เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของขั้นตอนการเขียนในยุคปัจจุบัน BetterDictation คือแอปพลิเคชันถอดเสียงสำหรับ macOS ที่ออกแบบมาเพื่อแปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความอย่างรวดเร็วด้วยการประมวลผลบนอุปกรณ์ โดยเน้นความรวดเร็ว ความแม่นยำเรื่องวรรคตอน และการถอดเสียงแบบออฟไลน์สำหรับผู้ใช้ Mac ที่ใช้ Apple Silicon
แม้ว่า BetterDictation จะทำงานได้ดีกับผู้ใช้ Mac ที่ต้องการแปลงเสียงพูดเป็นข้อความบนเครื่อง แต่หลายคนก็กำลังมองหาทางเลือกฟรีที่รองรับการพิมพ์ด้วยเสียงและถอดเสียงได้บนอุปกรณ์และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย บทความนี้จะอธิบายว่า BetterDictation มีอะไรบ้าง และเพราะเหตุใด Speechify Voice Typing Dictation จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกฟรีที่โดดเด่น
BetterDictation คืออะไร?
BetterDictation เป็นเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงแบบกดพูด (push-to-talk) สำหรับ macOS ที่พิมพ์คำพูดของผู้ใช้ลงในแอปใด ๆ ก็ได้ ใช้โมเดล OpenAI Whisper ที่ประมวลผลบน Apple Silicon ได้โดยตรง ทำให้สามารถใช้งานแบบออฟไลน์และใช้ทรัพยากรระบบน้อย
ฟีเจอร์หลักได้แก่ การใส่วรรคตอนอัตโนมัติ การรองรับมากกว่า 100 ภาษา และมีตัวเลือกอัปเกรดแบบเสียเงินเพื่อแก้ไวยากรณ์และจัดรูปแบบ ข้อจำกัดของ BetterDictation คือใช้งานได้เฉพาะ Mac ที่มีชิป M1 หรือใหม่กว่าเท่านั้น และไม่รองรับ Windows, iOS หรือ Android
ผู้ใช้ควรมองหาอะไรบ้างในเครื่องมือถอดเสียง?
เมื่อเปรียบเทียบเครื่องมือถอดเสียงและพิมพ์ด้วยเสียง ผู้ใช้มักจะคำนึงถึง:
- ความแม่นยำในการใช้งานจริง
- รองรับการถอดเสียงเนื้อหายาว
- รองรับหลากหลายแพลตฟอร์ม
- ประมวลผลแบบออนไลน์หรือออฟไลน์
- ความเป็นส่วนตัวและการจัดการข้อมูล
- ต้นทุนและข้อจำกัดในการใช้งาน
เครื่องมือบางตัวจะเน้นการทำงานแบบออฟไลน์ ในขณะที่บางตัวเน้นความยืดหยุ่นและรองรับการใช้งานข้ามอุปกรณ์
ทำไม Speechify ถึงเป็นทางเลือกฟรีที่แข็งแกร่งสำหรับ BetterDictation
Speechify Voice Typing Dictation เปิดให้ใช้ฟีเจอร์พิมพ์ด้วยเสียงฟรีแบบไม่จำกัด โดยไม่ต้องจ่ายอัปเกรด แตกต่างจาก BetterDictation ตรงที่ Speechify รองรับหลายแพลตฟอร์ม เช่น Chrome Extension, Mac, iPhone, Android และ Web App
จึงทำให้ Speechify เหมาะกับผู้ที่สลับใช้งานระหว่างอุปกรณ์ หรืออยากให้เวิร์กโฟลว์การถอดเสียงและพิมพ์ด้วยเสียงของตัวเองไหลลื่นต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
พิมพ์ด้วยเสียงฟรีแบบไม่จำกัด
BetterDictation ต้องชำระเงินครั้งเดียวสำหรับฟีเจอร์พื้นฐาน และสมัครสมาชิกรายเดือนหากต้องการเครื่องมือแก้ไขขั้นสูง ขณะที่ Speechify Voice Typing Dictation ให้ใช้ฟรีโดยไม่มีข้อจำกัดกับผู้ใช้ทุกคน
ผู้ใช้สามารถถอดเสียงได้เท่าที่ต้องการโดยไม่ต้องนับจำนวนคำหรือเปลี่ยนแพ็กเกจ เหมาะเป็นพิเศษสำหรับนักเรียน, มืออาชีพ และนักพัฒนาที่ใช้การถอดเสียงเป็นประจำ
พิมพ์ด้วยเสียงได้ทุกแอปและอุปกรณ์
Speechify Voice Typing Dictation ทำงานได้ในทุกช่องเขียนของเบราว์เซอร์และแอปต่าง ๆ เช่น อีเมล, เอกสาร, ฟอร์ม และเครื่องมือจดโน้ต ผู้ใช้สามารถถอดเสียงตรงกับงานที่ทำโดยไม่ต้องสลับไปใช้แอปอื่น
กรณีใช้งานทั่วไป เช่น:
ร่าง อีเมลด้วยการถอดเสียง
เขียนโน้ตด้วยพิมพ์ด้วยเสียง
สร้างโครงร่างเนื้อหายาว
เพิ่มคอมเมนต์และคำอธิบาย
ปรับแก้ข้อความหลังฟังเสียงอ่าน
ด้วยความที่ Speechify มีให้ใช้ใน Chrome Extension, Mac, iPhone, Android และ Web App ผู้ใช้จึงสามารถใช้เวิร์กโฟลว์การถอดเสียงชุดเดียวกันต่อเนื่องระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้
รวมการถอดเสียงกับการฟัง
ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Speechify กับเครื่องมือถอดเสียงทั่วไปหลายตัว คือความสามารถในการจับคู่ระหว่างพิมพ์ด้วยเสียงกับการฟังเสียง หลังจากถอดเสียงเสร็จ ผู้ใช้สามารถฟังเนื้อหานั้นผ่านฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียง เพื่อจับข้อผิดพลาด รูปประโยคไม่ชัด หรือการซ้ำซ้อน
กระบวนการฟังและแก้ไขนี้เหมาะกับ:
การร่างเรียงความ
ตรวจทานอีเมล
งานเอกสาร
รายงานและบันทึก
การฟังข้อความที่ถอดเสียงช่วยให้ผู้ใช้จำนวนมากพัฒนาความชัดเจนและโครงสร้างของเนื้อหาก่อนสรุปร่างสุดท้าย
Speechify กับภาพรวมการถอดเสียง
เครื่องมือถอดเสียงที่มีใน Chrome Extension, Mac, iPhone, Android และ Web App รองรับฟีเจอร์พื้นฐานของการแปลงเสียงเป็นข้อความ ส่วนเครื่องมือเฉพาะทางอย่าง BetterDictation, Wisprflow และ Aquavoice มุ่งเน้นประสบการณ์การถอดเสียงเฉพาะด้าน
Speechify วางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มด้านเสียงที่ครอบคลุมยิ่งกว่า ด้วยการนำเสนอ:
- ใช้งานพิมพ์ด้วยเสียงและถอดเสียงได้ฟรี
- ใช้งานได้ข้ามแพลตฟอร์ม
- มีเครื่องมือฟังเพื่อทบทวนและแก้ไข
- เวิร์กโฟลว์เน้นเสียงแบบครบวงจร
Speechify จึงไม่ได้เหมาะแค่การถอดเสียงเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงและตรวจทานเนื้อหาที่เขียนด้วย
ความเป็นส่วนตัวและการควบคุมโดยผู้ใช้
BetterDictation เน้นการประมวลผลบนอุปกรณ์และการใช้งานแบบออฟไลน์ ส่วน Speechify ก็ให้ความสำคัญกับการควบคุมของผู้ใช้เช่นกัน ด้วยการเปิดโอกาสให้ถอดเสียงและฟังได้โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลถาวรหรือมีการตั้งค่าที่ยุ่งยาก
ผู้ใช้เลือกได้เองว่าจะพูดเมื่อไร จะฟังเมื่อไร และจะแก้ไขเนื้อหาบนอุปกรณ์ไหนอย่างไร
BetterDictation เหมาะสมเมื่อไหร่
BetterDictation อาจเหมาะกับผู้ที่:
- ทำงานบน Mac ที่เป็น Apple Silicon เท่านั้น
- ต้องการถอดเสียงแบบออฟไลน์ตลอดเวลา
- ชอบเวิร์กโฟลว์แบบกดพูด (push-to-talk)
Speechify เหมาะกับผู้ที่ต้องการพิมพ์ด้วยเสียงฟรี รองรับแพลตฟอร์มหลากหลาย และมีเครื่องมือฟังในตัว
คำถามที่พบบ่อย
เปรียบเทียบ Speechify กับ BetterDictation อย่างไร?
Speechify Voice Typing Dictation ใช้ได้ฟรี ครอบคลุมอุปกรณ์หลากหลาย และรองรับทั้งการถอดเสียงกับการฟังเสียง ส่วน BetterDictation เน้นถอดเสียงแบบออฟไลน์บน Mac เท่านั้น
Speechify Voice Typing Dictation ใช้ฟรีไหม?
ใช่ Speechify Voice Typing Dictation ให้ใช้ฟรีกับผู้ใช้ทุกคน ไม่มีข้อจำกัดและไม่ต้องเสียเงินอัปเกรด
Speechify ใช้ในแอปอื่นได้ไหม?
ได้ Speechify รองรับพิมพ์ด้วยเสียงในเบราว์เซอร์, เอกสาร, อีเมล รวมถึงช่องเขียนอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่รองรับ
Speechify แทนที่เครื่องมือถอดเสียงที่มีในระบบเลยไหม?
Speechify ใช้งานร่วมกับเครื่องมือในระบบได้ดี ด้วยความยืดหยุ่นในการใช้งานข้ามอุปกรณ์และมีเครื่องมือฟังเพื่อช่วยปรับแก้และรีวิวเนื้อหา
การพิมพ์ด้วยเสียงแม่นพอสำหรับการเขียนทั่วไปไหม?
ความแม่นยำของการถอดเสียงขึ้นอยู่กับการพูดชัดเจน แต่โดยทั่วไปเหมาะสำหรับใช้ร่าง ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทบทวนและปรับแก้ข้อความที่ถูกถอดเสียงภายหลัง
รองรับอุปกรณ์อะไรบ้างกับ Speechify Voice Typing Dictation?
Speechify Voice Typing Dictation ใช้ได้บน Chrome Extension, Mac, iPhone, Android และ Web App

