1. หน้าแรก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. วิธีใช้การพิมพ์ด้วยเสียง

วิธีใช้การพิมพ์ด้วยเสียง

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

การพิมพ์ด้วยเสียง และการสั่งงานด้วยเสียงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคนที่อยากทำงานให้เสร็จไวขึ้น ลดเมื่อยล้าจากการพิมพ์ หรือเก็บไอเดียทันทีโดยไม่ต้องใช้มือ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน มืออาชีพ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือคนที่มองหา เครื่องมือช่วยการเข้าถึง การเรียนรู้วิธีใช้การสั่งงานด้วยเสียงสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมาก คู่มือนี้จะพาคุณมาดูว่าระบบการพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงทำงานอย่างไร ตั้งค่าแบบไหน และมีวิธีใช้งานให้ได้ผลลัพธ์แม่นยำที่สุดอย่างไร

การสั่งงานด้วยเสียงคืออะไร?

การสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งมักใช้แทนคำว่าการพิมพ์ด้วยเสียง คือเทคโนโลยีแปลงคำพูดเป็นข้อความที่จะแปลงเสียงพูดให้อยู่ในรูปแบบตัวอักษร ระบบสั่งงานด้วยเสียงสมัยใหม่ใช้โมเดลจดจำเสียงขั้นสูง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถร่างเอกสาร ส่งข้อความ ค้นหาข้อมูล หรือควบคุมอุปกรณ์ได้ด้วยเสียงพูด ปัจจุบันเครื่องมือเหล่านี้ใช้ AI เพื่อเข้าใจบริบท เครื่องหมายวรรคตอน และลักษณะการพูดตามธรรมชาติ ทำให้แม่นยำกว่าระบบการพิมพ์ด้วยเสียงแบบเก่าอย่างมาก

ทำไมต้องใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียง?

การสั่งงานด้วยเสียงให้ประโยชน์ชัดเจนทั้งในที่ทำงาน การเรียน และชีวิตประจำวัน เช่น: 

  • เพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้มือ: การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้โดยไม่ต้องใช้แป้นพิมพ์ ลดงานซ้ำซ้อนและช่วยให้ร่างข้อความได้เร็วขึ้น
  • เพิ่มความเร็วในการเขียน: การสั่งงานด้วยเสียงส่วนใหญ่ช่วยให้คนสร้างข้อความได้เร็วขึ้น 3–4 เท่าเมื่อเทียบกับการพิมพ์ปกติ
  • เพิ่มความสามารถในการเข้าถึง: การพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวมีปัญหาด้านสายตา หรือผู้ที่เป็นโรค carpal tunnel ได้รับการสนับสนุนที่จำเป็น
  • เพิ่มความคิดสร้างสรรค์: การพูดไอเดียออกมาดัง ๆ ช่วยให้การเขียนลื่นไหลเป็นธรรมชาติและช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ระหว่างการระดมความคิดหรือร่างงาน

จะใช้การสั่งงานด้วยเสียงบนทุกอุปกรณ์ได้อย่างไร?

อุปกรณ์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่มาพร้อมเครื่องมือการพิมพ์ด้วยเสียงหรือระบบสั่งงานด้วยเสียงในตัว ด้านล่างนี้คือวิธีการทีละขั้นตอนสำหรับแพลตฟอร์มหลัก ๆ ที่ใช้กันมากที่สุด

จะใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงบน Mac อย่างไร?

  1. ไปที่ การตั้งค่าระบบ → คีย์บอร์ด
  2. เปิดใช้งานการสั่งงานด้วยเสียงและเลือกปุ่มลัดที่ต้องการ
  3. เปิดฟิลด์ข้อความใดก็ได้ กดปุ่มลัด แล้วเริ่มพูด
  4. พูดคำสั่งเครื่องหมายวรรคตอน เช่น “จุลภาค” “จุด” หรือ “ขึ้นบรรทัดใหม่”

จะใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงบน Windows อย่างไร?

  1. กด Windows + H เพื่อเปิดเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงที่ติดตั้งมากับเครื่อง
  2. คลิกที่ไอคอนไมโครโฟนเพื่อเริ่มต้นสั่งงานด้วยเสียง
  3. พูดให้ชัดและเว้นจังหวะสั้น ๆ ระหว่างประโยค
  4. ใช้คำสั่งเสียง เช่น “ลบอันนั้น” หรือ “เลือกคำก่อนหน้า”

จะใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงบน iPhone หรือ iPad อย่างไร?

  1. ไปที่ การตั้งค่า → ทั่วไป → คีย์บอร์ด → เปิดใช้งานการสั่งงานด้วยเสียง
  2. แตะที่ไอคอนไมโครโฟนบนแป้นพิมพ์
  3. พูดตามธรรมชาติแล้วเริ่มพิมพ์ด้วยเสียงได้ทันที
  4. พูดคำสั่งเช่น “เครื่องหมายคำถาม” หรือ “ย่อหน้าใหม่” เพื่อจัดรูปแบบข้อความ

จะใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงบน Android อย่างไร?

  1. เปิดฟิลด์ข้อความใดก็ได้ จากนั้นแตะไมโครโฟนบนคีย์บอร์ด Gboard
  2. พูดให้ชัดโดยถืออุปกรณ์ไว้ใกล้ปาก
  3. ตรวจสอบและแก้ไขข้อความหากจำเป็น เพราะการพิมพ์ด้วยเสียงอาจแก้ไขอัตโนมัติ

มีเทคนิคอะไรให้ได้ผลลัพธ์การสั่งงานด้วยเสียงแม่นยำที่สุด?

ความแม่นยำของการพิมพ์ด้วยเสียงขึ้นอยู่กับทั้งเทคโนโลยีและวิธีการใช้ หากปฏิบัติตามเคล็ดลับต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความถูกต้อง ทำให้ข้อความเรียบร้อยและลดงานแก้ไขภายหลัง

  • พูดชัดเจน: การพูดชัดและใช้ระดับเสียงปานกลางจะทำให้การพิมพ์ด้วยเสียงและผลลัพธ์การสั่งงานของคุณแม่นยำขึ้น
  • ลดเสียงรบกวนรอบข้าง: อยู่ในที่เงียบจะช่วยให้เครื่องมือสั่งงานด้วยเสียงเข้าใจคำพูดได้ถูกต้อง
  • ใช้ไมโครโฟนคุณภาพดี: ไมโครโฟนที่ดีจะทำให้ระบบรับเสียงได้คมชัดและสม่ำเสมอ
  • เรียนรู้คำสั่งเสียง: หากชำนาญการใช้คำสั่งที่มีในระบบ จะช่วยให้คุณปรับแต่ง จัดรูปแบบ และแก้ไขงานได้โดยไม่ต้องจับแป้นพิมพ์
  • ตรวจทานทุกอย่าง: แม้แต่ระบบสั่งงานที่ดีที่สุดก็อาจฟังผิดได้บ้าง ควรอ่านทวนเพื่อเช็กความถูกต้องอีกครั้ง

ตัวอย่างการใช้การพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียงยอดนิยม

การพิมพ์ด้วยเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงกำลังเปลี่ยนวิธีการทำงาน การสื่อสาร และการสร้างเนื้อหาของผู้คนแทบทุกวงการ หากเข้าใจวิธีใช้งาน คุณก็จะดึงศักยภาพออกมาใช้ได้เต็มที่และเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

  • การสร้างเนื้อหา: การสั่งงานด้วยเสียงช่วยให้บล็อกเกอร์ นักเขียน และนักการตลาดร่างเนื้อหายาว ๆ ได้รวดเร็วโดยไม่สะดุดจังหวะความคิดสร้างสรรค์
  • การจดบันทึก: การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยนักเรียนและมืออาชีพจดไอเดีย โน้ตประชุม หรือบันทึกช่วงระดมสมองได้ทันที
  • การสนับสนุนการเข้าถึง: การสั่งงานด้วยเสียงช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือการมองเห็นมีโอกาสสื่อสารและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เวิร์กโฟลว์ไม่ต้องใช้มือ: การพิมพ์ด้วยเสียงเหมาะมากสำหรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกันเช่น สั่งเตือนความจำระหว่างทำอาหาร หรือร่างข้อความขณะขับรถ (ในรูปแบบที่ปลอดภัยและไม่ต้องใช้มือ)

แนวทางแก้ปัญหาทั่วไปของการสั่งงานด้วยเสียง

การแก้ปัญหาการสั่งงานด้วยเสียงส่วนใหญ่มักเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุหลัก ความแม่นยำต่ำมักเกิดจากเสียงรบกวนรอบข้างหรือการพูดไม่ชัด ดังนั้นหากเลือกใช้ในที่เงียบและพูดให้ชัดก็จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น การใส่วรรคตอนผิดเพี้ยนมักมาจากการลืมพูดคำสั่งวรรคตอน ทำให้ประโยคยืดยาวหรือใส่เครื่องหมายผิด หากรู้สึกว่าระบบสั่งงานช้า หรือมีดีเลย์ มักเกิดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ลองเปลี่ยนไปใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขึ้น หรือถ้ามีตัวเลือกให้ ใช้โหมดสั่งงานออฟไลน์ก็ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพได้

Speechify Voice Typing: แพลตฟอร์มสั่งงานด้วยเสียง AI ฟรีที่ดีที่สุด

Speechify Voice Typing เป็นแพลตฟอร์มสั่งงานด้วยเสียง AIฟรีอันดับต้น ๆ ที่ผสานระบบจดจำเสียงล้ำสมัยเข้ากับฟีเจอร์ AI ทรงพลังโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานได้ไม่จำกัดและไม่บังคับอัปเกรด ผู้ใช้สามารถพูดสั่งงานได้ตามธรรมชาติ ขณะที่ Speechify จะช่วยใส่วรรคตอน แก้ไวยากรณ์ และลบคำฟุ่มเฟือยโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ข้อความที่สวยงามและดูเป็นมืออาชีพในทุกแอปหรือทุกเว็บไซต์ ผ่านแอปMac iOS และ Android หรือผ่าน Speechify Chrome Extension นอกจากนี้ยังมีคีย์บอร์ดสั่งงานบนมือถือสำหรับพิมพ์ด้วยเสียงระหว่างเดินทาง อีกทั้ง Speechify ยังให้บริการอ่านข้อความเป็นเสียงพูดในกว่า60+ ภาษา พร้อมVoice AI Assistant ที่ช่วยสรุป อธิบาย หรือดึงประเด็นสำคัญจากเอกสารและเว็บไซต์ จึงเป็นโซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพที่สมบูรณ์และฟรีสำหรับทุกคน

คำถามที่พบบ่อย

การสั่งงานด้วยเสียงคืออะไรและทำงานอย่างไร?

การสั่งงานด้วยเสียงจะแปลงคำพูดเป็นข้อความโดยใช้เทคโนโลยีจดจำเสียง และSpeechify Voice Typingยังใช้ AI ช่วยเพิ่มความแม่นยำและทำให้ข้อความสะอาดอ่านง่ายยิ่งขึ้น

การสั่งงานด้วยเสียงเหมือนกับการพิมพ์ด้วยเสียงหรือไม่?

ใช่ การสั่งงานด้วยเสียงและการพิมพ์ด้วยเสียงเป็นกระบวนการเดียวกัน คือแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ และSpeechify Voice Typingรองรับการใช้งานไม่ว่าคุณจะเรียกด้วยคำไหน

ทำไมควรใช้การพิมพ์ด้วยเสียงแทนการพิมพ์ด้วยมือ?

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้คุณเขียนได้เร็วขึ้นมากและลดอาการล้าทางร่างกาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้จำนวนมากเลือกSpeechify Voice Typingเป็นเครื่องมือหลัก

เริ่มต้นใช้งานการสั่งงานด้วยเสียงบนอุปกรณ์ของคุณอย่างไร?

คุณสามารถเปิดใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่มาพร้อมเครื่อง หรือใช้Speechify Voice Typingเพื่อสั่งงานบนแอปหรือเว็บไซต์ใดก็ได้ทันที

สามารถใช้การสั่งงานด้วยเสียงเขียนงานมืออาชีพได้หรือไม่?

ได้ เครื่องมือสั่งงานด้วยเสียง AI สมัยใหม่อย่างSpeechify Voice Typingมีความแม่นยำมากพอสำหรับเอกสารและงานเขียนยาว ๆ

การสั่งงานด้วยเสียงเร็วกว่าเทียบกับการพิมพ์อย่างไร?

โดยทั่วไป คนเราพูดได้เร็วกว่าเวลาพิมพ์ราว 3–4 เท่า ทำให้Speechify Voice Typingช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมาก

การสั่งงานด้วยเสียงรองรับเครื่องหมายวรรคตอนและการจัดรูปแบบหรือไม่?

รองรับ Speechify Voice Typingจะใส่วรรคตอนและจัดรูปแบบข้อความให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องพูดคำสั่ง

การสั่งงานด้วยเสียงช่วยเรื่องการเข้าถึงได้ไหม?

การสั่งงานด้วยเสียงช่วยเหลือผู้มีความท้าทายด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น หรือการเรียนรู้ โดยSpeechify Voice Typingออกแบบมาเพื่อการเข้าถึงโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ใดบ้างที่รองรับการพิมพ์และสั่งงานด้วยเสียง?

การสั่งงานด้วยเสียงทำงานได้บนMac Windows iOS Android และเบราว์เซอร์ทุกชนิด ซึ่งSpeechify Voice Typingรองรับทั้งหมด

จะเพิ่มความแม่นยำของการสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างไร?

ความแม่นยำจะดีขึ้นหากพูดชัด ลดเสียงรบกวน และใช้เครื่องมือขั้นสูง เช่นSpeechify Voice Typing

จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนพิเศษสำหรับการสั่งงานด้วยเสียงหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนพิเศษ เพราะSpeechify Voice Typingก็ทำงานได้ดีแม้ใช้ไมโครโฟนที่มากับอุปกรณ์


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม