1. หน้าแรก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. วิธีเปิดใช้การพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงบน iPhone
การพิมพ์ด้วยเสียง

วิธีเปิดใช้การพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงบน iPhone

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

การพิมพ์ด้วยเสียง พัฒนาจากฟีเจอร์เพื่อความสะดวกกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิตประจำวันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, การเข้าถึงสำหรับทุกคน และการสื่อสารแม้ในขณะเดินทาง ฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียงที่มากับ iPhone ของ Apple นั้นถือว่าแม่นยำและใช้งานง่ายที่สุดตัวหนึ่ง เพราะมีระบบประมวลผลในเครื่อง ฟีเจอร์วรรคตอนอัจฉริยะ และเชื่อมต่อกับทุกแอปที่มีคีย์บอร์ดได้อย่างไร้รอยต่อ คู่มือนี้จะแนะนำขั้นตอนการเปิดใช้การพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงบนiPhone เพื่อให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ทันที 

ข้อดีของการใช้การพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียง

iPhone มาพร้อมความสามารถรู้จำเสียงขั้นสูง ทำให้การป้อนข้อมูลด้วยเสียงเป็นไปอย่างราบรื่น ตอบสนองไว และแม่นยำสูง ข้อดีบางประการของการพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงบนiPhone มีดังนี้ 

  • ความสะดวกแบบไร้มือ: การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ผู้ใช้สร้างข้อความ, อีเมล และโน้ตได้โดยไม่ต้องพิมพ์เอง เหมาะอย่างยิ่งขณะทำงานหลายอย่างพร้อมกันหรือในสถานการณ์ที่ไม่สะดวกพิมพ์
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: AI voice dictation ช่วยให้คุณสร้างเนื้อหาได้เร็วกว่าการพิมพ์มาก เหมาะสำหรับข้อความยาว การระดมความคิด หรือการเขียนผ่านมือถือ
  • เพิ่มการเข้าถึงสำหรับทุกคน: การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ผู้ที่พิมพ์ลำบาก ไม่ว่าจะมาจากปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น หรือทักษะการใช้นิ้วมือ สามารถสื่อสารได้สะดวกขึ้น ให้การสื่อสารเป็นเรื่องของทุกคนอย่างแท้จริง
  • ถอดเสียงแบบเรียลไทม์แม่นยำ: iPhone AI voice dictation ถอดเสียงพูดเป็นข้อความได้อย่างแม่นยำสูง ลดความจำเป็นต้องมานั่งแก้ทีหลัง และทำให้การเขียนง่ายขึ้นมาก

วิธีเปิดใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงบน iPhone

ฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียงของ Apple ถูกฝังอยู่ในคีย์บอร์ดiPhone โดยตรงและสามารถเปิดใช้ได้เพียงไม่กี่ขั้นตอน เมื่อเปิดใช้แล้ว คุณสามารถพูดข้อความในแอปใดก็ได้ เช่น ข้อความ, เมล, โน้ต หรือ Safari

  1. เปิดแอปการตั้งค่า: เริ่มจากเปิดแอปการตั้งค่าในiPhoneของคุณเพื่อเข้าถึงตัวเลือกการตั้งค่าระบบ
  2. เลือกทั่วไป: แตะเมนู “ทั่วไป” เพื่อค้นหาการตั้งค่าการป้อนข้อมูลและคีย์บอร์ด
  3. แตะคีย์บอร์ด: เลื่อนหาเมนู “คีย์บอร์ด” ซึ่งรวมตัวควบคุมการพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงทั้งหมด
  4. เปิดใช้สั่งงานด้วยเสียง: สลับปุ่ม “เปิดสั่งงานด้วยเสียง” เพื่อเปิดปุ่มไมโครโฟนบนคีย์บอร์ดของคุณสำหรับการพิมพ์ด้วยเสียง
  5. ยืนยันเมื่อมีการแจ้งเตือน: อาจต้องยืนยันการใช้สั่งงานด้วยเสียง เพื่อให้iPhoneของคุณประมวลผลเสียงอย่างปลอดภัย
  6. ทดสอบในแอปใดก็ได้: เปิดช่องข้อความ แตะไอคอนไมโครโฟน แล้วพูดตามปกติเพื่อเริ่มต้นการพิมพ์ด้วยเสียงได้ทันที

ทิปส์การใช้การพิมพ์ด้วยเสียงบน iPhone ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

แม้ว่าiPhone จะสั่งงานด้วยเสียงได้แม่นยำมากอยู่แล้ว แต่ถ้าทำตามทิปส์ง่าย ๆ เหล่านี้ ประสบการณ์จะดีขึ้นไปอีก

  • พูดชัดและไม่เร็วเกินไป: ควรพูดด้วยโทนเสียงปกติและชัดถ้อยชัดคำ เพื่อให้iPhoneเข้าใจและถอดความหมายของคุณได้ถูกต้อง
  • ใช้คำสั่งวรรคตอน: พูดคำว่า “จุลภาค”, “จุด”, “เครื่องหมายคำถาม” หรือ “ย่อหน้าใหม่” เพื่อให้iPhoneจัดรูปแบบข้อความให้เรียบร้อยโดยอัตโนมัติ
  • ลดเสียงรบกวนรอบข้าง: ใช้การพิมพ์ด้วยเสียงในที่เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำขึ้น
  • ตรวจสอบไมโครโฟน: ตรวจให้แน่ใจว่าไมโครโฟนไม่มีสิ่งกีดขวางหรือฝุ่นเกาะ เพื่อไม่ให้เสียงอู้อี้หรือขาดหาย

ฟีเจอร์การพิมพ์ด้วยเสียงขั้นสูงบน iPhone

Apple ได้ขยายขีดความสามารถของการพิมพ์ด้วยเสียงให้มากกว่าการสั่งงานทั่วไป มาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่ทำให้การพูดแทนการพิมพ์สะดวกกว่าที่เคย

  • ประมวลผลในเครื่อง: ข้อมูลเสียงของคุณจะถูกประมวลผลในเครื่อง ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวและเพิ่มความรวดเร็วในการถอดเสียง
  • แก้ไขด้วยคีย์บอร์ดแบบเรียลไทม์: สามารถใช้คีย์บอร์ดแก้ไขหรือเพิ่มข้อความได้ทันทีระหว่างที่สั่งงานด้วยเสียง
  • ใส่วรรคตอนอัตโนมัติ: iPhone สามารถเติมวรรคตอนอัจฉริยะอัตโนมัติตามรูปแบบการพูดของคุณ ให้ข้อความอ่านง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพิมพ์เอง

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

หากการพิมพ์ด้วยเสียงหรือการสั่งงานด้วยเสียงทำงานผิดปกติ คุณสามารถตรวจสอบบางจุดง่าย ๆ เพื่อแก้ไขได้ทันที

  • เปิด Siri: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปิด Siri แล้ว เพราะการสั่งงานด้วยเสียงใช้ฟีเจอร์ของระบบในลักษณะเดียวกัน
  • อัปเดตiOS: ติดตั้งอัปเดตiOSเวอร์ชันล่าสุด เพื่อแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพ
  • ตรวจสอบสิทธิ์ใช้งานไมโครโฟน: ให้สิทธิ์การเข้าถึงไมโครโฟนกับแอปที่ต้องใช้การพิมพ์ด้วยเสียง
  • รีสตาร์ทอุปกรณ์: รีสตาร์ทiPhoneเพื่อรีเซ็ตกระบวนการเบื้องหลังที่อาจมีผลต่อการสั่งงานด้วยเสียง

Speechify Voice Typing: เครื่องมือสั่งงานด้วยเสียงอันดับ 1 บน iPhone

SpeechifyVoice Typing คือเครื่องมือสั่งงานด้วยเสียงที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้ใช้iPhoneที่ต้องการเขียนได้อย่างรวดเร็วและไร้ที่ติ โดยไม่ต้องหยุดแก้ไขบ่อย ๆ เพราะมีการตรวจสอบไวยากรณ์อัจฉริยะ เติมวรรคตอนอัตโนมัติ และลบคำเสริมอย่าง "เอ่อ" หรือ "อืม" ให้คุณพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วอุปกรณ์ก็จะแปลงทุกคำพูดเป็นข้อความที่เรียบร้อยและดูเป็นทางการสำหรับข้อความ, อีเมล, โน้ต, รายงาน หรือการเขียนงานยาว ๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้คลังข้อความเป็นเสียงของ Speechify ที่มีเสียง AI กว่า 200 เสียงใน 60 ภาษา ให้คุณฟังทุกอย่างที่เขียน หรือให้ Speechifyอ่านออกเสียงหน้าเว็บใด ๆ บนมือถือ นอกจากนี้ด้วยผู้ช่วย AI Speechify Voice ที่ฝังในแอป คุณยังพูดคุยโต้ตอบกับหน้าเว็บบนiPhoneเพื่อรับสรุป, คำอธิบาย, ประเด็นสำคัญ หรือคำตอบด่วนได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย

จะเปิดใช้การพิมพ์ด้วยเสียงบน iPhone ได้อย่างไร?

คุณสามารถเปิดใช้การพิมพ์ด้วยเสียง ได้โดยการเปิดสวิตช์ “เปิดสั่งงานด้วยเสียง” ที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > คีย์บอร์ด หรือจะใช้ Speechify Voice Typing เพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วและสะอาดตายิ่งขึ้น

การตั้งค่าสั่งงานด้วยเสียงอยู่ตรงไหนใน iPhone?

การตั้งค่าสั่งงานด้วยเสียงจะอยู่ที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > คีย์บอร์ด โดย Speechify Voice Typing ก็สามารถใช้แทนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

จำเป็นต้องเปิด Siri เพื่อใช้สั่งงานด้วยเสียงบน iPhone หรือไม่?

ควรเปิด Siri เพื่อใช้ฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียงของระบบได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ Speechify Voice Typing สามารถทำงานแยกต่างหากได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่า

จะเริ่มต้นสั่งงานด้วยเสียงในแอปใด ๆ บน iPhone ได้อย่างไร?

แตะปุ่มไมโครโฟนบนคีย์บอร์ด หรือใช้ Speechify Voice Typing เพื่อถอดเสียงพูดเป็นข้อความได้ทันทีในช่องข้อความใดก็ได้

การสั่งงานด้วยเสียงใน iPhone แม่นยำแค่ไหน?

iPhone มีฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียงที่แม่นยำมาก แต่ Speechify Voice Typing ช่วยเพิ่มความแม่นยำขึ้นไปอีก ด้วยการตรวจสอบไวยากรณ์ด้วย AI

จะใช้การพิมพ์ด้วยเสียงสำหรับจดบันทึกยาว ๆ บน iPhone ได้อย่างไร?

ใช้ Speechify Voice Typing เพียงแค่แตะไมโครโฟนแล้วเริ่มพูดได้เลย เหมาะกับการเขียนงานยาว ๆ โดยไม่สะดุดหรือหมดเวลา

ทำไมการพิมพ์ด้วยเสียงถึงหยุดฟังเสียงหลังจากไม่กี่วินาที?

iPhone อาจหยุดฟังเสียงโดยอัตโนมัติหลังจากหยุดพูด แต่ Speechify Voice Typingรองรับการสั่งงานแบบต่อเนื่องโดยไม่หมดเวลา

จะพูดอีเมลหรือข้อความบน iPhone ได้อย่างไร?

เปิดช่องข้อความใด ๆ แล้วแตะไมโครโฟน หรือใช้ Speechify Voice Typing เพื่อสั่งงานเสียงข้อความได้สะอาดและแม่นยำยิ่งขึ้น

จะให้ iPhone ใส่วรรคตอนอัตโนมัติในการสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างไร?

ฟีเจอร์เติมวรรคตอนอัตโนมัติถูกรวมไว้ในiOSแล้ว และ Speechify Voice Typing ยังช่วยเติมวรรคตอนที่เข้ากับบริบทได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

วิธีที่ง่ายที่สุดในการพิมพ์ด้วยเสียงแม่นยำสูงบน iPhone คืออะไร?

วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ Speechify Voice Typing ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและแม่นยำกว่าฟีเจอร์ของ Apple

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม