ถ้าคุณเหมือนกับคนส่วนใหญ่ คุณอาจมีเอกสาร PDF มากมายบนอุปกรณ์ Androidที่คุณต้องอ่าน แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกจะอ่านเองทั้งหมดล่ะ? ตรงนี้แหละที่แอปพลิเคชัน PDF แปลงข้อความเป็นเสียงเข้ามาช่วย หากคุณมีแอป แปลงข้อความเป็นเสียง PDFดี ๆ ไว้ใช้บนAndroid คุณก็ปล่อยให้เอกสาร PDF อ่านออกเสียงให้ฟังแทนได้ ช่วยให้คุณรับข้อมูลและจัดการงานต่าง ๆ ระหว่างเดินทางได้แบบสบาย ๆ
เราจะพาไปดูรายละเอียดของแอป แปลงข้อความเป็นเสียง PDF ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Android เจาะฟีเจอร์เด่นของแต่ละแอป และเหตุผลว่าทำไมแต่ละตัวถึงเหมาะกับการใช้ให้แอปอ่าน PDF ออกเสียง ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพตารางแน่น นักเรียน หรือแค่คนที่ชอบฟังมากกว่าอ่าน เราก็มีตัวเลือกให้ครบ มาดูกันเลยว่าจะหาแอป PDF แปลงข้อความเป็นเสียงที่ลงตัวกับอุปกรณ์ Androidของคุณได้อย่างไร
ทำความเข้าใจการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียง
ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดเชิงเทคนิค มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการแปลงข้อความใน PDF เป็นเสียงคืออะไร พูดง่าย ๆ ก็คือการเปลี่ยนข้อความในเอกสาร PDF ให้กลายเป็นเสียงพูดผ่านเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS)
ลองจินตนาการว่าคุณมีเอกสาร PDF กองโตที่ต้องเคลียร์แต่ไม่มีเวลาหรือเรี่ยวแรงจะไล่อ่านทีละไฟล์ นี่แหละคือจุดที่การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงจะเข้ามาช่วยคุณ แทนที่จะต้องอ่านเอง คุณสามารถแปลงเอกสารเหล่านั้นเป็นไฟล์เสียง แล้วเปิดฟังเมื่อไหร่ก็ได้ที่สะดวก
พื้นฐานของเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียง
เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงเป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่เปลี่ยนตัวอักษรให้กลายเป็นเสียงพูดโดยใช้ระบบเสียงสังเคราะห์เพื่ออ่านข้อความ ทำให้ข้อมูลเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีปัญหาทางสายตาหรือคนที่ถนัดเรียนรู้ผ่านการฟังเป็นหลัก
เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงพัฒนามาไกลมาก จากเมื่อก่อนที่เสียงสังเคราะห์ยังฟังดูเหมือนหุ่นยนต์และไม่เป็นธรรมชาติ ทุกวันนี้ด้วยความก้าวหน้าใน AI และ machine learning ทำให้เสียงที่ได้ฟังดูใกล้เคียงมนุษย์ มีจังหวะ น้ำเสียง และอารมณ์ที่สมจริงกว่ามาก
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ TTS คือโมดูลวิเคราะห์ข้อความ ที่จะแยกข้อความยาว ๆ ออกเป็นหน่วยย่อยอย่างคำ วลี และประโยค จากนั้นส่งต่อไปให้โมดูลสังเคราะห์เสียงประมวลผลสร้างคลื่นเสียงที่ต่อเนื่องกัน แล้วส่งออกไปยังลำโพงหรือหูฟังให้ผู้ใช้ฟัง
ทำไมการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงจึงสำคัญ
ความสำคัญของการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงมองข้ามไม่ได้เลย เพราะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องล้าสายตาหรือพกเอกสารเป็นปึก ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน มืออาชีพ หรือคนที่อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงสามารถเปลี่ยนวิธีอ่านและรับสารของคุณบนอุปกรณ์ Androidได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ
สำหรับนักเรียน การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงสามารถเปลี่ยนวิธีการเรียนไปเลย คุณจะฟังสรุปเนื้อหาหรือให้แอปอ่านตำราไปพร้อม ๆ กับทำอย่างอื่นได้ เช่น เดินทางไปเรียน หรือออกกำลังกาย ความสามารถในการทำหลายอย่างพร้อมกันแบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากทีเดียว
คนทำงานก็ใช้ประโยชน์จากการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงได้ไม่แพ้กัน ลองนึกภาพว่าต้องอ่านรายงานยาว ๆ หรือรีเสิร์ชก้อนใหญ่ แทนที่จะหมดเวลาไปกับการนั่งอ่าน คุณสามารถแปลงให้เป็นไฟล์เสียงแล้วเปิดฟังไปด้วย จดบันทึกหรือเคลียร์งานอย่างอื่นไปด้วยได้ ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยลดอาการล้าตาได้ดีด้วย
แม้แต่คนที่อ่านเพื่อความบันเทิง การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงก็ช่วยเปิดโลกใหม่ให้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นนิยาย บทความ หรือบล็อกต่าง ๆ ก็เปลี่ยนมาฟังขณะเดินเล่น ทำอาหาร หรือเอนหลังพักผ่อนบนเตียงได้ ให้ความรู้สึกเหมือนฟังเล่านิทานด้วยเสียงคุณภาพดี ทำให้ประสบการณ์การอ่านของคุณมีสีสันยิ่งขึ้น
วิธีตั้งค่าให้อุปกรณ์ Android อ่านไฟล์ PDF ด้วยเสียง
วิธีที่ 1: ใช้แอปแปลง PDF เป็นเสียง
หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการให้อุปกรณ์Androidอ่าน PDF ด้วยเสียงคือใช้แอปพลิเคชันสำหรับแปลง PDF เป็นเสียงโดยเฉพาะ เช่น Speechify, @Voice Aloud Reader, NaturalReader หรือ Voice Dream Reader แอปเหล่านี้สามารถแปลงข้อความใน PDF ให้เป็นเสียง พร้อ...TTS หลายแอปยังอ่านข้อความจากไฟล์ชนิดอื่นได้ด้วย ทั้งอีบุ๊ก เว็บไซต์ Google Docs ไฟล์ Word และอื่น ๆ
วิธีที่ 2: ใช้ Google Assistant
ถ้าคุณเปิดไฟล์ PDF บนอุปกรณ์Androidอยู่แล้ว ก็ใช้ Google Assistant ให้อ่านเสียงได้ง่าย ๆ แค่พูดว่า “Hey Google, read this page” หรือ “Hey Google, read this PDF” ผู้ช่วยจะเริ่มอ่านข้อความให้ทันที และยังสั่งปรับความเร็วในการอ่านได้ด้วยคำสั่ง “Hey Google, read slower” หรือ “Hey Google, read faster.”
วิธีที่ 3: ใช้ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่มีในเครื่อง Android
อุปกรณ์Androidหลายรุ่นมีฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงติดมาให้ในตัว สามารถใช้ฟีเจอร์นี้อ่านข้อความ PDF ได้เลย ให้ไปที่ การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง > เอาต์พุตข้อความเป็นเสียง แล้วเปิดใช้งาน จากนั้นเปิดไฟล์ PDF ที่ต้องการ เลือกข้อความที่จะให้อ่าน แล้วแตะปุ่ม "พูด" (Speak) ที่โผล่ขึ้นมา สามารถปรับความเร็วและเสียงพูดได้ที่เมนูการตั้งค่าข้อความเป็นเสียง
นี่คือ 3 วิธีหลัก ๆ ที่ช่วยให้อุปกรณ์Androidอ่าน PDF ออกเสียงให้คุณได้ จะเลือกใช้แอปเฉพาะทาง ผู้ช่วย Google Assistant หรือฟีเจอร์ข้อความเป็นเสียงในเครื่อง ก็ช่วยให้การอ่าน PDF ง่ายและสะดวกขึ้นเยอะ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการอ่าน และคนทั่วไปที่ชอบฟังเอกสารมากกว่าอ่านเอง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
แอปแปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับไฟล์ PDF บน Android ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2023
@Voice Aloud Reader
@Voice Aloud Reader เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะสามารถอ่านข้อความจาก PDF, eBook และเอกสารอื่น ๆ ได้ แถมยังมีฟีเจอร์ปรับแต่งเสียงและความเร็วในการอ่านได้อย่างยืดหยุ่น
Speechify
Speechify เป็นแอปแปลงข้อความเป็นเสียงยอดนิยมอีกตัวที่สามารถแปลงข้อความจาก PDF ให้เป็นไฟล์เสียงได้ จึงกลายเป็นตัวเลือกสุดฮิตสำหรับการเปิดฟัง PDF บนอุปกรณ์Android เพราะสามารถอ่านข้อความจากแทบทุกแอปในเครื่องได้ สะดวกและหลากหลายมาก นอกจากเสียงพูดระดับพรีเมียมที่ฟังดูเป็นธรรมชาติแล้ว ผู้ใช้ Speechify ยังสามารถอัปโหลด PDF ขึ้นแพลตฟอร์มคลาวด์และเปิดอ่านข้ามอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ด้วย คุณจึงอ่านต่อจากจุดเดิมได้แม้จะเปลี่ยนอุปกรณ์
Voice Dream Reader
Voice Dream Reader เป็นแอปอ่านข้อความเป็นเสียงที่ยืดหยุ่นสูง รองรับทั้งไฟล์ PDF, eBook และไฟล์ Word มีฟีเจอร์เด่นอย่างการเน้นข้อความ การบุ๊คมาร์ก รวมถึงปรับขนาดและฟอนต์ของตัวหนังสือได้ด้วย
NaturalReader
NaturalReader โดดเด่นด้วยเสียงแปลงข้อความคุณภาพสูงและรองรับหลายภาษา สามารถอ่านข้อความจากหลายแหล่ง ทั้ง PDF, เว็บไซต์ หรือ eBook ได้อย่างครบครัน
Pocket เป็นแอปสำหรับบันทึกบทความไว้ "อ่านภายหลัง" เป็นหลัก แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่สามารถอ่านข้อความที่บันทึกไว้ รวมถึง PDF ออกเสียงให้คุณฟังได้เหมือนกัน
Ereader Prestigio
Ereader Prestigio สามารถอ่านไฟล์ PDF ด้วยเสียงผ่านระบบแปลงข้อความเป็นเสียงในตัว เหมาะกับใครที่อยากฟังเอกสารแบบไม่ต้องอ่านเอง แอปนี้ยังมีฟีเจอร์อย่างการข้ามไปหน้าที่ต้องการ เมนูสารบัญ ฯลฯ ช่วยให้เลื่อนดูไฟล์ได้สะดวก
Google Play Books
Google Play Books ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมสำหรับอ่านอีบุ๊ก และยังมีฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่สามารถอ่านไฟล์ PDF และไฟล์อื่นที่รองรับออกเสียงให้ฟังได้ด้วย สามารถปรับความเร็วเสียง น้ำเสียง และรองรับหลายภาษา นอกจากนี้ยังเชื่อมกับ Google Drive ได้อีก จึงเหมาะกับการใช้งานแบบบูรณาการ
โดยสรุปแล้ว แอป PDFแปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับAndroidเหล่านี้มีฟีเจอร์และตัวเลือกปรับแต่งมากมาย ช่วยให้การอ่าน PDF รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาการอ่าน (เช่น ดิสเล็กเซีย) หรือแค่อยากให้ชีวิตสะดวกขึ้นด้วย TTS แอปตัวใดตัวหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็ตอบโจทย์ได้ทั้งนั้น
4 เคล็ดลับเลือกแอปอ่าน PDF ที่เหมาะกับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ Android ของคุณ
เลือกฟีเจอร์ที่จำเป็น
แอปPDF readerที่ดีที่สุดบนAndroidควรมีฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น การค้นหาข้อความ การบุ๊คมาร์ก การเน้นข้อความ การเขียนบันทึก และการซูมเข้า-ออก เช่น Speechify ที่เด่นเรื่องการเน้นข้อความแบบเรียลไทม์ ช่วยให้จดจำไฮไลต์สำคัญในไฟล์ได้ง่ายขึ้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าPDF readerที่เลือกมีฟีเจอร์พื้นฐานครบเพื่อประสบการณ์อ่านที่ราบรื่น
พิจารณาประสบการณ์ใช้งาน (UI)
แอปPDF readerที่ดีควรใช้งานง่ายและอินเทอร์เฟซดูเป็นมิตร ตรวจสอบเมนูให้แน่ใจว่าเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญและปรับแต่งได้ตรงตามต้องการ เพราะคงไม่อยากต้องมานั่งปวดหัวกับแอปที่ใช้ยาก
ตรวจสอบความเข้ากันได้
ไม่ใช่ว่าทุก PDF reader จะรองรับไฟล์ PDF ทุกรูปแบบ ดังนั้นควรเลือกแอปที่เปิดและอ่านข้อความ PDF ของคุณได้จริง แอปที่รองรับฟอร์แมตหลากหลายและจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ได้จะเหมาะกับการใช้งานด้านวิชาการหรือสายงานมืออาชีพมากกว่า
มองหาฟีเจอร์พิเศษเสริม
ฟีเจอร์เสริมอย่างการเชื่อมต่อคลาวด์ เครื่องมือทำงานร่วมกันในทีม หรือรองรับการแปลงข้อความเป็นเสียงจะทำให้แอป PDF reader ใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่า ของแถมอื่น ๆ ที่ควรมองหาคือฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คุณจริง ๆ เช่น Speechify มีทั้งแอปAndroidและส่วนขยาย Chrome ในเบราว์เซอร์ ให้คุณแปลงข้อความเป็นเสียงได้ทั้งบนมือถือ Android,iPad,iPhone, Mac และอุปกรณ์IOSอื่น ๆ
การเข้าถึงทั้งออนไลน์และออฟไลน์
เวลาเลือกแอปอ่าน PDF อย่าลืมว่าการเปิดอ่านหรือฟังไฟล์ได้ทั้งตอนออนไลน์และออฟไลน์สำคัญมาก เพราะไม่มีใครอยากขึ้นเครื่อง เดินทาง หรือไปอยู่ในที่ไม่มีเน็ตแล้วเปิดไฟล์ PDF หรือไฟล์เสียงไม่ได้
ฟังไฟล์ PDF บนอุปกรณ์ Android ของคุณด้วย Speechify
สรุปแล้ว การเลือก PDF reader ที่เหมาะที่สุดสำหรับAndroidควรพิจารณาจากคุณสมบัติหลักที่คุณต้องใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีเครื่องมือที่ใช่สำหรับการอ่าน PDF ทุกที่ทุกเวลา ถ้าเลือก Speechify เป็นแอปหลัก คุณจะได้มากกว่า PDF reader ทั่วไป เพราะ Speechify จะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น มีตัวเลือกการอ่านที่ยืดหยุ่น และเข้าถึงเทคโนโลยี TTS ระดับท็อปได้ง่าย ๆ ปลายนิ้ว
แค่ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์จำเป็น ประสบการณ์ใช้งาน ความเข้ากันได้ และฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ คุณก็จะพบทุกอย่างที่ต้องการใน Speechify ในฐานะPDF readerที่ดูแลครบทุกความต้องการและยกระดับประสบการณ์อ่านของคุณ ลองฟัง Speechify อ่าน PDF ของคุณได้ที่นี่!
คำถามที่พบบ่อย
แอป PDF แปลงข้อความเป็นเสียงเหล่านี้รองรับไฟล์อื่น ๆ เช่น epub, html, txt และ rtf ด้วยหรือไม่?
ใช่ แอปเหล่านี้นอกจากจะอ่านข้อความ PDF ออกเสียงได้แล้ว ยังรองรับฟอร์แมตอื่น ๆ อย่าง epub, html, txt และ rtf อีกด้วย ทำให้ใช้เป็นเครื่องมือฟังหนังสือและอีบุ๊กได้ครบจบในแอปเดียว บางแอปยังแปลงข้อความ PDF และฟอร์แมตอื่น ๆ ให้กลายเป็นหนังสือเสียงเต็มรูปแบบ ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการฟังเข้าไปอีก
แอปรองรับหลายภาษาหรือไม่ เช่น อังกฤษ โปรตุเกส?
แน่นอน! หลายแอปแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงระดับท็อปรองรับหลายภาษา เช่น อังกฤษ โปรตุเกส ฯลฯ และมาพร้อมฟีเจอร์เสริมอย่างโหมดกลางคืนถนอมสายตา โหมดการอ่านหลากหลายให้เลือกตามสไตล์แต่ละคน และตัวตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ เหมาะมากสำหรับคนที่ฟัง PDF ก่อนนอน เพราะแอปจะหยุดอ่านให้เองเมื่อคุณเผลอหลับ
แอปอ่านเสียง PDF สามารถเชื่อมต่อกับคลาวด์อย่าง Dropbox ได้ไหม?
ได้ แน่นอน แอป PDFแปลงข้อความเป็นเสียงหลายตัวเชื่อมต่อกับคลาวด์อย่าง Dropbox ได้โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงและแปลงไฟล์จากคลาวด์ได้สะดวกขึ้น บางแอปยังแปลง PDF เป็นไฟล์เสียงwavได้ด้วย รองรับ Bluetooth เปิดฟังผ่านอุปกรณ์โปรดได้สบาย รับประกันความต่อเนื่องและความสะดวกทุกที่ทุกเวลา

