1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. 5 ตัวเลือกแทน Adobe Acrobat
ผู้ช่วยเสียง AI

5 ตัวเลือกแทน Adobe Acrobat

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ในบทความนี้ เราจะพาไปสำรวจตัวเลือกที่แข็งแกร่งทั้งห้าตัวแทน Adobe Acrobat และอธิบายให้เห็นว่าแต่ละเครื่องมือมีจุดเด่นอะไรบ้างในการทำงานกับไฟล์ PDF, งานเอกสาร และ เวิร์กโฟลว์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเราจะเน้นให้เห็นว่า Speechify โดดเด่นกว่าเครื่องมืออื่น ๆ ด้วยการโฟกัสที่ปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียงและระบบ AI assistant เชิงสนทนา หากคุณต้องการอะไรมากกว่าแค่โปรแกรมดูหรือแก้ไข PDF ทั่วไป บทความเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกเครื่องมือที่ใช่ได้ง่ายขึ้น

Adobe Acrobat เป็นที่รู้จักในด้านการแก้ไขและใส่คำอธิบายประกอบ PDF อย่างครบถ้วน แต่ราคาค่าสมาชิกและฟีเจอร์ด้านเสียงที่ค่อนข้างจำกัดทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกอื่น บางเครื่องมือเน้นด้านการแก้ไขและการทำงานร่วมกัน ขณะที่บางเครื่องมือเน้นการฟัง, การเข้าถึง หรือเวิร์กโฟลว์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI การเลือกเครื่องมือที่เหมาะที่สุดจึงขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณจัดการเนื้อหาดิจิทัลในชีวิตประจำวัน

1. Speechify: เครื่องอ่าน PDF ด้วยเสียงและผู้ช่วย AI เชิงสนทนา

Speechify คือแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาโดยยึดเสียงเป็นหลัก สามารถอ่านไฟล์ PDF และไฟล์ข้อความอื่น ๆ ให้ฟัง, รองรับการแชทด้วยเสียง และผสานฟีเจอร์ การพิมพ์ด้วยเสียง สำหรับงานเขียน แตกต่างจาก Adobe Acrobat ที่เน้นการแก้ไขและทำงานผ่านหน้าจอเป็นหลัก Speechify ให้คุณฟัง, พูดคุย และโต้ตอบกับเนื้อหาโดยใช้เสียงเป็นศูนย์กลาง

Speechify เริ่มต้นจาก โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง และพัฒนาขึ้นมาเป็น AI assistant เชิงสนทนา โดยใช้โมเดลเสียงเฉพาะจาก Speechify AI Research Lab คุณสามารถนำเข้า PDF แล้วฟังเหมือนฟังหนังสือเสียง, ตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาด้วยเสียง และรับสรุปแบบพูดด้วยเสียง การโต้ตอบผ่านเสียงช่วยลดอาการล้าทางสายตาและสนับสนุน การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ขณะรับข้อมูล

ผู้ใช้จำนวนมากหันมาใช้ Speechify ไม่ได้แค่เพื่อฟัง แต่เพื่อมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างเต็มที่ คุณสามารถหยุดฟังชั่วคราว, ขอคำนิยามคำศัพท์ และใช้ การพิมพ์ด้วยเสียง เพื่อจดโน้ตหรือเขียนตอบกลับ ทำให้ Speechify ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกแทน Acrobat แต่กลายเป็นแพลตฟอร์ม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สำหรับสายงานที่เน้นการใช้เสียงอย่างแท้จริง

2. Foxit PDF Editor: เครื่องมือแก้ไข PDF น้ำหนักเบาสำหรับงานร่วมกัน

Foxit PDF Editor เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมแทน Adobe Acrobat สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไข PDF แบบครบเครื่องโดยไม่ต้องจ่ายราคา Adobe มาพร้อมฟีเจอร์สร้าง PDF, ใส่คำอธิบายประกอบ, กรอกฟอร์ม และทำงานร่วมกันที่อยู่ในระดับเดียวกับ Acrobat หลายธุรกิจนิยมเลือกใช้ Foxit เพราะรองรับการทำงานเป็นทีมและการเชื่อมต่อกับระบบจัดการเอกสารได้ดี

จุดแข็งของ Foxit อยู่ที่การแก้ไขและการจัดการเอกสารระดับมืออาชีพ รองรับการลงลายมือชื่อแบบปลอดภัย, ติดตามสถานะการรีวิว, และบีบอัดไฟล์ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ Adobe อินเทอร์เฟซหลักของ Foxit ยังเน้นการใช้งานผ่านหน้าจอเป็นหลัก ยังไม่มีฟีเจอร์ด้านเสียงหรือ AI เชิงสนทนาติดมาให้ในตัว

หากเป้าหมายหลักของคุณคือการแก้ไข PDF และจัดการเอกสาร Foxit ถือเป็นตัวเลือกที่แข็งแรง แต่ถ้าคุณต้องการปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียง, การฟัง และการโต้ตอบด้วย AI กับเนื้อหา Speechify จะมีความสามารถด้านนี้ที่ Foxit ยังไม่มี

3. PDF Expert: เครื่องมือ PDF สำหรับ Mac และ iOS โดยเฉพาะ

PDF Expert คือโปรแกรมอ่านและแก้ไข PDF สำหรับผู้ใช้ Mac และ iOS ที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับฟีเจอร์ใส่คำอธิบายประกอบ, กรอกฟอร์ม และจัดการเอกสาร อินเทอร์เฟซที่สะอาดตาช่วยให้ค้นหา เอกสาร และทำเครื่องหมายได้อย่างสะดวกทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ

จุดเด่นของ PDF Expert คือการนำทางแบบภาพที่ลื่นไหลและเครื่องมือใส่คำอธิบายประกอบที่รวดเร็ว ผสานการทำงานกับอุปกรณ์ Apple ได้ดีและซิงค์ข้ามอุปกรณ์ได้ง่าย ผู้ใช้ที่ชอบดีไซน์สไตล์ Apple มักประทับใจกับอินเทอร์เฟซที่รวดเร็วของ PDF Expert

อย่างไรก็ตาม PDF Expert ยังเน้นงานเอกสารในมุมมองแบบภาพเป็นหลัก ยังไม่มีฟีเจอร์อ่านข้อความเป็นเสียงหรือ AI เชิงสนทนาในตัว หากคุณอยากฟัง PDF หรือโต้ตอบกับเนื้อหาด้วยเสียง จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเสริม ซึ่ง Speechify เข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ด้วยเวิร์กโฟลว์แบบเน้นเสียง ให้คุณฟังเนื้อหาได้ทุกที่โดยไม่ต้องจ้องหน้าจอ

4. Kami: เครื่องมือใส่คำอธิบายและทำงานร่วมกันกับ PDF บนเบราว์เซอร์

Kami คือเครื่องมือจัดการ PDF บนเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมในวงการ การศึกษา รองรับการใส่คำอธิบายประกอบ, วาด, เพิ่มข้อความ และรีวิวงานร่วมกันในชั้นเรียนหรือทีมงาน เนื่องจากทำงานผ่านเบราว์เซอร์ Kami จึงใช้งานข้ามอุปกรณ์และแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมขนาดใหญ่

จุดแข็งของ Kami คือการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์และการมีส่วนร่วมในห้องเรียน ครูและนักเรียนสามารถใส่คำอธิบายลงบน เอกสาร พร้อมกัน, เพิ่มความคิดเห็น และไฮไลต์เนื้อหาสำคัญ พร้อมผสานการทำงานกับระบบอย่าง Google Classroom

อย่างไรก็ตาม Kami ก็ยังเน้นการทำงานกับภาพและหน้าจอเป็นหลัก ยังไม่มีระบบอ่านข้อความเป็นเสียงหรือ AI ด้านเสียง สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการฟัง, การเข้าถึง หรืออยากถามคำถามด้วยเสียง Speechify จึงเข้ามาตอบโจทย์ โดยให้คุณแปลง PDF เป็นเนื้อหาเสียง, ส่งคำถามด้วยเสียง และสร้าง สรุปเนื้อหา หรือคำอธิบายได้

5. NaturalReader: แอปอ่านออกเสียงข้อความที่เน้นการฟัง

NaturalReader เป็นโปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียงโดยเฉพาะ ใช้อ่านเอกสารให้ฟัง รองรับทั้ง PDF, ไฟล์ Word, เว็บไซต์ และ eBook พร้อมตัวเลือกเสียงธรรมดาและเสียง AI ระดับพรีเมียม หลายคนเลือกใช้ NaturalReader เพื่อช่วยด้านการฟังและแปลงข้อความเป็นไฟล์เสียง จุดเด่นหลักคือใช้งานเสียงได้ง่าย เพียงอัปโหลดเอกสาร กดเล่น แล้วนั่งฟังได้ทันที 

อย่างไรก็ตาม NaturalReader ถูกออกแบบมาให้เป็นตัวอ่านมากกว่าจะเป็นผู้ช่วย AI แบบโต้ตอบ ยังไม่มีฟีเจอร์ AI เชิงสนทนา, การแชทกับเอกสารด้วยเสียง หรือสรุปเนื้อหาแบบพูด ผู้ใช้จึงยังไม่สามารถถามคำถามเกี่ยวกับ PDF หรือขอคำอธิบายผ่านเสียงได้ รวมถึงไม่มีเครื่องมือช่วยเขียนอย่างการพิมพ์ด้วยเสียงให้ใช้งาน

Speechify ต่างจาก NaturalReader ตรงที่รวมทั้งการฟังและการโต้ตอบไว้ในที่เดียว ไม่ได้แค่เปิดข้อความให้ฟัง แต่ Speechify ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ฟังด้วยเสียง, ขอรับสรุป และโต้ตอบด้วยการพิมพ์ด้วยเสียง เปลี่ยนจากการฟังแบบรับอย่างเดียวมาเป็นการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเพียงการอ่านข้อความเป็นเสียงพื้นฐาน NaturalReader ก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าคุณอยากฟัง, พูดคุย, ถาม และจัดการเอกสารด้วยเสียงไปพร้อมกัน Speechify จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย AI เชิงสนทนาเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่โปรแกรมอ่านอย่างเดียว

เปรียบเทียบทางเลือกทั้ง 5

เวลามองหาทางเลือกแทน Adobe Acrobat ควรถามตัวเองก่อนว่าคุณต้องการอะไรที่สุดจากเวิร์กโฟลว์การทำงานเอกสาร หากคุณเน้นการแก้ไขและใส่คำอธิบายประกอบอย่างมืออาชีพ Foxit PDF Editor และ PDF Expert ก็ตอบโจทย์โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก Adobe

หากเป้าหมายหลักคือการทำงานร่วมกันและงานด้าน การศึกษา เครื่องมือบนเบราว์เซอร์อย่าง Kami จะให้ความยืดหยุ่นสูงและรองรับการใส่คำอธิบายแบบเรียลไทม์ได้ดี

จุดที่ทำให้ Speechify แตกต่าง คือการโฟกัสที่ปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียงและ AI เชิงสนทนา แทนที่จะแค่ดูหรือแก้ไขเอกสาร Speechify ให้คุณ ฟังเอกสารเหมือนฟังหนังสือเสียง, ตั้งคำถามผ่านเสียง และ โต้ตอบกับเนื้อหาโดยแทบไม่ต้องมองหน้าจอ ทำให้ Speechify ก้าวข้ามการเป็นแค่โปรแกรมอ่าน PDF ไปเป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้, การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในภาพรวม

ทำไม ‘เสียง’ จึงสำคัญ

กระบวนการทำงานเอกสารด้วยสายตาเป็นหลักครองพื้นที่มาหลายสิบปี แต่การฟังเป็นอีกมิติของการปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไป ผู้คนมักเข้าใจข้อมูลได้ไม่เหมือนกันเมื่อได้ยินเสียงพูด นักเรียนสามารถฟังบรรยายระหว่างเดินทาง มืออาชีพสามารถฟังรายงานระหว่างเดินทางไปทำงาน เครื่องมือแบบเสียงเป็นหลัก เช่น Speechify รองรับกรณีการใช้งานเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Speechify เติบโตจาก โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง มาสู่การเป็น AI assistant เชิงสนทนาอย่างเต็มรูปแบบ การมีโมเดลเสียงเฉพาะจาก AI Research Lab ภายในองค์กร ช่วยให้ Speechify ปรับแต่งคุณภาพเสียง, จังหวะ และประสบการณ์การโต้ตอบได้อย่างเหมาะสมที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่โปรแกรมแก้ไขหรือโปรแกรมดู PDF ทั่วไปไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นหัวใจหลัก

ควรเลือกเครื่องมือไหนดี?

เลือก Foxit PDF Editor หรือ PDF Expert หากคุณเน้นการแก้ไข ฟอร์ม และงานเอกสารระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องจ่ายในราคาของ Adobe

เลือก Kami หากคุณต้องการทำงานร่วมกันบนเบราว์เซอร์และเครื่องมือใส่คำอธิบายสไตล์ห้องเรียน

เลือก Read Aloud หรือส่วนขยายด้าน accessibility หากคุณต้องการฟังก์ชันอ่านข้อความเป็นเสียงแบบฟรีในเบราว์เซอร์

เลือก Speechify หากคุณต้องการฟัง PDF ตั้งคำถามด้วยเสียง รับสรุปด้วยเสียง และผสานเสียงเข้ากับชีวิตประจำวันของคุณ Speechify ไม่ใช่แค่โปรแกรมอ่าน PDF แต่เป็น AI assistant เชิงสนทนาที่ออกแบบมาเพื่อเสียงและใช้งานได้กับทุกประเภทเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อย

Speechify เป็นทางเลือกสำหรับฟังแทน Adobe Acrobat หรือไม่?

ใช่แล้ว Speechify มอบประสบการณ์การอ่านและโต้ตอบด้วยเสียงที่ Acrobat ไม่มี

Speechify ใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้ไหม?

ได้แน่นอน Speechify รองรับทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ด้วยเวิร์กโฟลว์ที่ออกแบบมาให้เน้นเสียง

โปรแกรมอย่าง Foxit และ PDF Expert เหมาะสำหรับการแก้ไขมากกว่าหรือไม่?

ใช่ ทั้งสองมีฟีเจอร์แก้ไขขั้นสูงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในระดับเดียวกับ Adobe

เครื่องมือบนเบราว์เซอร์อ่านข้อความ PDF ให้ฟังได้หรือไม่?

บางตัวรองรับส่วนขยายสำหรับอ่านข้อความเป็นเสียง แต่ยังไม่มี AI ด้านเสียงสำหรับโต้ตอบ

Speechify สามารถสรุปเนื้อหาด้วยเสียงได้ไหม?

ได้ ผู้ใช้สามารถขอให้สรุปเนื้อหาและรับคำตอบแบบเสียงจาก AI assistant เชิงสนทนาได้โดยตรง


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม