การตลาดยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยการวิจัย การลองผิดลองถูก และความรวดเร็ว นักการตลาดต้องวิเคราะห์คู่แข่ง ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค อ่านเนื้อหาเชิงลึก ร่างข้อความ และทดสอบรูปแบบหลากหลายผ่านหลายช่องทาง เมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น วิธีทำงานแบบดั้งเดิมที่ต้องอ่านตัวหนังสือเยอะๆ ทำให้เกิดคอขวดและตัดสินใจได้ช้าลง
Speechify Voice AI Assistant ได้กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับนักการตลาดที่อยากขยับจากอินไซต์ไปสู่การลงมือทำให้เร็วขึ้น ด้วยการผสมผสานการวิจัยด้วยเสียง การฟัง การพิมพ์ด้วยเสียง และผู้ช่วย AI ที่เข้าใจบริบท Speechify รองรับทุกขั้นตอนใน วงจรการตลาด ตั้งแต่วิจัยกลุ่มเป้าหมาย การเขียนข้อความโฆษณา ไปจนถึงการปรับแคมเปญให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ทำไมการวิจัยจึงกลายเป็นคอขวดในงานตลาดยุคใหม่?
การตลาดที่ได้ผลจริงต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึก นักการตลาดต้องรับข้อมูลปริมาณมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์คู่แข่ง เว็บไซต์ ห้องสมุดโฆษณา บทความรีวิว ผลประกอบการ เอกสารไวท์เปเปอร์ และรายงานตลาดต่างๆ
การอ่านทุกอย่างด้วยตัวเองใช้เวลามากและทำให้สมองล้า สุดท้ายงานวิจัยจึงกลายเป็นการทำแบบเร่งๆ หรือทำไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ตำแหน่งผลิตภัณฑ์และข้อความที่สื่อออกไปจืดชืด ไม่น่าจดจำ
Speechify เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการวิจัยให้เป็นเวิร์กโฟลว์ที่เน้นเสียง นักการตลาดสามารถฟังเนื้อหา ถามคำถาม และดึงข้อมูลเชิงลึกได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไล่อ่านเอง
นักการตลาดใช้ Speechify ทำวิจัยคู่แข่งอย่างไร?
การวิจัยคู่แข่งต้องสแกนเนื้อหาปริมาณมากจากแหล่งหลากหลาย นักการตลาดใช้ Speechify เพื่อฟังหน้าแลนดิ้งของคู่แข่ง บทความโฆษณา และเอกสารสินค้าโดยไม่ต้องนั่งอ่านทีละบรรทัดให้เสียเวลา
ระหว่างฟัง นักการตลาดสามารถถามSpeechify Voice AI Assistant ให้ช่วยสรุปจุดเด่นของสินค้า โพสิชั่นที่ใช้ หรือไฮไลต์จุดที่พูดซ้ำบ่อยๆ ได้ทันที ช่วยให้นักการตลาดมองเห็นแพทเทิร์นและช่องว่างได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากSpeechify ทำงานร่วมกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้โดยตรง จึงไม่ต้องคัดลอกข้อความไปยังเครื่องมืออื่น งานวิจัยจึงยังผูกอยู่กับแหล่งที่มา ลดความยุ่งยากจากการสลับหน้าจอไปมา
การสรุปเนื้อหาด้วยเสียงช่วยให้นักการตลาดทำงานเร็วขึ้นได้อย่างไร?
การสรุปเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของนักการตลาด พวกเขาต้องสรุปรายงานการวิจัย สัมภาษณ์ลูกค้าบทความ และเอกสารภายในอยู่แทบทุกวัน
Speechify’s ฟีเจอร์สรุปเนื้อหาเป็นเวิร์กโฟลว์เชิงรุก ไม่ใช่แค่การย่อข้อความอย่างเดียว ระบบจะดึงประเด็นสำคัญ คัดสิ่งรบกวนออก และส่งมอบสรุปที่สั้น กระชับ เหมาะทั้งสำหรับการฟังหรือไล่รีวิวอย่างรวดเร็ว
จึงช่วยให้นักการตลาดรับข้อมูลได้มากขึ้นในเวลาน้อยลง ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพกลยุทธ์และความรวดเร็วในการลงมือทำ
นักการตลาดใช้ Speechify เพื่อเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ลึกขึ้นอย่างไร?
การเข้าใจลูกค้าต้องฟังทั้งวิธีพูดและเรื่องที่พวกเขาให้ความสำคัญ นักการตลาดต้องวิเคราะห์รีวิว โพสต์ในฟอรั่ม ผลสำรวจ และการสัมภาษณ์เพื่อค้นหารูปแบบภาษาและเหตุผลที่ลูกค้าใช้จริง
Speechify ช่วยให้ฟังข้อมูลเชิงคุณภาพแบบนี้แทนที่จะไล่อ่านด้วยสายตา การได้ยินถ้อยคำของลูกค้าจริงเผยให้เห็นอารมณ์และโทนภาษา ซึ่งมักถูกมองข้ามได้ง่ายเมื่ออ่านเฉยๆ
นักการตลาดสามารถขอให้Speechify สรุปธีมหลักหรืออธิบายอารมณ์โดยรวมจากหลายแหล่งข้อมูลได้ เปลี่ยนเสียงตอบรับดิบๆ ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เอาไปใช้ได้จริง
Speechify ช่วยสร้างข้อความโฆษณาอย่างไร?
การเขียนโฆษณาคือกระบวนการวนซ้ำหลายรอบ นักการตลาดต้องคิดสโลแกน หัวข้อ เนื้อหา และ Call To Action ในหลากหลายเวอร์ชั่น
Speechify’s พิมพ์ด้วยเสียง ช่วยให้นักการตลาดพูดไอเดียได้อย่างเป็นธรรมชาติและได้ต้นฉบับข้อความที่ชัดเจนอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องคิดรูปแบบประโยคล่วงหน้า สามารถพูดไอเดียเล่นๆ แล้วค่อยมาเกลาในภายหลังได้
วิธีนี้เหมาะมากกับการเขียนหลายเวอร์ชั่น การพูดแนวคิดแต่ละแบบออกมามักทำให้ได้ข้อความโฆษณาที่เป็นธรรมชาติและเข้าถึงง่ายกว่าการนั่งพิมพ์ตั้งแต่ต้น
ทำไมการฟังจึงสำคัญต่อการปรับแต่งข้อความโฆษณา?
เมื่อได้ยินข้อความโฆษณาที่อ่านออกเสียง จะเห็นจุดอ่อนได้ชัดกว่าตอนอ่านบนหน้าจอ เช่น วลีที่ฟังแล้วสะดุด คุณค่าที่สื่อไม่ชัด หรือจังหวะที่ไม่เป็นธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้จะโผล่มาให้เห็นทันทีเมื่อได้ฟัง
นักการตลาดใช้Speechify ฟังโฆษณา หน้าแลนดิ้งเพจ และฉบับร่างอีเมลก่อนปล่อยจริง ช่วยปรับให้ข้อความกระชับและมั่นใจว่าฟังดูเป็นธรรมชาติสำหรับผู้ฟังจริง
การฟังสำคัญมากโดยเฉพาะกับสคริปต์วิดีโอ โฆษณาเสียง และโฆษณาในพอดแคสต์ที่โทนเสียงคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง
นักการตลาดใช้ Speechify ในการวิจัยเนื้อหาและช่องทางขายอย่างไร?
ช่องทางขายต้องใช้คอนเทนต์ในทุกระยะ ตั้งแต่สร้างการรับรู้ไปจนถึงปิดการขาย นักการตลาดต้องวิจัยบทความ กรณีศึกษา ช่องทางขายของคู่แข่ง และสื่อการสอนเพื่อนำมาวางกลยุทธ์
Speechifyช่วยให้พวกเขาฟังคอนเทนต์เชิงลึกขณะทำงานหลายอย่างพร้อมกัน แล้วถามคำถามเฉพาะเกี่ยวกับโครงสร้าง ประเด็นโต้แย้ง หรือสิ่งที่ยังขาดหายไป
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม คุณสามารถดูวิดีโอYouTube ของเราเกี่ยวกับ Voice AI Recaps: เข้าใจสิ่งที่คุณอ่านหรือดูได้ทันที ซึ่งสาธิตว่านักการตลาดสกัดข้อมูลเชิงลึกจากบทความ วิดีโอ และงานวิจัยได้อย่างรวดเร็ว
Speechify ลดการสลับบริบทของทีมตลาดได้อย่างไร?
การสลับบริบทเป็นหนึ่งในตัวการทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดรอปลงของสายงานตลาด ต้องย้ายหน้าต่างระหว่างเบราว์เซอร์เอกสาร เครื่องมือแชท และ AI Assistant ทำให้โฟลว์งานสะดุด
Speechify Voice AI Assistant สามารถทำงานร่วมกับเนื้อหาที่นักการตลาดเปิดอยู่ได้โดยตรง ทั้งวิจัย สรุป และร่างเนื้อหาในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
ความต่อเนื่องนี้ทำให้ทีมเปลี่ยนจากการวิจัยไปสู่การเขียนโฆษณาได้โดยไม่ถูกขัดจังหวะ ซึ่งสำคัญมากในช่วงวางแผนและเปิดตัวแคมเปญ
Speechify Voice AI Assistant รองรับการใช้งานข้ามอุปกรณ์ ทั้งiOS, Chrome และบนเว็บ.
ทีมการตลาดใช้ Speechify ร่วมกันอย่างไร?
งานตลาดไม่ใช่งานเดี่ยว ทีมต้องร่วมกันวางกลยุทธ์ เขียนเอกสาร สร้างบรีฟ และวางโครงข้อความ
Speechify สนับสนุนการทำงานร่วมกันผ่านการให้สมาชิกในทีมฟังเนื้อหาเดียวกัน รีวิวฉบับร่างแบบอ่านออกเสียง และพูดฟีดแบ็กกลับได้รวดเร็ว เร่งรอบการตรวจแก้และลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร
การฟังกลยุทธ์ร่วมกันยังช่วยให้ทีมเห็นภาพเป้าหมายเดียวกันชัดขึ้นอีกด้วย
ทำไม Speechify จึงทรงคุณค่าสำหรับการตลาดเชิงประสิทธิภาพและการเติบโต?
นักการตลาดเชิง performance ต้องทดสอบและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดูตัวชี้วัด วิจัยแนวทางใหม่ๆ และปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
Speechify ช่วยทีม growth รับข้อมูลวิจัยได้เร็ว สร้างข้อความโฆษณาด้วยเสียง และปรับแต่งคอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่อง การได้ข้อมูลไวช่วยให้เทสต์ได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์โดยรวมดีขึ้นในระยะยาว
ด้วยการลดช่องว่างระหว่างการวิเคราะห์กับการลงมือทำSpeechify จึงสนับสนุนการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ
Speechify แตกต่างจาก AI แชทสำหรับงานตลาดอย่างไร?
AI ที่ใช้ผ่านแชทเหมาะกับการปั้นไอเดียเบื้องต้น แต่บ่อยครั้งต้องมาคอยใส่บริบทและพิมพ์ prompt ละเอียดๆ เอง
Speechify ให้นักการตลาดพูดความคิด ฟังเนื้อหา และโต้ตอบกับเนื้อหาได้โดยตรง ไม่ต้องสั่งให้ AI เขียนโฆษณาในหน้าต่างแยก แต่นักการตลาดสร้างข้อความจากอินไซต์และความเข้าใจจริงที่ได้จากการวิจัย
ผลลัพธ์คือการวางโพสิชั่นที่ชัดเจนขึ้นและการสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงจุดยิ่งกว่าเดิม
การใช้งานของ Speechify สำหรับทีมตลาดเป็นอย่างไร?
Speechify Voice AI Assistant Chrome Extension ใช้งานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iOS, Chrome และเว็บ.
คำถามที่พบบ่อย
นักการตลาดใช้ Speechify เพื่อวิจัยอย่างไร?
นักการตลาดใช้Speechify ฟังเนื้อหาคู่แข่ง สรุปประเด็นงานวิจัย และดึงข้อมูลเชิงลึกผ่านการโต้ตอบด้วยเสียง
Speechify ช่วยในงานเขียนโฆษณาได้ไหม?
ได้ Voice typing ช่วยให้นักการตลาดสร้างข้อความโฆษณาได้รวดเร็ว และเกลาข้อความต่อได้ด้วยการฟังย้อนกลับ
Speechify ดีต่อการตลาดเนื้อหาหรือไม่?
ดีเยี่ยม ช่วยวิจัย สรุป เขียนร่าง และรีวิวเนื้อหาทั้งบล็อก แลนดิ้งเพจ และแคมเปญต่างๆ
Speechify แทนที่ AI เขียนข้อความแบบเดิมหรือไม่?
ไม่ Speechify เป็นเครื่องมือเสริมที่โฟกัสงานวิจัยและการร่างด้วยเสียง ไม่ได้มาแทนที่ AI แบบแชทที่เน้นการสร้างข้อความอย่างเดียว
ใครได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ Speechify ในงานตลาด?
Growth Marketer, Performance Marketer, Content Strategist และคนที่ทำงานซึ่งต้องวิจัยและลองผิดลองถูกบ่อย จะได้รับประโยชน์สูงสุด

