1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. วิธีใช้ Speechify ให้ต่างจาก Perplexity
ผู้ช่วยเสียง AI

วิธีใช้ Speechify ให้ต่างจาก Perplexity

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

เครื่องมือ AI ถูกนำมาใช้มากขึ้นสำหรับการวิจัย การเรียนรู้ และการตัดสินใจ แต่ตัวช่วยแต่ละตัวไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการทำงานประเภทเดียวกันทั้งหมด Perplexity เป็นเครื่องมือค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งถูกใช้แพร่หลายเพื่อค้นหาคำตอบพร้อมแหล่งอ้างอิง Speechify Voice AI Assistant ในทางกลับกัน ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบเน้นเสียงโดยเฉพาะสำหรับการอ่าน คิด และเรียนรู้จากเอกสารและหน้าเว็บโดยตรง

การเข้าใจความแตกต่างของเครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกตัวช่วยที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท และหลีกเลี่ยงการใช้งานผิดจุด

Perplexity มีจุดประสงค์หลักเพื่ออะไร?

Perplexity เหมาะกับการตอบคำถามและการค้นพบข้อมูล ผู้ใช้ถามคำถาม และ Perplexity จะค้นหาคำตอบพร้อมแหล่งอ้างอิงจากเว็บ จุดเด่นคือการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วและได้สรุปเนื้อหาที่มีการอ้างอิงครบถ้วน

จึงทำให้ Perplexity เหมาะกับการใช้งานต่อไปนี้:

  • ค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว
  • สรุปหัวข้อในภาพรวม
  • ค้นหาแหล่งข้อมูล
  • คำถามวิจัยสั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม Perplexity ขับเคลื่อนด้วยระบบค้นหาเป็นหลัก ทุกครั้งที่ใช้งานจะเริ่มต้นด้วยการค้นหาใหม่และจบลงที่คำตอบ

แล้ว Speechify Voice AI Assistant ถูกออกแบบมาเพื่ออะไร?

Speechify Voice AI Assistant ถูกสร้างมาเพื่อโต้ตอบกับเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะค้นหาก่อน มันจะทำงานกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังอ่านหรือเขียนอยู่แล้ว

Speechify ให้ความสำคัญกับ:

  • ฟังเอกสาร, หน้าเว็บ และ ไฟล์ PDF
  • ตั้งคำถามเชิงบริบทเกี่ยวกับเนื้อหาบนหน้าจอ
  • เขียนตามคำบอกด้วยเสียง
  • สรุปและอธิบายเนื้อหาในจุดเดียวกัน

แทนที่จะออกไปหาข้อมูลจากที่อื่น Speechify ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและทำงานกับข้อมูลที่มีอยู่แล้วได้ดียิ่งขึ้น

กระบวนการวิจัยของ Speechify กับ Perplexity แตกต่างกันอย่างไร?

Perplexity เด่นด้านการหาคำตอบ ส่วนSpeechify เด่นด้านความเข้าใจในเนื้อหา

เมื่อใช้ Perplexity ผู้ใช้จะ:

  1. ตั้งคำถาม
  2. รับคำตอบที่สังเคราะห์ขึ้น
  3. คลิกดูแหล่งข้อมูลต้นทางถ้าจำเป็น

ส่วนกับSpeechify ผู้ใช้จะ:

  1. เปิดเอกสาร บทความ หรือ PDF
  2. ฟังเนื้อหา
  3. ถามคำถามเจาะจงกับเนื้อหานั้นโดยตรง
  4. สรุป อธิบาย หรือเขียนใหม่ด้วยเสียง

จึงทำให้Speechify เหมาะสำหรับการวิจัยเชิงลึก การอ่านเนื้อหายาว ๆ และกระบวนการทำความเข้าใจที่ต้องทำซ้ำ

ทำไมการโต้ตอบด้วยเสียงถึงสำคัญในเปรียบเทียบนี้?

Perplexity ยังเน้นข้อความเป็นหลัก แม้จะใช้เสียงป้อนข้อมูลได้ แต่ประสบการณ์ยังคงผูกกับการพิมพ์และการอ่านคำตอบ

Speechify เป็นระบบที่เน้นเสียงโดยตรง ผู้ใช้พูดเพื่อโต้ตอบ และฟังเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งเปลี่ยนประสบการณ์งานวิจัยระยะยาว โดยเฉพาะเมื่ออ่านเนื้อหาหนาแน่นหรือเชิงเทคนิค

การโต้ตอบด้วยเสียงช่วยลดความล้าและทำให้ผู้ใช้มีสมาธิได้นานขึ้น ซึ่งสำคัญมากสำหรับการเรียน, การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์

Speechify จัดการบริบทแตกต่างจาก Perplexity อย่างไร?

Perplexity พึ่งพาบริบทที่ให้ในแต่ละคำถาม ถ้าต้องการอ้างอิงเอกสาร จะต้องพิมพ์หรือวางเนื้อหานั้นเข้าไป

Speechify รับรู้สิ่งที่ผู้ใช้กำลังดูอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้สามารถถามเช่น:

  • สรุปเนื้อหาส่วนนี้
  • อธิบายย่อหน้านี้ให้เข้าใจง่ายขึ้น
  • สรุปประเด็นสำคัญ

การรู้บริบทอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้Speechify มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับการเรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหา

เครื่องมือไหนเหมาะกับการอ่านและการรับข้อมูลมากกว่า?

Speechify เริ่มต้นจากการเป็นเครื่องมืออ่านและยังคงเหมาะกับการฟังมากที่สุด ผู้ใช้สามารถฟังบทความ, ตำราเรียน, ไฟล์ PDF และโน้ตต่าง ๆ ได้ด้วยความเร็วที่ปรับได้ พร้อมไฮไลท์ข้อความขณะฟัง

Perplexity ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการอ่านเนื้อหายาว ๆ มันสรุปเนื้อหาได้ แต่ไม่รองรับการฟังเนื้อหาต่อเนื่องหรือการทบทวนซ้ำ ๆ

สำหรับผู้ที่ต้องอ่านข้อมูลจำนวนมาก Speechify จะให้เวิร์กโฟลว์ที่ยั่งยืนและต่อเนื่องมากกว่า

การเขียนและการสังเคราะห์แตกต่างกันอย่างไรระหว่างสองเครื่องมือนี้?

Perplexity สร้างข้อความจากพรอมต์ได้ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเขียนตามคำบอกหรือการเขียนต่อเนื่อง

Speechify มีฟีเจอร์การเขียนตามคำบอกด้วยเสียงเป็นฟีเจอร์หลัก ผู้ใช้พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วSpeechify จะเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความ พร้อมลบคำฟุ่มเฟือยและปรับไวยากรณ์ให้อัตโนมัติ

จึงทำให้Speechify เหมาะสำหรับร่างเรียงความ, รายงาน, โน้ต และงานวิเคราะห์โดยตรงในเอกสารหรือเครื่องมือแก้ไข

Speechify ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ได้ดีกว่า AI ที่ใช้ค้นหาอย่างไร?

การเรียนรู้ต้องการการทบทวน การอธิบาย และการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น Speechify สนับสนุนสิ่งนี้ด้วย:

  • ฟังเนื้อหาซ้ำได้หลายครั้ง
  • สร้างสรุปเนื้อหา
  • ตั้งคำถามเชิงบริบท
  • ทบทวนเนื้อหาด้วยเสียง

หากอยากเห็นว่าSpeechify ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและจดจำข้อมูลได้อย่างไร คุณสามารถดูวิดีโอYouTube Voice AI Recaps: เข้าใจสิ่งที่คุณอ่านหรือดูได้ทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเนื้อหายาว ๆ เข้าใจง่ายขึ้นด้วยเวิร์กโฟลว์ที่เน้นเสียง

Perplexity กับ Speechify ใช้งานควบคู่กันได้อย่างไร โดยไม่ต้องแทนที่กัน?

ผู้ใช้จำนวนมากใช้ทั้งสองเครื่องมือแยกกันตามช่วงงาน

Perplexity มีประโยชน์ช่วงเริ่มวิจัยสำหรับสำรวจหัวข้อและหาแหล่งข้อมูล ส่วนSpeechify จะถูกใช้เมื่อต้องอ่าน ทบทวน หรือเขียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่เลือกไว้แล้ว

ดังนั้น Perplexity ช่วยหาข้อมูล ส่วนSpeechify ช่วยให้คิดและทำงานกับข้อมูลนั้นได้

ทำไม Speechify จึงถูกวางตำแหน่งเป็น Voice AI Assistant ไม่ใช่ AI ค้นหา?

Speechify ถูกออกแบบโดยเชื่อว่า AI ควรอยู่ในเอกสาร ไม่ใช่อยู่ข้างนอก แทนที่จะดึงผู้ใช้ไปที่หน้าค้นหา มันผสานตัวช่วยไว้ตรงจุดที่กำลังอ่านหรือเขียนเลย

ตำแหน่งนี้สอดคล้องกับภาพรวมในวงการที่กว้างขึ้น TechCrunch ได้กล่าวถึงการขยายตัวของSpeechify จากข้อความเป็นเสียงสู่Voice AI Assistantเต็มรูปแบบ โดยเน้นฟีเจอร์การพิมพ์ด้วยเสียง และการตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาบนหน้าจอได้ตรงภายในเบราว์เซอร์

ผู้ใช้กลุ่มใดได้ประโยชน์จาก Speechify มากกว่า Perplexity?

Speechify เหมาะกับ:

  • นักเรียน ที่ต้องอ่านเนื้อหายาว ๆ
  • นักวิจัยที่ต้องทบทวนเอกสารหรือรายงาน
  • มืออาชีพที่ต้องร่างหรือแก้ไขเอกสาร
  • ผู้ใช้ที่คิดและจับประเด็นได้ดีกว่าด้วยการฟัง
  • ผู้ที่ต้องการเวิร์กโฟลว์แบบไม่ต้องใช้มือ

Perplexity เหมาะกับการค้นหาข้อมูลเร็ว ๆ และการดูแหล่งอ้างอิง

มีให้ใช้บนแพลตฟอร์มใดบ้าง?

Speechify Voice AI Assistant Chrome Extension ใช้งานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ได้ รวมถึงiOS, Chrome และ Web

คำถามที่พบบ่อย

Speechify แทนที่ Perplexity ได้หรือไม่?

ไม่ได้ Perplexity เหมาะสำหรับการค้นหาและสำรวจ ในขณะที่Speechify เหมาะกับการทำความเข้าใจและจัดการกับเนื้อหาโดยตรง

Speechify ตอบคำถามวิจัยได้หรือไม่?

ตอบได้ แต่จะตอบคำถามตามเนื้อหาที่คุณกำลังอ่านอยู่ โดยจะไม่ค้นหาข้อมูลจากเว็บโดยอัตโนมัติ

เครื่องมือไหนเหมาะกับนักเรียนมากกว่า?

Speechify มักจะเหมาะกับนักเรียนมากกว่า เพราะรองรับการฟัง, สรุปเนื้อหา และคำถามเชิงบริบทระหว่างการเรียน

Speechify ต้องก็อปข้อความไปลงแชทก่อนหรือไม่?

ไม่ต้อง Speechify สามารถทำงานกับเอกสารและหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ได้โดยตรง

ใช้สองเครื่องมือร่วมกันได้หรือไม่?

ใช้ได้ ผู้ใช้จำนวนมากใช้ Perplexity หาข้อมูลอ้างอิง แล้วใช้Speechify เพื่ออ่าน ทำความเข้าใจ และเขียนเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านั้น

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม