องหน้าจอ Speechify คือโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงยอดนิยมบนมือถือ ที่อ่านได้ทั้งไฟล์ดิจิทัลและเอกสารจริง รวมถึง Google Docs, งานบ้าน, บทความ, อีเมล และหน้าหนังสือที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือของคุณ

เปลี่ยน PDF เป็นหนังสือเสียงส่วนตัวของคุณ

โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงทำอะไรได้บ้าง?

โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง หรือที่เรียกว่า PDF Voice Reader หรือ แอปแปลงข้อความเป็นเสียง ใช้ AI ดึงข้อความออกจาก PDF และอ่านออกเสียงด้วยสำเนียงที่ฟังเป็นธรรมชาติ โดยมี 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ดึงข้อความออกมา (ทั้งเนื้อหา หัวข้อ และคำบรรยาย), ส่งข้อความผ่านระบบ แปลงข้อความเป็นเสียง และสตรีมเสียงไปยังลำโพงหรือหูฟัง แอปที่ดีจะรองรับทั้ง PDF แบบสแกนและแบบภาพด้วย OCR ทำให้ Speechify อ่านหน้ากระดาษจริง ภาพหน้าจอ หรือโน้ตลายมือ ได้เช่นเดียวกับไฟล์ PDF ดิจิทัล

ทำไมควรใช้โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงบนมือถือ?

ทุกวันนี้การอ่านย้ายมาอยู่บนมือถือแล้ว จากผลสำรวจ WebAIM Screen Reader User Survey #10 พบว่า 91.3% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้ screen reader บนอุปกรณ์พกพา ซึ่งสะท้อนว่าการอ่านด้วยการฟังเกิดขึ้นจริงที่บ้าน ระหว่างเดินทาง ระหว่างออกกำลังกาย หรือแม้แต่ตอนเดินเล่น โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง ที่ใช้ได้เฉพาะบนคอมพิวเตอร์จึงไม่ตอบโจทย์ เครื่องมือที่โดดเด่นในปี 2025 คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อมือถือ มีแอป iOS และ Android ที่เล่นเสียงต่อเนื่องได้แม้หน้าจอล็อก จดจำตำแหน่งที่อ่านค้างไว้ข้ามอุปกรณ์ และให้คุณสแกนหน้าเอกสารเพื่อฟังเสียงได้เมื่อ PDF ไม่ได้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล

ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์จากโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง?

กลุ่มผู้ใช้กว้างกว่าที่หลายคนคิด นักเรียน ใช้ฟังรายการอ่านระหว่างเดินทาง ทนายและนักวิเคราะห์ใช้ฟังไฟล์คดีระหว่างทำงานบ้าน ผู้เรียนที่ถนัดการฟังมักจดจำเนื้อหาได้ดีขึ้นเมื่อได้ฟัง ผู้ที่มี ดิสเล็กเซีย, สมาธิสั้น, สายตาไม่ดี หรือมีอาการล้าทางสายตา ก็เข้าถึงเอกสารและอ่านจบได้ง่ายขึ้น ส่วนมืออาชีพที่งานยุ่งก็ใช้เป็นตัวช่วย เปลี่ยน PDF ใน inbox ให้กลายเป็นรายการ podcast ส่วนตัวได้

คุณสมบัติสำคัญที่ควรมองหาในโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง

ก่อนเลือกใช้งาน ควรรู้ว่าอะไรที่ทำให้ โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง แตกต่างจากตัวเลือกทั่วไป ปัจจัยสำคัญที่สุดคือคุณภาพเสียง เพราะเสียงที่เป็นหุ่นยนต์ฟังนานๆ แล้วล้า ความสามารถในการปรับความเร็วก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มักฟังที่ 1.5x–2x เมื่อเริ่มคุ้นแล้ว นอกจากนี้ควรมองหา OCR สำหรับเอกสารสแกนหรือภาพ การฟังแบบออฟไลน์ระหว่างเดินทาง การซิงก์ข้ามอุปกรณ์เพื่อเริ่มฟังที่มือถือแล้วไปต่อบนแล็ปท็อป การรองรับไฟล์หลากหลาย เช่น PDF, DOCX, EPUB, TXT, หน้าเว็บ และการทำงานร่วมกับเครื่องมือที่ใช้ประจำอย่าง Chrome, Gmail, Google Docs และ Adobe Acrobat

โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่ดีที่สุดมีอะไรบ้าง

ไม่ว่าคุณจะกำลังเคลียร์งานบ้าน อ่านไฟล์ PDF กองโต แก้ไข Google Doc อ่านบทความยาว หรือเปลี่ยนหน้าหนังสือจริงเป็นเสียงด้วยกล้อง โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่ดีจะช่วยเปลี่ยนการอ่านให้เป็นการฟังได้ทุกที่ ด้านล่างคือสรุปโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่เหมาะกับการใช้งานบนมือถือ พร้อมบทวิเคราะห์ของแต่ละตัว

1. Speechify

Speechify เป็นตัวเลือกที่ครบที่สุดในลิสต์ เพราะทำได้มากกว่าแค่อ่าน PDF ออกเสียง Speechify พัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม Voice AI แบบครบวงจร พร้อม Voice AI Assistant, Voice Typing, Fast Answers และ Text to Speech ชั้นนำ แอปเดียวที่อ่านรายงาน PDF ให้คุณฟัง ก็สามารถร่างคำตอบ รองรับ การพิมพ์ด้วยเสียง และตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารที่เพิ่งฟังได้ด้วย มีเสียงหลากหลายในหลายสิบภาษา ตั้งแต่เสียงคนดังไปจนถึงเสียง AI ที่ฟังเป็นธรรมชาติ ปรับความเร็วได้ถึง 4.5x นักเรียนและมืออาชีพจำนวนมากจึงเลือก Speechify เพื่อย่นเวลาอ่านเนื้อหายาวๆ ให้สั้นลง

ในด้านไฟล์ Speechify รองรับ PDF, Word, Google Docs, EPUB, ข้อความธรรมดา, เว็บ, บทความ, หนังสือ Kindle และแม้แต่ภาพหน้ากระดาษจริงที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการบ้าน ตำราเรียน หรือเอกสารสแกน ก็เปลี่ยนเป็นเสียงให้ฟังได้ในไม่กี่วินาที ใช้งานได้บน iOS, Android, Chrome, Edge, Safari, Mac และ เว็บ โดยแอปมือถือออกแบบมาเพื่อการฟังระหว่างเดินทาง รองรับออฟไลน์ เล่นเสียงพื้นหลัง และวิดเจ็ตลอยสำหรับอ่านข้อความบนหน้าจอ เวอร์ชันฟรีก็ตอบโจทย์ผู้ใช้ส่วนใหญ่ ส่วน Premium จะปลดล็อกเสียงธรรมชาติระดับสูงสุด การใช้งานไม่จำกัด และ Voice AI Assistant

2. NaturalReader

NaturalReader อยู่ในวงการ แปลงข้อความเป็นเสียง มาตั้งแต่ปี 2006 และมีผู้ใช้มากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในภาคการศึกษา การเข้าถึง และองค์กร ปัจจุบันมีเสียง AI กว่า 200 แบบ ครอบคลุม 40 ถึง 90+ ภาษา จุดเด่นคือ content-aware delivery ที่ปรับโทนเสียงตามเนื้อหา เช่น หัวข้อหรือคำบรรยาย รองรับการอัปโหลด PDF, ไฟล์ Word, อีบุ๊ก และภาพ พร้อม OCR สำหรับสแกนภาพถ่ายตำราหรือการบ้านให้อ่านออกเสียงได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ นักเรียน นิยมใช้งาน

ใช้งานได้ผ่านเว็บ, ส่วนขยาย Chrome, iOS และ Android พร้อมตัวแก้การออกเสียงชื่อเฉพาะ ฟีเจอร์ AI สำหรับข้ามส่วนหัวและท้าย และมีไลเซนส์เชิงพาณิชย์สำหรับครีเอเตอร์ เริ่มใช้ฟรีและอัปเกรดเป็น Plus ได้ในราคาประมาณ $20.90/เดือน สำหรับใช้ส่วนตัว พร้อมแพ็กเกจสำหรับการศึกษาและธุรกิจ

3. eReader Prestigio

eReader Prestigio เหมาะมากหากคุณใช้ Android และต้องการแอปอ่านอีบุ๊กน้ำหนักเบาที่ใช้เป็นเครื่องเล่น PDF ด้วยเสียง ได้ แอปนี้ใช้ฟรีและมีการซื้อในแอป รองรับ 25+ ภาษาในอินเทอร์เฟซ เปิดไฟล์ได้หลากหลาย เช่น EPUB, PDF, DJVU, TXT, MOBI, HTML, FB2, DOC, RTF และ MP3 หนังสือเสียง สำหรับคนที่ต้องการทั้งข้อความและเสียงในแอปเดียว มี Text to Speech ให้เลือกหลายภาษา โดยอาศัยเสียงที่ติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์

Prestigio มีร้านหนังสือของตัวเองมากกว่า 50,000 เล่ม ซิงก์ไลบรารีกับ Google Drive, OneDrive และ Dropbox พร้อมอินเทอร์เฟซแบบ Material Design โหมดกลางคืน พจนานุกรม ธีมชั้นหนังสือ และวิดเจ็ตหน้าโฮม ข้อจำกัดหลักคือรองรับเฉพาะ Android ดังนั้นผู้ใช้ iPhone อาจต้องเลือกแอปข้ามแพลตฟอร์มแทน

4. TTSReader

TTSReader เป็นตัวเลือกบนเบราว์เซอร์ที่กำลังได้รับความนิยม จุดเด่นคือใช้งานฟรีและรองรับ แปลงข้อความเป็นเสียง ได้หลากหลายมาก พร้อมเสียงมากกว่า 600 แบบใน 90+ ภาษา จาก Microsoft, Google, OpenAI และยังใช้ฟรีในระดับ WebSpeech โดยไม่ต้องลงทะเบียน คุณสามารถลากไฟล์ PDF, DOCX, TXT, EPUB, URL หรือวางข้อความลงในกล่องเพื่อให้อ่านออกเสียงได้ทันที แม้ขณะพิมพ์อยู่

ผู้ใช้ระดับสูงจะได้เครื่องมือแก้การออกเสียง รองรับบทสนทนาหรือหนังสือเสียงหลายเสียง และส่งออกเป็น MP3 หรือ WAV พร้อมสิทธิ์ใช้งานเชิงพาณิชย์ จึงเหมาะกับ YouTuber และนักพอดแคสต์ มีทั้งเว็บ, iOS และ Chrome extension โดยมีแพ็กเกจ Premium, Premium Plus และแบบจ่ายตามการใช้งาน อย่างไรก็ตาม แอปมือถือยังมีฟีเจอร์น้อยกว่าเวอร์ชันเว็บ ผู้ใช้มืออาชีพจึงมักใช้งานผ่านเบราว์เซอร์

5. TextAloud

TextAloud จาก NextUp เป็นโปรแกรม Windows เดสก์ท็อป สำหรับแปลงเอกสารเป็นเสียงและไฟล์ MP3 แบบพกพา อ่าน PDF, Word, อีเมล, หน้าเว็บ และรายงาน แล้วบันทึกเป็นไฟล์ MP3 หรือ Windows Media เพื่อนำไปฟังต่อบนมือถือหรือแท็บเล็ตได้ รองรับเสียงพรีเมียมจาก AT&T, Cepstral และ NeoSpeech หลายภาษา เวอร์ชัน 4 มีระบบแท็บ แถบเครื่องมือใหม่ และปรับแต่งได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องอ่านเอกสารจำนวนมาก

ด้วยการทำงานบนระบบเสียง SAPI และรูปแบบ เดสก์ท็อป TextAloud จึงเหมาะกับนักวิจัย นักเขียน และพนักงานออฟฟิศที่ใช้ PC เป็นหลัก และต้องการเครื่องมือแปลงข้อความเป็นเสียงติดเครื่อง ซื้อขาดครั้งเดียว และเลือกซื้อเสียงเพิ่มได้

6. ReadSpeaker docReader

ReadSpeaker docReader ออกแบบมาสำหรับองค์กร สถาบันการศึกษา และธุรกิจที่ต้องการให้ PDF และเอกสารออนไลน์อ่านออกเสียงได้ทันทีจากเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้ง เป็นบริการคลาวด์ที่ใช้เสียงธรรมชาติอ่านเอกสารที่โฮสต์อยู่บนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์ม และทำงานร่วมกับชุดเครื่องมือของ ReadSpeaker เช่น webReader, TextAid และ speechCloud API สำหรับนักพัฒนา

ด้วยความที่เน้น การเข้าถึง และข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้จำนวนมาก docReader จึงเหมาะกับภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และการฝึกอบรมในองค์กรที่ต้องรองรับหลายภาษาและหลายเสียง ผู้ใช้ทั่วไปอาจสมัครโดยตรงไม่ได้ แต่จะพบได้บ่อยบนเว็บไซต์การศึกษา พอร์ทัลภาครัฐ และระบบเรียนออนไลน์ขององค์กร

7. Voice Aloud Reader

Voice Aloud Reader หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ @Voice เป็นแอป Android ยอดนิยมที่อ่านหน้าเว็บ, PDF, EPUB, FB2, ข้อความที่คัดลอก และอีเมล พร้อมไฮไลต์ข้อความระหว่างอ่าน รองรับอีบุ๊ก DRM ของ ebooks.com และใช้งานร่วมกับระบบ TTS ของ Android ได้ทั้งจาก Google, Samsung หรือเสียง third-party

แอปนี้มีให้ใช้ฟรี หรือซื้อไลเซนส์พรีเมียมเพื่อนำโฆษณาออก และยังสามารถ sideload ผ่านไฟล์ APK ได้หาก Play Store ไม่รองรับ เหมาะมากสำหรับผู้ใช้ Android ที่ต้องการโปรแกรมอ่านออกเสียงแบบตรงไปตรงมา และใช้งานกับเสียงมาตรฐานในเครื่องได้ทันที

8. Balabolka

Balabolka เป็นโปรแกรม แปลงข้อความเป็นเสียง ฟรีสำหรับ Windows ที่เป็นที่รู้จักจากฟีเจอร์อันหลากหลาย ใช้ Microsoft Speech API (SAPI 4.x, 5.x) และ Speech Platform ทั้งหมดที่ติดตั้งในระบบ ผู้ใช้จึงสามารถติดตั้งเสียงพรีเมียมเพิ่มเติมเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น

จุดเด่นของ Balabolka คือรองรับไฟล์หลากหลาย ทั้ง DOC, DOCX, RTF, ODT, PPT, PPTX, XLS, XLSX, EPUB, HTML, PDF, MOBI, AZW, AZW3, FB2, FB3, CHM, LIT, MD, TXT และส่งออกเสียงเป็น MP3, WAV, OGG, WMA ได้ ทำงานบนเครื่องโดยไม่ต้องใช้คลาวด์ จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและงานด้านการศึกษา

9. Adobe Acrobat Reader

ถ้า PDF คือไฟล์ที่คุณใช้งานเป็นประจำ Adobe Acrobat Reader ก็มีฟีเจอร์ Read Out Loud ในตัว ที่สามารถอ่าน PDF ที่รองรับการเข้าถึงผ่านเสียงของระบบปฏิบัติการได้ แม้เสียงจะไม่ได้สมจริงที่สุด แต่ก็ใช้ฟรี ใช้งานได้ทั้งบน Windows และ macOS และเปิดใช้ได้ทันทีจากเมนู View

Acrobat Reader เหมาะเป็นตัวเลือกสำรองมากกว่าตัวหลักสำหรับการฟังเนื้อหายาวๆ เพราะเสียงยังจำกัดตามสิ่งที่มีในระบบ และไม่มีฟีเจอร์อย่าง ไฮไลต์ ปรับความเร็ว หรือซิงก์ข้ามอุปกรณ์แบบที่โปรแกรมอ่านออกเสียงโดยเฉพาะมีให้ อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้เมื่อต้องการฟังบางย่อหน้าทันทีขณะเปิด Acrobat อยู่แล้ว

10. Speech Central

Speech Central ค่อยๆ สร้างชื่อเสียงด้วยยอดไลเซนส์กว่า 20,000 ชุด และคะแนนเฉลี่ยมากกว่า 4 ดาวใน App Store และ Microsoft Store ได้รับการเสนอชื่อเป็นแอป iOS ด้านการเข้าถึง และเคยติดอันดับ Best of 2014 ของ Microsoft จึงมีความน่าเชื่อถือสูงในชุมชน การเข้าถึง ใช้งานได้บน iOS, macOS และ Windows

จุดเด่นคือการอ่านข่าว บทความเว็บ RSS และการผสานกับ Pocket รวมถึงรองรับฟอร์แมตเอกสารออฟฟิศและอีบุ๊กได้หลากหลายมากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เข้าถึงได้เต็มรูปแบบผ่าน VoiceOver เชื่อมต่อกับห้องสมุดสำหรับผู้พิการทางสายตา Bookshare และทำงานกับ 27 ภาษาที่รองรับ แปลงข้อความเป็นเสียง บน iOS หากคุณให้ความสำคัญกับมาตรฐานการเข้าถึง แอปนี้ก็น่าลองมาก

เหตุผลที่ Speechify เด่นบนมือถือ

แม้จะมีตัวเลือกมากมาย แต่ในความเป็นจริงการอ่านจำนวนมากเกิดขึ้นบนมือถือ และ Speechify ก็ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ สามารถอ่านไฟล์ได้หลากหลาย ทั้ง Google Docs, งานบ้าน, ตำราเรียน, บทความ, อีเมล และเอกสารจริงที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ แอปเดียวจึงครอบคลุมงานอ่านในชีวิตประจำวันของทั้งนักเรียนและมืออาชีพ เล่นเสียงได้เร็วและลื่นไหลสูงสุดกว่า 4x ใช้เสียงที่ใกล้เคียงมนุษย์มาก และซิงก์ความคืบหน้าข้าม iPhone, แล็ปท็อป และ Chrome หากคุณอ่านเป็นหลักบนมือถือ Speechify คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณอ่านจบได้จริง

วิธีอ่าน PDF ด้วย Speechify

Speechify ใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะอ่านผ่านเว็บไซต์ Chrome extension หรือแอปมือถือ ต่อไปนี้คือวิธีใช้งานแต่ละแบบแบบทีละขั้นตอน

อ่าน PDF ออกเสียงผ่านเว็บไซต์ Speechify

หากไม่อยากดาวน์โหลดแอปหรือติดตั้งส่วนขยาย คุณก็สามารถฟังเนื้อหาได้ทันทีผ่าน Speechify บนเว็บ แค่ทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. เปิด
  2. เว็บ
  3. เบราว์เซอร์และไปที่
  4. Speechify.com
  5. เข้าสู่ระบบหรือสร้างบัญชีใหม่
  6. แตะ "ใหม่" ที่แถบเครื่องมือด้านซ้าย
  7. กด "Local Documents"
  8. อัปโหลด
  9. PDF
  10. หรือนำข้อความที่ต้องการมาแปลง
  11. ปรับแต่งเสียง ความเร็ว และตัวเลือกอื่นๆ
  12. คลิกปุ่ม "Play" เพื่อให้ Speechify อ่านออกเสียง
  13. เพลิดเพลินกับประสบการณ์การอ่านที่เข้าถึงง่ายผ่าน
  14. เว็บ
  15. เบราว์เซอร์ของคุณ

อ่าน PDF ออกเสียงด้วย Speechify Chrome Extension

ถ้าเบราว์เซอร์โปรดของคุณคือ Chrome ลองดูวิธีใช้ Speechify เพื่อฟังเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างสะดวก

  1. ติดตั้ง
  2. Speechify Chrome extension
  3. จาก
  4. Chrome
  5. Web
  6. Store
  7. คลิกไอคอน Speechify บนแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์
  8. เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
  9. เลือก
  10. PDF
  11. หรือข้อความที่ต้องการอ่าน แล้วตั้งค่าสำหรับการฟัง
  12. กดปุ่ม "Play" ในหน้าต่าง pop-up ของ Speechify เพื่อเริ่ม
  13. แปลงข้อความเป็นเสียง
  14. ฟังเนื้อหาที่อ่านออกเสียงไปพร้อมกับท่องเว็บ และปรับการตั้งค่าได้ตลอดเวลา

อ่าน PDF ออกเสียงด้วยแอป Speechify

ถ้าคุณชอบอ่านระหว่างเดินทาง ลองดูขั้นตอนการใช้แอป Speechify เพื่อฟังเนื้อหาต่างๆ แบบอ่านออกเสียง

  1. ดาวน์โหลดแอป Speechify สำหรับ
  2. iOS
  3. หรือ
  4. Android
  5. จาก App Store หรือ Google Play Store
  6. เปิดแอปแล้วเข้าสู่ระบบหรือสมัครใหม่
  7. แตะ "เพิ่ม" ที่แถบเครื่องมือด้านล่าง
  8. เลือก "จากคอมพิวเตอร์ของคุณ"
  9. นำเข้า
  10. PDF
  11. หรือคัดลอกข้อความใส่แอป
  12. ตั้งค่าเสียง AI ความเร็ว และตัวเลือกอื่นๆ ตามต้องการ
  13. แตะปุ่ม "Play" เพื่อเริ่มฟังเนื้อหาที่แปลงเป็นเสียง
  14. ใช้ฟีเจอร์เสริม เช่น
  15. ไฮไลต์
  16. หรือเปลี่ยนเสียง เพื่อประสบการณ์การอ่านที่โต้ตอบได้มากขึ้น

อ่านไฟล์อื่นนอกเหนือจาก PDF ได้ไหม?

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนที่ต้องอ่านหนังสือจำนวนมาก มืออาชีพที่ทำงานกับสัญญาและรายงาน หรือคนที่อยากพักสายตา Speechify สามารถเปลี่ยน PDF, Google Docs, บทความ หรือหน้ากระดาษจริงให้เป็นเสียง เพื่อให้คุณฟังได้ทุกที่ ลองใช้ฟรีได้ที่ เว็บ ใน Chrome หรือบน iOS และ Android แล้วคุณจะเห็นว่ารายการอ่านของคุณสั้นลงได้ เมื่อเปลี่ยนมาให้หูทำงานแทนตา

FAQ

PDF audio reader คืออะไร?

โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง คือแอปที่ใช้ AI แปลงข้อความเป็นเสียง เพื่อเปลี่ยนข้อความใน PDF ให้เป็นเสียงสำหรับฟังแทนการอ่าน รุ่นที่ดีที่สุด เช่น Speechify ยังอ่าน Google Docs, บทความ, งานบ้าน และหน้ากระดาษจริงได้ด้วย

ฟัง PDF บนโทรศัพท์ได้ไหม?

ได้แน่นอน แอป iOS และ Android ของ Speechify ออกแบบมาสำหรับการฟัง PDF บนมือถือ โดยรองรับการเล่นเสียงพื้นหลัง การฟังแบบออฟไลน์ และการซิงก์ข้ามอุปกรณ์เพื่อใช้งานต่อได้อย่างต่อเนื่อง

มีโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงฟรีไหม?

มีแน่นอน Speechify มีเวอร์ชันฟรีสำหรับอ่าน PDF และเอกสารต่างๆ ด้วยเสียงคุณภาพสูง ส่วน Premium จะปลดล็อกเสียง AI ที่สมจริงยิ่งขึ้น ความเร็วสูงสุด และการใช้งานไฟล์แบบไม่จำกัด

โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง อ่าน PDF แบบสแกนหรือเป็นภาพได้ไหม?

ได้ หากมี OCR ซึ่ง Speechify ก็มี OCR สำหรับ PDF ที่สแกน ภาพถ่ายเอกสาร และหน้ากระดาษที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ

Speechify อ่านไฟล์อะไรได้บ้างนอกจาก PDF?

Speechify อ่าน PDF, Google Docs, DOCX, TXT, EPUB, หน้าเว็บ, บทความ, อีเมล และข้อความบนเอกสารจริงที่สแกนหรือถ่ายด้วยกล้องมือถือได้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ดิจิทัลหรือเอกสารจริงก็ใช้งานได้ครบ

ฟัง PDF ได้เร็วแค่ไหน?

ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักฟังที่ 1.5x–2x แต่ Speechify ปรับความเร็วได้เกิน 4x สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และคุณสามารถปรับความเร็วได้ตลอดเวลา

ใช้โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงแบบออฟไลน์ได้หรือไม่?

Speechify รองรับการฟังแบบออฟไลน์บนมือถือหลังจากเพิ่มเอกสารลงในไลบรารีแล้ว จึงเหมาะสำหรับช่วงขึ้นเครื่อง เดินทาง หรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ

Speechify ใช้กับ iPhone และ iPad ได้ไหม?

ได้แน่นอน Speechify มีแอป iOS สำหรับ iPhone และ iPad แอป Mac ส่วนขยาย Chrome และ เว็บ ที่ใช้งานด้วยบัญชีเดียวกันทั้งหมด

ใครได้รับประโยชน์สูงสุดจากโปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียง?

นักเรียน, มืออาชีพ, ผู้เรียนด้วยการฟัง และผู้ที่มี ดิสเล็กเซีย, สมาธิสั้น หรือสายตาไม่ดี จะได้รับประโยชน์มากที่สุด รวมถึงทุกคนที่อยากเปลี่ยนเวลาระหว่างเดินทางหรือออกกำลังกายให้กลายเป็นเวลาอ่าน

ทำไมมือถือถึงมีความสำคัญกับการอ่านด้วยเสียง?

เพราะปัจจุบันผู้คนอ่านและฟังบนมือถือเป็นหลัก โดย 91.3% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้ screen reader บนมือถือ ตาม Web AIM Screen Reader User Survey #10 จึงทำให้โปรแกรมอ่าน PDF ด้วยเสียงที่ออกแบบมาเพื่อมือถืออย่าง Speechify เป็นตัวเลือกที่เหมาะอย่างยิ่งในตอนนี้

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม