ในยุคที่การทำหลายอย่างพร้อมกันกลายเป็นเรื่องปกติ แอปฯ ที่อ่านข้อความออกเสียงได้เปลี่ยนวิธีที่เรารับข้อมูลไปเลย ไม่ว่าคุณจะให้อ่านอีเมลระหว่างเดินทาง ฟังหนังสือขณะทำอาหาร หรือเพลิดเพลินกับบทความแบบแฮนด์ฟรี แอปเหล่านี้ช่วยให้คุณทำงานและเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังมีฟีเจอร์ชั้นนำอย่าง เสียง AI ที่ปรับแต่งได้ รองรับหลายภาษา และเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มโปรดของคุณได้อย่างไร้รอยต่อ แอปฯ เหล่านี้จึงตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จัก 5 แอปฯ อันดับต้น ๆ สำหรับอ่านข้อความออกเสียง พร้อมทั้งความสะดวก การเข้าถึง และนวัตกรรมที่ช่วยเสริมกิจวัตรประจำวันของคุณ

การแปลงข้อความเป็นเสียงช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ได้อย่างไร
ลองนึกภาพว่าคุณสามารถแปลงข้อความอะไรก็ได้ให้กลายเป็นเสียง แล้วเปิดฟังไปพร้อมกับตอนขับรถ ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายอยู่ที่บ้าน
แอปพลิเคชันแปลงข้อความเป็นเสียงมอบความสะดวกสบายสูงสุด ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำหลายอย่างพร้อมกันและรับข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปทำงาน ออกไปวิ่ง หรือแค่อยากพักสายตา เทคโนโลยี TTS ช่วยให้คุณเชื่อมต่อและอัปเดตข้อมูลได้ตลอด
ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงยังมีตัวเลือกการปรับแต่งหลากหลายที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ คุณสามารถปรับความเร็วในการอ่านให้เหมาะกับตัวเอง ทำให้รับข้อมูลได้ในจังหวะที่คุณต้องการ
นอกจากนี้ คุณยังหยุดชั่วคราวหรือย้อนกลับไปฟังซ้ำได้ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ และแอป TTS หลายตัวก็มี เสียง AI ให้เลือกหลากหลาย คุณจึงเลือกเสียงที่เข้ากับตัวเองและเพิ่มความเพลิดเพลินให้กับการฟังได้มากขึ้น
ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ประสบการณ์อ่านและฟังเนื้อหามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาได้ดีขึ้น ด้วยการรองรับความต้องการและความชอบเฉพาะบุคคล เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงจึงช่วยให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับเนื้อหาและได้รับประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่
ฟีเจอร์ที่ควรมองหาในแอปแปลงข้อความเป็นเสียง
นี่คือ 5 ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกแอปที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด:
- ความหลากหลายของเสียง: แอปที่ดีควรมี เสียง AI ให้เลือกหลายสำเนียงและโทนเสียง ทำให้การฟังไม่ซ้ำซาก และคุณสามารถเลือกเสียงที่ถูกใจได้
- ปรับความเร็วได้: แต่ละคนมีระดับความเร็วในการฟังต่างกัน ไม่ว่าคุณจะชอบฟังช้าหรือเร็ว แอปควรให้คุณปรับความเร็วเองได้
- โหมดใช้งานออฟไลน์: บางครั้งคุณอาจไม่มีอินเทอร์เน็ต โหมดออฟไลน์จะช่วยให้คุณฟังข้อความที่บันทึกไว้ได้เสมอ
- ไฮไลต์ข้อความ: ขณะฟัง หากแอปสามารถขีดเส้นไฮไลต์คำที่กำลังอ่านอยู่ได้ จะช่วยให้เข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เพื่อเรียนรู้ภาษา
- เชื่อมต่อกับแอปอื่น ๆ: แอปที่ดีควรเชื่อมกับแพลตฟอร์มหรือแอปที่คุณใช้งานบ่อย ๆ ได้สะดวก เช่น อ่านบทความ อีเมล หรือเอกสารโดยไม่ต้องคัดลอกวาง
ต่อไปนี้คือแอปอ่านข้อความออกเสียงที่ดีที่สุด:
NaturalReader
หนึ่งในโปรแกรม TTS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ NaturalReader โปรแกรมนี้ให้เสียงที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ ข้อดีหลักคือรองรับไฟล์หลายรูปแบบ เช่น PDF หน้าเว็บ และไฟล์ข้อความ รวมถึงสามารถใช้ฟังข่าว บทความ เอกสารล่าสุด ฯลฯ ได้ด้วย
หากคุณมีข้อความที่อยากคัดลอกไปใส่ในแอปก็ทำได้ แม้โปรแกรมนี้จะให้เสียงใกล้เคียงเสียงมนุษย์แต่ตัวเลือกเสียงยังมีไม่มากนัก ถ้าอยากปรับแต่งเสียงให้ตรงใจอาจยังไม่ตอบโจทย์ และยังรองรับภาษาน้อยกว่าโปรแกรมอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังมีฟอนต์พิเศษที่เหมาะกับผู้มี ภาวะดิสเล็กเซีย ทำให้ผู้ที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ได้รับประโยชน์ อย่างไรก็ตาม คุณต้องสร้างบัญชีเพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ และหากต้องการฟีเจอร์เต็มรูปแบบก็อาจมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
Browse Aloud
Browse Aloud เป็นแพลตฟอร์มอ่านข้อความบนเว็บไซต์แบบครบวงจร ช่วยอ่านเนื้อหาให้คุณพร้อมขีดเส้นใต้คำที่กำลังอ่านอยู่ เสียงมีความเป็นธรรมชาติคล้ายเสียงมนุษย์ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของโปรแกรมนี้
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัวช่วยในการอ่านบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะผู้มีปัญหาทางสายตา หรือผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย รวมไปถึงผู้ที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองก็จะได้รับประโยชน์จากโปรแกรมนี้เช่นกัน
Browse Aloud ให้คุณเข้าถึงฟีเจอร์หลากหลาย เช่น ขีดเส้นใต้เนื้อหาคำที่อ่าน ขยายตัวอักษรบนหน้าจอ หรือแม้แต่ปิดบังหน้าจอบางส่วนเพื่อช่วยให้โฟกัสได้ดีขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถสร้าง ไฟล์ MP3 จากเนื้อหาที่อ่านได้อีกด้วย
ข้อเสียคือโปรแกรมใช้งานค่อนข้างยาก อินเทอร์เฟซดูค่อนข้างล้าสมัย ทำให้หาเมนูหรือฟีเจอร์ที่ต้องการได้ยาก แม้ฟีเจอร์จะครบแต่รูปแบบการใช้งานค่อนข้างซับซ้อน เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอยู่บ้าง
Voice Dream Reader
อีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจคือ Voice Dream Reader แอปนี้ช่วยให้นักเรียนแปลงข้อความเป็นเสียงพูด เหมาะสำหรับใช้ฟังหนังสือดิจิทัลหรือหนังสือเสียง
เหมาะสำหรับผู้พิการหรือผู้ที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ ใช้งานได้กับอุปกรณ์มือถือ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพกมือถือไปฟังหนังสือได้ทุกที่ แม้แต่ตำราเรียนก็สามารถฟังขณะเดินทาง เหมาะกับนักเรียนหรือผู้ที่ต้องการเรียนรู้ระหว่างเคลื่อนที่
โปรแกรมใช้งานง่าย แถบเครื่องมือเข้าใจไม่ยาก ปุ่มควบคุมการเล่นเรียบง่าย และสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย คุณยังนำเข้าเอกสารได้แทบทุกรูปแบบ เช่น TXT, Mobi, Doc, ePub เป็นต้น ข้อเสียคือเสียงพูดฟังดูค่อนข้างเหมือนหุ่นยนต์ แม้จะมีเสียงให้เลือกหลายเสียงแต่ส่วนใหญ่ยังขาดความเป็นธรรมชาติ ทำให้อาจฟังไม่สบายหูเท่าที่ควร
ถ้าต้องการฟีเจอร์ที่ดีที่สุด จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชันพรีเมียม ซึ่งมีราคาสูงกว่าโปรแกรมอื่น ๆ หลายตัว ดังนั้นควรพิจารณาข้อดีข้อเสียให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน
Read & Write
อีกแอปฯ ที่ควรพิจารณาคือ Read & Write เป็นเครื่องมือช่วยอ่านที่ทำให้ไฟล์ เอกสาร หรือหน้าเว็บอ่านง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวช่วย โดยเฉพาะผู้มี ภาวะการเรียนรู้บกพร่อง หรือผู้มีปัญหาด้านการมองเห็น เช่น ดิสเล็กเซีย รวมถึงใช้สำหรับการพิมพ์ด้วยเสียง และยังเหมาะกับผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองอีกด้วย
โปรแกรมนี้มาในรูปแบบแถบเครื่องมือที่ลอยอยู่บนหน้าจอแอปฯ ต่าง ๆ ที่คุณใช้เป็นประจำ ใช้ได้กับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าคุณจะเขียนอีเมลหรือทำงานเอกสาร โปรแกรมก็ช่วยได้ อีกทั้งยังเหมาะกับการใช้ในห้องเรียนและครูผู้สอนก็นิยมใช้งานกัน
โปรแกรมใช้งานง่าย เรียนรู้ได้เร็ว แม้คนที่ไม่ถนัดด้านเทคโนโลยีก็ใช้ได้ไม่ยาก แต่ฟีเจอร์ยังไม่ครบเท่าโปรแกรมอื่น ๆ
แม้เสียงที่ได้จะค่อนข้างสมจริงแต่มีให้เลือกแค่ไม่กี่เสียง อีกทั้งไม่มีเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากเท่าแอปฯ อื่น Read & Write ใช้ได้กับหลายแพลตฟอร์มแต่ยังไม่ครอบคลุมเท่าตัวอื่นในรายการนี้
Speechify
หากคุณต้องการโปรแกรมอ่านออกเสียงที่ครบเครื่องที่สุด ต้องไม่พลาด Speechify ซึ่งเป็นหนึ่งในแอปแปลงข้อความเป็นเสียงที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ใช้แปลงข้อความเป็นเสียงได้อย่างรวดเร็ว แอปนี้เหมาะกับคนที่ต้องการฟังข้อความแบบทันที
Speechify ใช้งานง่าย ยืดหยุ่นสูง และเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาหรือความบกพร่องด้านการเรียนรู้ มาพร้อมกับตัวเลือกการปรับแต่งหลากหลาย รวมทั้ง เสียง AI สมจริง ที่ฟังได้ชัดเจนแม้จะอยู่ไกล
ข้อดีโดดเด่นของ แอป TTS นี้ได้แก่:
- รองรับไฟล์ข้อความแทบทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะให้ช่วยอ่านหน้าเว็บก็ทำได้ และยังรองรับไฟล์ PDF เอกสาร Microsoft Word docx และ Google Docs ได้อีกด้วย
- สามารถส่งออกไฟล์เสียงได้หลายรูปแบบ เช่น mp3, mp4 และ WAV
- รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Windows, Apple macOS, iPhone iOS, ส่วนขยาย Google Chrome, อุปกรณ์ Android, Firefox, Safari และ iPad
- มีฟีเจอร์ช่วยเข้าถึงเนื้อหาสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ เช่น ขีดเส้นไฮไลต์ข้อความบนจอ เหมาะกับ ผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย อีกทั้งยังเปลี่ยนฟอนต์ได้ให้เหมาะกับผู้มีปัญหาด้านสายตา
- มีบทเรียนสอนการใช้งาน Speech Reader สำหรับผู้เริ่มต้น
- ควบคุมฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ เสียง AI ได้เต็มที่ ปรับโทนเสียง ย่านเสียง หรือระดับเสียง เลือกเสียงที่เหมาะกับประสบการณ์การฟังของคุณที่สุดได้
- สามารถปรับความเร็วในการอ่านได้ หากต้องการฟังละเอียดก็ชะลอเสียงได้ หรือหากอยากฟังไว ๆ ก็สามารถ เร่งความเร็วการอ่าน ได้เช่นกัน
- แอปนี้ยังสามารถแปลภาษาได้หลากหลาย แปลงไฟล์ dropbox หรือ txt เป็นหลายภาษาได้ทันที เหมาะกับผู้ที่เรียนภาษาที่สอง ถือเป็นโปรแกรมคุณภาพสูง
หากคุณต้องการโปรแกรมทำเสียงพากย์ Speechify คือทางเลือกที่ดีที่สุด แทนที่จะเลือกซื้อแอปฯ แพง ๆ บน Google Play Store ลองใช้ เวอร์ชันฟรี ของ Speechify ได้เลย คุณยังสามารถ ทดลองใช้งานพรีเมียมฟรี ก่อนได้เช่นกัน เพื่อทดลองฟีเจอร์ทั้งหมดก่อนตัดสินใจซื้อเวอร์ชันเต็ม หากคุณต้องการเสียง AI ที่เป็นธรรมชาติที่สุด และต้องการระบบสแกนข้อความ (OCR) ที่ดีที่สุด ลอง Speechify ได้เลย เริ่มต้นใช้งานวันนี้!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มีแอปฯ ที่อ่านข้อความออกเสียงหรือไม่?
ถ้าคุณกำลังไล่หาแอปฯ ใน App Store เพื่อซื้อ คุณไม่ต้องหาให้เหนื่อยอีกต่อไป เพียงเลือกใช้ Speechify ถ้าต้องการโปรแกรมสำหรับอ่านเนื้อหาให้ฟัง แอปนี้รองรับไฟล์ได้หลากหลาย รวมถึงไฟล์ HTML แค่เลือกเนื้อหาบนหน้าจอแล้วปล่อยให้แอปอ่านให้ฟัง เสียง AI ของ Speechify ฟังเข้าใจง่ายและปรับแต่งได้ตามต้องการ
มีแอปฯ ที่อ่านหนังสือออกเสียงได้ไหม?
คุณอาจเคยได้ยิน Google text-to-speech หรือแอป Voice Aloud Reader แต่โปรแกรมที่ดีที่สุดคือ Speechify สามารถอ่านบทความทั้งฉบับด้วยเสียงชัดเจน และคุณสามารถปรับความเร็วการอ่านเองได้ หากต้องการฟังเร็วขึ้นก็แค่เพิ่มความเร็วการอ่าน
จะให้ข้อความอ่านออกเสียงได้อย่างไร?
วิธีที่ง่ายที่สุดในการให้ข้อความของคุณอ่านออกเสียงคือใช้ Speechify ซึ่งจัดการกับข้อความได้เป็นจำนวนมากในหลายสิบภาษา คุณยังปรับโทน เสียง และระดับเสียงได้เอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้พิการ รวมถึงผู้มีภาวะดิสเล็กเซียด้วย
มีแอปแปลงข้อความเป็นเสียงฟรีหรือไม่?
ถ้าคุณมองหาแอปฯ ฟรี ขอแนะนำ Speechify คุณสามารถใช้เวอร์ชันฟรีได้ไม่จำกัด หรือจะทดลองเวอร์ชันพรีเมียมดูก่อนก็ได้ หากชอบฟีเจอร์พรีเมียมค่อยตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ฟังเนื้อหาชัดเจนยิ่งขึ้น ลองหาเฮดเซ็ตดี ๆ มาใช้งานร่วมด้วย!

