1. หน้าแรก
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ
  3. Speechify ใช้ในการทำงานร่วมกันและการวางแผนอย่างไร?
เพิ่มประสิทธิภาพ

Speechify ใช้ในการทำงานร่วมกันและการวางแผนอย่างไร?

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ทุกวันนี้ การทำงานร่วมกันมักเกิดขึ้นผ่าน อีเมล, เธรดใน Slack, เอกสารที่แชร์, ไฟล์ PDF และการประชุมต่าง ๆ ส่วนการวางแผนก็มักเกิดขึ้นในปฏิทิน, กระดานงาน, เอกสารโครงการ และเซสชันระดมความคิด เครื่องมือส่วนใหญ่เน้นการสื่อสารด้วยข้อความ ซึ่งแปลว่าการทำงานร่วมกันต้องพึ่งการพิมพ์และการนั่งอยู่หน้าจอเป็นหลัก

Speechify มองการทำงานร่วมกันและการวางแผนต่างออกไป ในฐานะ ผู้ช่วย AI สนทนา ที่ขับเคลื่อนด้วยเสียง Speechify ช่วยให้ทีมและแต่ละคนสามารถฟัง, พูด, สรุป และร่างเนื้อหาได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ทำงานใหม่ แต่เพิ่มเลเยอร์การโต้ตอบด้วยเสียงลงบนเครื่องมือที่ทีมหรือองค์กรใช้อยู่แล้ว

Speechify ช่วยให้การเขียนร่วมกันดีขึ้นได้อย่างไร?

การเขียนงานร่วมกันมักช้าลงเพราะการพิมพ์กลายเป็นคอขวด ฟีเจอร์ การพิมพ์ด้วยเสียง ของ Speechify ช่วยให้สมาชิกทีมพูดไอเดียได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วแปลงเป็นข้อความที่สะอาด อ่านง่าย และจัดรูปแบบให้เรียบร้อย ภายใน:

  • Google Docs
  • Notion
  • Slack
  • อีเมล
  • เครื่องมือจัดการโครงการ
  • ระบบแก้ไขแบบออนไลน์ในเบราว์เซอร์

แทนที่จะต้องมานั่งพิมพ์บันทึกการประชุมเอง สมาชิกทีมสามารถพูดสรุปทันทีหลังวางสาย Speechify จะช่วยตัดคำฟุ่มเฟือย ปรับไวยากรณ์ และเปลี่ยนให้เป็นข้อความที่ลื่นไหล อ่านรู้เรื่อง พร้อมแชร์ได้ทันที

ทั้งหมดนี้ช่วยลดอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความรวดเร็วสูง

Speechify ถูกใช้ในการระดมความคิดของทีมอย่างไร?

การระดมความคิดมักสะดุด เมื่อผู้เข้าร่วมต้องหยุดมาเสียเวลาพิมพ์ แต่ด้วย Speechify ผู้ใช้สามารถ:

  • พูดไอเดียแบบเรียลไทม์
  • เปลี่ยนการระดมความคิดด้วยเสียงให้กลายเป็นบันทึกที่มีโครงสร้าง
  • ขอให้ ผู้ช่วย AI จัดกลุ่มไอเดียเป็นธีมหรือหัวข้อ
  • สร้างรายการขั้นตอนที่ต้องลงมือทำจากการสนทนา

เพราะ Speechify เน้นการสื่อสารด้วยเสียง จึงช่วยให้การแลกเปลี่ยนไอเดียไหลลื่น ไม่ต้องมาคอยหยุดเพื่อจัดรูปแบบข้อความ

Speechify รองรับการทำงานร่วมกันแบบอะซิงโครนัสอย่างไร?

ไม่ใช่งานทุกอย่างจะเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ทีมจำนวนมากต้องทำงานข้ามเขตเวลาและตารางนัด ซึ่งอาจทำให้การประสานงานเชื่องช้าลง Speechify รองรับการทำงานร่วมกันแบบอะซิงโครนัส ด้วยการให้ผู้ใช้ฟังเอกสารที่แชร์ พิมพ์อัปเดตด้วยเสียง และสร้างสรุปอัตโนมัติโดยไม่ต้องนัดประชุมสด สมาชิกคนหนึ่งอาจอัดรายงานความคืบหน้าด้วยเสียง แปลงเป็นข้อความที่อ่านง่าย แล้วแชร์ให้ทีมดูทันที คนอื่น ๆ สามารถฟังผ่านระบบอ่านข้อความและสรุปโดย AI จากนั้นตอบกลับด้วยบันทึกที่สร้างจากเสียงของตัวเอง วิธีนี้ช่วยให้การทำงานร่วมกันเดินหน้าต่อได้ แม้ทีมจะไม่ได้ออนไลน์พร้อมกัน

Speechify ช่วยเตรียมตัวก่อนเข้าประชุมอย่างไร?

ก่อนประชุม ทีมงานมักต้องอ่าน เอกสาร ข้อเสนอ หรือรายงานฉบับยาว ๆ Speechify ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ:

  • อ่านข้อความ เอกสาร ด้วยความเร็วที่ปรับได้
  • ฟังข้อเสนอระหว่างเดินทาง
  • ถามคำถามด้วยเสียงเกี่ยวกับส่วนสำคัญของเอกสาร
  • สร้าง สรุปเนื้อหา ก่อนเข้าห้องประชุม

วิธีนี้ช่วยให้เพื่อนร่วมงานเตรียมตัวได้พร้อมกว่าเดิม โดยไม่ต้องเสียเวลาหน้าจอเพิ่ม

Speechify ถูกใช้สำหรับติดตามผลหลังการประชุมอย่างไร?

หลังการประชุม ความชัดเจนและความรวดเร็วคือหัวใจสำคัญ ทีมสามารถใช้ Speechify เพื่อ:

  • เขียนอีเมลติดตามผลด้วยเสียง
  • สร้าง สรุปการประชุม
  • เปลี่ยนบันทึกให้เป็นสรุปที่เรียบร้อย แชร์ได้ทันที
  • ขอให้ผู้ช่วย AI แยกรายการงานที่ต้องดำเนินการ

ไม่ต้องเสียเวลานั่งเคาะคีย์บอร์ดจากบันทึกที่ยุ่งเหยิง ผู้ใช้เพียงพูดสรุปหลังประชุม แล้วให้ Speechify ช่วยขัดเกลาให้เรียบร้อยสวยงาม

Speechify รองรับการทำงานร่วมกันข้ามทีมอย่างไร?

ทีมข้ามสายงานมักใช้เครื่องมือกันคนละแบบ Speechify ใช้งานได้ข้ามอุปกรณ์และแพลตฟอร์ม ทำให้:

  • วิศวกรสามารถอัดอัปเดตใน Slack
  • ทีมขายสามารถร่างอีเมลติดต่อลูกค้าด้วยเสียง
  • ฝ่ายบริการลูกค้าสามารถสรุปเคสต่าง ๆ ได้รวดเร็ว
  • ผู้สรรหาบุคลากรบันทึกผลสัมภาษณ์ได้ทันที

เพราะ Speechify ผสานเข้ากับเวิร์กโฟลว์เดิม แทนที่จะบังคับให้ย้ายระบบใหม่ ทีมจึงทำงานร่วมกันได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวกับเครื่องมือชุดใหม่ให้ยุ่งยาก

Speechify ปรับปรุงเวิร์กโฟลว์การวางแผนอย่างไร?

งานวางแผนต้องอาศัยความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนแผนที่โครงการ, การเปิดตัว, หรือสปรินต์ประจำสัปดาห์ Speechify ช่วยได้โดย:

  • ร่างโครงร่างด้วยเสียง
  • สรุปเอกสารวางแผนด้วย AI จาก เอกสาร
  • รีวิวสไลด์กลยุทธ์ผ่านเสียง
  • ปรับแต่งเป้าหมายผ่านบทสนทนา

ผู้ใช้สามารถพูดแผนคร่าว ๆ ออกมา แล้วขอให้ผู้ช่วย AI จัดระเบียบเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น เป้าหมาย, ไทม์ไลน์ และสิ่งที่ต้องส่งมอบ

การทำงานร่วมกันผ่านเสียงช่วยลดภาระสมองอย่างไร?

การพิมพ์ การอ่าน และการสลับหน้าจอบ่อย ๆ อาจทำให้สมองล้า ฟีเจอร์ อ่านข้อความ และการแชทด้วยเสียงของ Speechify ช่วยให้ทีม:

  • ฟังเนื้อหาแทนการจ้องจอ
  • ดูดซึม เอกสาร ยาว ๆ ได้สบายขึ้น
  • ทำงานหลายอย่างพร้อมกันขณะรับข้อมูลได้

สำหรับทีมที่ต้องจัดการเอกสารปริมาณมาก สิ่งนี้ช่วยลดภาระทางความคิดและยังช่วย การจดจำข้อมูล ให้ดีขึ้นได้ด้วย

Speechify ทำงานข้ามอุปกรณ์เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างไร?

Speechify รองรับ:

ผู้ใช้สามารถเริ่มฟังเอกสารวางแผนบน เดสก์ท็อป แล้วไปฟังต่อบนมือถือได้เลย ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้การทำงานร่วมกันต่อเนื่อง แม้จะเปลี่ยนสถานที่หรือสลับอุปกรณ์

อะไรที่ทำให้ Speechify แตกต่างจากเครื่องมือร่วมงานแบบเดิม?

แพลตฟอร์มทำงานร่วมกันแบบเดิมมักโฟกัสที่การแชร์ เอกสาร, งาน หรือข้อความ แต่ Speechify ให้ความสำคัญกับ “การโต้ตอบ” เป็นหลัก

Speechify ไม่ได้พยายามมาแทนที่ Slack, Notion หรือเครื่องมือจัดการโครงการ แต่เข้ามาเสริมด้วยฟีเจอร์:

ทั้งหมดนี้ทำให้ Speechify กลายเป็นตัวคูณ ประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ใช่แค่ระบบอีกชุดที่ต้องมานั่งดูแล

คำถามที่พบบ่อย

Speechify สามารถแทนเครื่องมืออย่าง Slack หรือ Notion ได้ไหม?

ไม่ใช่ เป้าหมายของ Speechify คือช่วยเสริมเครื่องมือเหล่านั้น ด้วยฟีเจอร์การพิมพ์ด้วยเสียงและการโต้ตอบกับผู้ช่วย AI สนทนา

Speechify เหมาะกับทีมรีโมทไหม?

เหมาะอย่างยิ่ง ทีมที่ทำงานทางไกลจะได้ประโยชน์จากการจดบันทึกที่รวดเร็วขึ้น การสรุปด้วย AI และการรีวิวเอกสารกับรายงานในรูปแบบเสียง

Speechify สร้างโครงวางแผน (outline) ได้ไหม?

ได้ ผู้ใช้สามารถพูดไอเดียคร่าว ๆ จากนั้นขอให้ AI สนทนา จัดให้เป็นโครงร่างอย่างเป็นทางการได้

Speechify ใช้ได้ทั้งบุคคลและองค์กรไหม?

ได้ บุคคลสามารถใช้วางแผนงานส่วนตัว ส่วนทีมงานก็ใช้ร่างเนื้อหาและสื่อสารกันในการทำงานร่วมกันได้

Speechify ช่วยเปลี่ยนบันทึกที่ยุ่งเหยิงของทีมเป็นสรุปที่เรียบร้อยได้ไหม?

ได้ ทีมงานสามารถวางหรือพูดบันทึกแบบคร่าว ๆ แล้วขอให้ AI สนทนาของ Speechify สร้างสรุปที่มีโครงสร้าง สรุปประเด็น และรายการงาน เพื่อใช้แชร์ต่อได้ทันที

Speechify ช่วยรีวิวเอกสารร่วมกันได้ไหม?

ได้ ทีมสามารถใช้ระบบอ่านข้อความเพื่อฟังเอกสารที่แชร์และรายงาน จากนั้นถามคำถามหรือสร้างสรุปเพื่อเร่งความเข้าใจของทั้งกลุ่ม


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม