1. หน้าแรก
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ
  3. Speechify ใช้เพื่อโฟกัสและบริหารเวลาได้อย่างไร?
เพิ่มประสิทธิภาพ

Speechify ใช้เพื่อโฟกัสและบริหารเวลาได้อย่างไร?

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

การโฟกัสและการบริหารเวลาเป็นทักษะสำคัญที่สุดของ ผลิตภาพการทำงาน ในปี 2026 ท่ามกลาง อีเมล, ข้อความจาก Slack, ไฟล์ PDF ยาว ๆ และการแจ้งเตือนที่เด้งเข้ามาไม่หยุด นักวิชาชีพและนักเรียนจำนวนมากล้วนลำบากกับการโฟกัสเป็นเวลานาน

Speechify เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเน้นหน้าจอไปเป็นเน้นเสียงเป็นหลัก ในฐานะ ผู้ช่วย AI แบบสนทนา Speechify ช่วยให้ผู้ใช้ฟังแทนการจ้องหน้าจอ พูดแทนการพิมพ์ และสรุปแทนการอ่านซ้ำ

ในบทความนี้ เราจะอธิบายว่า Speechify ช่วยเสริมสมาธิและการบริหารเวลาอย่างไร ผ่านฟีเจอร์ อ่านออกเสียง, การพิมพ์ด้วยเสียง, การ สรุปด้วย AI และการโต้ตอบด้วยเสียง

การฟังแทนการอ่านช่วยโฟกัสได้อย่างไร?

การอ่านบนหน้าจอมักทำให้เสียสมาธิง่าย แท็บเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การแจ้งเตือนขัดจังหวะ และโฟกัสหลุดบ่อย

ฟีเจอร์ อ่านออกเสียง ของ Speechify ช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนเนื้อหาดังนี้:

ให้กลายเป็นเสียง การฟังช่วยเปิดเส้นทางการรับรู้ที่ต่างจากการอ่านในใจ หลายคนพบว่าตัวเองมีสมาธิได้นานขึ้นเมื่อรับข้อมูลทางเสียงแทนการอ่านด้วยสายตา

เพราะ Speechify ไลท์ไฮไลต์ข้อความขณะอ่าน ผู้ใช้จึงตามเนื้อหาได้ง่ายและรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น

Speechify ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการทำหลายอย่างพร้อมกันอย่างไร?

การทำหลายอย่างพร้อมกันจริง ๆ นั้นเกิดขึ้นได้ยาก แต่การฟังแบบ passive สามารถเพิ่มเวลาที่ใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Speechify ผู้ใช้สามารถ:

  • ฟังรายงานระหว่างเดินทาง
  • ทบทวน บทความ ตอนเดินเล่น
  • ดูดซับเนื้อหาศึกษาระหว่างออกกำลังกาย

สิ่งนี้เปลี่ยนช่วงเวลาว่างเปล่าให้กลายเป็นเวลาการเรียนรู้อย่างมีสมาธิ

ผู้ใช้ไม่ต้องกันเวลาไว้สำหรับอ่านโดยเฉพาะ แต่สามารถผสมผสานการฟังเข้ากับกิจวัตรประจำวัน ช่วยดึงประสิทธิภาพจากเวลาได้มากขึ้น

Speechify ช่วยสร้างโฟกัสเป็นช่วง ๆ ได้อย่างไร?

การทำงานอย่างมีสมาธิจะง่ายขึ้นเมื่อแบ่งงานออกเป็นช่วงเวลาที่ชัดเจนและมีขอบเขต Speechify สนับสนุนโฟกัสแบบมีโครงสร้าง ด้วยการให้ผู้ใช้แบ่งเนื้อหายาว ๆ เป็นช่วงเสียงที่จัดการได้ง่าย และจับคู่กับการสรุปโดย AI พร้อมการโต้ตอบด้วยเสียง ผู้ใช้สามารถฟังทีละบท หยุดถามให้สรุป แล้วยังคงต่อเนื้อหาได้โดยไม่เสียบริบท เกิดเป็นบล็อกโฟกัสอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเปิดแท็บเพิ่มหรืออ่านซ้ำไปมา ด้วยการฟังเสียง จัดการคำถามด่วนด้วยเสียง และรับสรุปอย่างรวดเร็ว Speechify ช่วยรักษาความต่อเนื่องและช่วยให้วัดผลการทำงานในแต่ละช่วงเวลาได้

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยประหยัดเวลาได้อย่างไร?

สำหรับคนส่วนใหญ่ การพูดเร็วกว่าการพิมพ์ ฟีเจอร์ การพิมพ์ด้วยเสียง ของ Speechify ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ:

  • ร่าง อีเมล
  • เขียน เรียงความ
  • ตอบกลับใน Slack
  • เขียนแผนงาน
  • สร้างบันทึกการประชุมด้วยการพูดตามธรรมชาติ

Speechify ช่วยตัดคำฟุ่มเฟือยและปรับไวยากรณ์ให้อัตโนมัติ ลดเวลาการแก้ไขและเร่งความเร็วในการสร้างงานเขียน

ผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าสามารถเขียนได้เร็วขึ้น 3–5 เท่าด้วย การพิมพ์ด้วยเสียง เมื่อเทียบกับการพิมพ์เอง

Speechify ช่วยลดการผัดวันประกันพรุ่งได้หรือไม่?

การผัดวันประกันพรุ่งมักเริ่มจากความรู้สึกท่วมท้น เอกสาร ยาว ๆ ดูน่ากลัว งานที่ซับซ้อนดูไม่ชัดเจน

Speechify ช่วยด้วยการ:

แทนที่จะต้องอ่านไฟล์ PDF 30 หน้า ผู้ใช้สามารถฟังด้วยความเร็วที่ปรับได้และขอให้สรุปเนื้อหาได้ทันที

การแบ่งงานให้เล็กลง ชัดเจนขึ้น ช่วยให้เริ่มลงมือได้ง่ายกว่าเดิมมาก

Speechify สนับสนุน Deep Work ได้อย่างไร?

การทำ Deep Work ต้องการสมาธิต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนบริบทไปมาอยู่ตลอดเวลา

Speechify ช่วยสนับสนุน Deep Work ด้วยการ:

  • ลดการสลับแท็บด้วย สรุป
    ที่แสดงข้างหน้าจอ
  • ถามคำถามด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องมือใหม่
  • เปิดฟังเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใช้สามารถเข้าสู่โหมดฟังเนื้อหาแบบโฟกัสด้วยความเร็วการเล่น 2x หรือสูงกว่า เพื่อรับข้อมูลให้มากขึ้นแต่ยังคงโฟกัสอยู่ได้

การฟังเสียงช่วยเรื่องการทบทวนและจดจำข้อมูลอย่างไร?

การบริหารเวลาไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว แต่คือการ จดจำ เนื้อหาได้ด้วย

Speechify ช่วยให้:

  • ปรับความเร็วการเล่นเสียงได้
  • ฟังสรุปด้วยเสียง
  • ทำ แบบทดสอบจาก AI
  • โต้ตอบสอบถามและขอคำชี้แจงได้

หลังจากฟังหนังสือหรือเอกสาร ผู้ใช้สามารถขอให้สรุปหรืออธิบายเพื่อเสริมความเข้าใจได้ โดยไม่ต้องย้อนอ่านทั้งตอน

Speechify ช่วยผู้มีสมาธิสั้นหรือปัญหาด้านโฟกัสอย่างไร?

ผู้ใช้จำนวนมากที่มี สมาธิสั้น (ADHD) หรือมีปัญหาเรื่องโฟกัส รายงานว่าการฟังช่วยให้พวกเขามีสมาธิได้นานกว่าการอ่านเงียบ

Speechify สร้างโดยผู้ก่อตั้ง Cliff Weitzman ที่มีภาวะ ดิสเล็กเซีย และ ADHD เดิมออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคด้านการอ่านและการเขียน

ระบบ Voice First สนับสนุน:

  • การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
  • ลดภาระสายตา
  • ควบคุมจังหวะการรับข้อมูลได้

จึงทำให้ Speechify เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ประสบปัญหากับงานที่เน้นตัวอักษรเป็นหลัก

Speechify ช่วยวางแผนประจำวันได้อย่างไร?

การบริหารเวลาส่วนใหญ่มักเริ่มจากการวางแผนที่ดี

Speechify สามารถช่วยให้ผู้ใช้:

  • บันทึกงานที่ต้องทำประจำวันด้วยเสียง
  • พูดเป้าหมายประจำสัปดาห์
  • ปรับแผนงานด้วยการรับคำติชมจาก AI
  • สรุป เอกสารวางแผนที่ยาว

แทนที่จะต้องมานั่งพิมพ์โครงแผนเอง ผู้ใช้สามารถพูดได้อิสระแล้วให้ผู้ช่วยช่วยจัดเรียงความคิดให้เป็นระบบ

การซิงค์ข้ามอุปกรณ์ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างไร?

Speechify ใช้งานได้บน:

ผู้ใช้สามารถเริ่มฟังบน เดสก์ท็อป แล้วไปฟังต่อบนมือถือได้แบบไม่สะดุด เพื่อความต่อเนื่องและลดเวลาเสียเปล่า

อะไรที่ทำให้ Speechify แตกต่างจากแอปผลิตภาพทั่วไป?

แอปผลิตภาพส่วนใหญ่เน้นเรื่องลิสต์ ปฏิทิน หรือจับเวลา แต่ Speechify เน้น Flow ของความคิด

แทนที่จะเพิ่มโครงสร้างซับซ้อน Speechify เลือกลดแรงเสียดทานในกระบวนการ:

  • อ่าน
  • เขียน
  • เรียนรู้
  • ทบทวน

ด้วยการผสมผสานฟีเจอร์ อ่านออกเสียง, พิมพ์ด้วยเสียง และ ผู้ช่วย AI แบบสนทนา Speechify ช่วยให้บริหารเวลาได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มงาน แต่ทำให้การอ่านและเขียนเสร็จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

FAQ

Speechify ช่วยจัดการงานที่ต้องอ่านเยอะ ๆ ได้หรือไม่?

ได้ คุณสามารถฟัง เอกสาร, บทความ และ อีเมล แทนการอ่านเองทั้งหมด

Speechify ช่วยเพิ่มความเร็วการเขียนได้หรือไม่?

ได้ พิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ผู้ใช้ร่างเนื้อหาได้เร็วขึ้นมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์

Speechify มีประโยชน์กับนักเรียนหรือไม่?

ได้ นักเรียนสามารถฟังเนื้อหาการเรียน สร้าง สรุป และทบทวนผ่านการสนทนาด้วยเสียง

Speechify ใช้แทนแอพบริหารงานได้ไหม?

ไม่ Speechify เสริม ศักยภาพการทำงาน ด้วยการปรับวิธีรับข้อมูลและผลิตเนื้อหาของคุณให้ดีขึ้น

Speechify ช่วยรักษาโฟกัสช่วงเรียนหรือทำงานนาน ๆ ได้หรือไม่?

ได้ ผู้ใช้สามารถฟังเนื้อหายาว ๆ ด้วยการอ่านออกเสียง ปรับความเร็ว และเรียกขอสรุปเพื่อรักษาสมาธิและลดความล้าทางสมองได้

Speechify ช่วยเปลี่ยนเวลาว่างให้เป็นเวลาผลิตงานได้หรือไม่?

ได้ ผู้ใช้สามารถฟังเอกสารและเนื้อหาที่ต้องเรียนรู้ในขณะเดินทาง เดินเล่น หรือออกกำลังกาย ช่วยเปลี่ยนเวลาว่างให้กลายเป็นช่วงเวลาทบทวนเนื้อหาอย่างมีสมาธิ


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม