1. หน้าหลัก
  2. PDF
  3. 6 แอปพลิเคชัน PDF แปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับ Android ที่ดีที่สุด
PDF

6 แอปพลิเคชัน PDF แปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับ Android ที่ดีที่สุด

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ถ้าคุณเหมือนกับคนส่วนใหญ่ คุณอาจมีเอกสาร PDF มากมายบนอุปกรณ์ Androidที่คุณต้องอ่าน แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกจะอ่านเองทั้งหมดล่ะ? ตรงนี้แหละที่แอปพลิเคชัน PDF แปลงข้อความเป็นเสียงเข้ามาช่วย หากคุณมีแอป แปลงข้อความเป็นเสียง PDFดี ๆ ไว้ใช้บนAndroid คุณก็ปล่อยให้เอกสาร PDF อ่านออกเสียงให้ฟังแทนได้ ช่วยให้คุณรับข้อมูลและจัดการงานต่าง ๆ ระหว่างเดินทางได้แบบสบาย ๆ

เราจะพาไปดูรายละเอียดของแอป แปลงข้อความเป็นเสียง PDF ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Android เจาะฟีเจอร์เด่นของแต่ละแอป และเหตุผลว่าทำไมแต่ละตัวถึงเหมาะกับการใช้ให้แอปอ่าน PDF ออกเสียง ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพตารางแน่น นักเรียน หรือแค่คนที่ชอบฟังมากกว่าอ่าน เราก็มีตัวเลือกให้ครบ มาดูกันเลยว่าจะหาแอป PDF แปลงข้อความเป็นเสียงที่ลงตัวกับอุปกรณ์ Androidของคุณได้อย่างไร

ทำความเข้าใจการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียง

ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดเชิงเทคนิค มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการแปลงข้อความใน PDF เป็นเสียงคืออะไร พูดง่าย ๆ ก็คือการเปลี่ยนข้อความในเอกสาร PDF ให้กลายเป็นเสียงพูดผ่านเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS)

ลองจินตนาการว่าคุณมีเอกสาร PDF กองโตที่ต้องเคลียร์แต่ไม่มีเวลาหรือเรี่ยวแรงจะไล่อ่านทีละไฟล์ นี่แหละคือจุดที่การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงจะเข้ามาช่วยคุณ แทนที่จะต้องอ่านเอง คุณสามารถแปลงเอกสารเหล่านั้นเป็นไฟล์เสียง แล้วเปิดฟังเมื่อไหร่ก็ได้ที่สะดวก

พื้นฐานของเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียง

เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงเป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่เปลี่ยนตัวอักษรให้กลายเป็นเสียงพูดโดยใช้ระบบเสียงสังเคราะห์เพื่ออ่านข้อความ ทำให้ข้อมูลเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีปัญหาทางสายตาหรือคนที่ถนัดเรียนรู้ผ่านการฟังเป็นหลัก

เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงพัฒนามาไกลมาก จากเมื่อก่อนที่เสียงสังเคราะห์ยังฟังดูเหมือนหุ่นยนต์และไม่เป็นธรรมชาติ ทุกวันนี้ด้วยความก้าวหน้าใน AI และ machine learning ทำให้เสียงที่ได้ฟังดูใกล้เคียงมนุษย์ มีจังหวะ น้ำเสียง และอารมณ์ที่สมจริงกว่ามาก

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ TTS คือโมดูลวิเคราะห์ข้อความ ที่จะแยกข้อความยาว ๆ ออกเป็นหน่วยย่อยอย่างคำ วลี และประโยค จากนั้นส่งต่อไปให้โมดูลสังเคราะห์เสียงประมวลผลสร้างคลื่นเสียงที่ต่อเนื่องกัน แล้วส่งออกไปยังลำโพงหรือหูฟังให้ผู้ใช้ฟัง

ทำไมการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงจึงสำคัญ

ความสำคัญของการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงมองข้ามไม่ได้เลย เพราะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องล้าสายตาหรือพกเอกสารเป็นปึก ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน มืออาชีพ หรือคนที่อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงสามารถเปลี่ยนวิธีอ่านและรับสารของคุณบนอุปกรณ์ Androidได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

สำหรับนักเรียน การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงสามารถเปลี่ยนวิธีการเรียนไปเลย คุณจะฟังสรุปเนื้อหาหรือให้แอปอ่านตำราไปพร้อม ๆ กับทำอย่างอื่นได้ เช่น เดินทางไปเรียน หรือออกกำลังกาย ความสามารถในการทำหลายอย่างพร้อมกันแบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากทีเดียว

คนทำงานก็ใช้ประโยชน์จากการแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงได้ไม่แพ้กัน ลองนึกภาพว่าต้องอ่านรายงานยาว ๆ หรือรีเสิร์ชก้อนใหญ่ แทนที่จะหมดเวลาไปกับการนั่งอ่าน คุณสามารถแปลงให้เป็นไฟล์เสียงแล้วเปิดฟังไปด้วย จดบันทึกหรือเคลียร์งานอย่างอื่นไปด้วยได้ ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยลดอาการล้าตาได้ดีด้วย

แม้แต่คนที่อ่านเพื่อความบันเทิง การแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงก็ช่วยเปิดโลกใหม่ให้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นนิยาย บทความ หรือบล็อกต่าง ๆ ก็เปลี่ยนมาฟังขณะเดินเล่น ทำอาหาร หรือเอนหลังพักผ่อนบนเตียงได้ ให้ความรู้สึกเหมือนฟังเล่านิทานด้วยเสียงคุณภาพดี ทำให้ประสบการณ์การอ่านของคุณมีสีสันยิ่งขึ้น

วิธีตั้งค่าให้อุปกรณ์ Android อ่านไฟล์ PDF ด้วยเสียง

วิธีที่ 1: ใช้แอปแปลง PDF เป็นเสียง

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการให้อุปกรณ์Androidอ่าน PDF ด้วยเสียงคือใช้แอปพลิเคชันสำหรับแปลง PDF เป็นเสียงโดยเฉพาะ เช่น Speechify, @Voice Aloud Reader, NaturalReader หรือ Voice Dream Reader แอปเหล่านี้สามารถแปลงข้อความใน PDF ให้เป็นเสียง พร้อ...TTS หลายแอปยังอ่านข้อความจากไฟล์ชนิดอื่นได้ด้วย ทั้งอีบุ๊ก เว็บไซต์ Google Docs ไฟล์ Word และอื่น ๆ

วิธีที่ 2: ใช้ Google Assistant

ถ้าคุณเปิดไฟล์ PDF บนอุปกรณ์Androidอยู่แล้ว ก็ใช้ Google Assistant ให้อ่านเสียงได้ง่าย ๆ แค่พูดว่า “Hey Google, read this page” หรือ “Hey Google, read this PDF” ผู้ช่วยจะเริ่มอ่านข้อความให้ทันที และยังสั่งปรับความเร็วในการอ่านได้ด้วยคำสั่ง “Hey Google, read slower” หรือ “Hey Google, read faster.”

วิธีที่ 3: ใช้ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่มีในเครื่อง Android

อุปกรณ์Androidหลายรุ่นมีฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงติดมาให้ในตัว สามารถใช้ฟีเจอร์นี้อ่านข้อความ PDF ได้เลย ให้ไปที่ การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง > เอาต์พุตข้อความเป็นเสียง แล้วเปิดใช้งาน จากนั้นเปิดไฟล์ PDF ที่ต้องการ เลือกข้อความที่จะให้อ่าน แล้วแตะปุ่ม "พูด" (Speak) ที่โผล่ขึ้นมา สามารถปรับความเร็วและเสียงพูดได้ที่เมนูการตั้งค่าข้อความเป็นเสียง

นี่คือ 3 วิธีหลัก ๆ ที่ช่วยให้อุปกรณ์Androidอ่าน PDF ออกเสียงให้คุณได้ จะเลือกใช้แอปเฉพาะทาง ผู้ช่วย Google Assistant หรือฟีเจอร์ข้อความเป็นเสียงในเครื่อง ก็ช่วยให้การอ่าน PDF ง่ายและสะดวกขึ้นเยอะ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการอ่าน และคนทั่วไปที่ชอบฟังเอกสารมากกว่าอ่านเอง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

แอปแปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับไฟล์ PDF บน Android ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2023

@Voice Aloud Reader

@Voice Aloud Reader เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะสามารถอ่านข้อความจาก PDF, eBook และเอกสารอื่น ๆ ได้ แถมยังมีฟีเจอร์ปรับแต่งเสียงและความเร็วในการอ่านได้อย่างยืดหยุ่น

Speechify

Speechify เป็นแอปแปลงข้อความเป็นเสียงยอดนิยมอีกตัวที่สามารถแปลงข้อความจาก PDF ให้เป็นไฟล์เสียงได้ จึงกลายเป็นตัวเลือกสุดฮิตสำหรับการเปิดฟัง PDF บนอุปกรณ์Android เพราะสามารถอ่านข้อความจากแทบทุกแอปในเครื่องได้ สะดวกและหลากหลายมาก นอกจากเสียงพูดระดับพรีเมียมที่ฟังดูเป็นธรรมชาติแล้ว ผู้ใช้ Speechify ยังสามารถอัปโหลด PDF ขึ้นแพลตฟอร์มคลาวด์และเปิดอ่านข้ามอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ด้วย คุณจึงอ่านต่อจากจุดเดิมได้แม้จะเปลี่ยนอุปกรณ์

Voice Dream Reader

Voice Dream Reader เป็นแอปอ่านข้อความเป็นเสียงที่ยืดหยุ่นสูง รองรับทั้งไฟล์ PDF, eBook และไฟล์ Word มีฟีเจอร์เด่นอย่างการเน้นข้อความ การบุ๊คมาร์ก รวมถึงปรับขนาดและฟอนต์ของตัวหนังสือได้ด้วย

NaturalReader

NaturalReader โดดเด่นด้วยเสียงแปลงข้อความคุณภาพสูงและรองรับหลายภาษา สามารถอ่านข้อความจากหลายแหล่ง ทั้ง PDF, เว็บไซต์ หรือ eBook ได้อย่างครบครัน

Pocket

Pocket เป็นแอปสำหรับบันทึกบทความไว้ "อ่านภายหลัง" เป็นหลัก แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่สามารถอ่านข้อความที่บันทึกไว้ รวมถึง PDF ออกเสียงให้คุณฟังได้เหมือนกัน

Ereader Prestigio

Ereader Prestigio สามารถอ่านไฟล์ PDF ด้วยเสียงผ่านระบบแปลงข้อความเป็นเสียงในตัว เหมาะกับใครที่อยากฟังเอกสารแบบไม่ต้องอ่านเอง แอปนี้ยังมีฟีเจอร์อย่างการข้ามไปหน้าที่ต้องการ เมนูสารบัญ ฯลฯ ช่วยให้เลื่อนดูไฟล์ได้สะดวก

Google Play Books

Google Play Books ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมสำหรับอ่านอีบุ๊ก และยังมีฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่สามารถอ่านไฟล์ PDF และไฟล์อื่นที่รองรับออกเสียงให้ฟังได้ด้วย สามารถปรับความเร็วเสียง น้ำเสียง และรองรับหลายภาษา นอกจากนี้ยังเชื่อมกับ Google Drive ได้อีก จึงเหมาะกับการใช้งานแบบบูรณาการ

โดยสรุปแล้ว แอป PDFแปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับAndroidเหล่านี้มีฟีเจอร์และตัวเลือกปรับแต่งมากมาย ช่วยให้การอ่าน PDF รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาการอ่าน (เช่น ดิสเล็กเซีย) หรือแค่อยากให้ชีวิตสะดวกขึ้นด้วย TTS แอปตัวใดตัวหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็ตอบโจทย์ได้ทั้งนั้น

4 เคล็ดลับเลือกแอปอ่าน PDF ที่เหมาะกับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ Android ของคุณ

เลือกฟีเจอร์ที่จำเป็น

แอปPDF readerที่ดีที่สุดบนAndroidควรมีฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น การค้นหาข้อความ การบุ๊คมาร์ก การเน้นข้อความ การเขียนบันทึก และการซูมเข้า-ออก เช่น Speechify ที่เด่นเรื่องการเน้นข้อความแบบเรียลไทม์ ช่วยให้จดจำไฮไลต์สำคัญในไฟล์ได้ง่ายขึ้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าPDF readerที่เลือกมีฟีเจอร์พื้นฐานครบเพื่อประสบการณ์อ่านที่ราบรื่น

พิจารณาประสบการณ์ใช้งาน (UI)

แอปPDF readerที่ดีควรใช้งานง่ายและอินเทอร์เฟซดูเป็นมิตร ตรวจสอบเมนูให้แน่ใจว่าเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญและปรับแต่งได้ตรงตามต้องการ เพราะคงไม่อยากต้องมานั่งปวดหัวกับแอปที่ใช้ยาก

ตรวจสอบความเข้ากันได้

ไม่ใช่ว่าทุก PDF reader จะรองรับไฟล์ PDF ทุกรูปแบบ ดังนั้นควรเลือกแอปที่เปิดและอ่านข้อความ PDF ของคุณได้จริง แอปที่รองรับฟอร์แมตหลากหลายและจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ได้จะเหมาะกับการใช้งานด้านวิชาการหรือสายงานมืออาชีพมากกว่า

มองหาฟีเจอร์พิเศษเสริม

ฟีเจอร์เสริมอย่างการเชื่อมต่อคลาวด์ เครื่องมือทำงานร่วมกันในทีม หรือรองรับการแปลงข้อความเป็นเสียงจะทำให้แอป PDF reader ใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่า ของแถมอื่น ๆ ที่ควรมองหาคือฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คุณจริง ๆ เช่น Speechify มีทั้งแอปAndroidและส่วนขยาย Chrome ในเบราว์เซอร์ ให้คุณแปลงข้อความเป็นเสียงได้ทั้งบนมือถือ Android,iPad,iPhone, Mac และอุปกรณ์IOSอื่น ๆ

การเข้าถึงทั้งออนไลน์และออฟไลน์

เวลาเลือกแอปอ่าน PDF อย่าลืมว่าการเปิดอ่านหรือฟังไฟล์ได้ทั้งตอนออนไลน์และออฟไลน์สำคัญมาก เพราะไม่มีใครอยากขึ้นเครื่อง เดินทาง หรือไปอยู่ในที่ไม่มีเน็ตแล้วเปิดไฟล์ PDF หรือไฟล์เสียงไม่ได้

ฟังไฟล์ PDF บนอุปกรณ์ Android ของคุณด้วย Speechify

สรุปแล้ว การเลือก PDF reader ที่เหมาะที่สุดสำหรับAndroidควรพิจารณาจากคุณสมบัติหลักที่คุณต้องใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีเครื่องมือที่ใช่สำหรับการอ่าน PDF ทุกที่ทุกเวลา ถ้าเลือก Speechify เป็นแอปหลัก คุณจะได้มากกว่า PDF reader ทั่วไป เพราะ Speechify จะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น มีตัวเลือกการอ่านที่ยืดหยุ่น และเข้าถึงเทคโนโลยี TTS ระดับท็อปได้ง่าย ๆ ปลายนิ้ว

แค่ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์จำเป็น ประสบการณ์ใช้งาน ความเข้ากันได้ และฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ คุณก็จะพบทุกอย่างที่ต้องการใน Speechify ในฐานะPDF readerที่ดูแลครบทุกความต้องการและยกระดับประสบการณ์อ่านของคุณ ลองฟัง Speechify อ่าน PDF ของคุณได้ที่นี่!

คำถามที่พบบ่อย

แอป PDF แปลงข้อความเป็นเสียงเหล่านี้รองรับไฟล์อื่น ๆ เช่น epub, html, txt และ rtf ด้วยหรือไม่?

ใช่ แอปเหล่านี้นอกจากจะอ่านข้อความ PDF ออกเสียงได้แล้ว ยังรองรับฟอร์แมตอื่น ๆ อย่าง epub, html, txt และ rtf อีกด้วย ทำให้ใช้เป็นเครื่องมือฟังหนังสือและอีบุ๊กได้ครบจบในแอปเดียว บางแอปยังแปลงข้อความ PDF และฟอร์แมตอื่น ๆ ให้กลายเป็นหนังสือเสียงเต็มรูปแบบ ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการฟังเข้าไปอีก

แอปรองรับหลายภาษาหรือไม่ เช่น อังกฤษ โปรตุเกส?

แน่นอน! หลายแอปแปลงข้อความ PDF เป็นเสียงระดับท็อปรองรับหลายภาษา เช่น อังกฤษ โปรตุเกส ฯลฯ และมาพร้อมฟีเจอร์เสริมอย่างโหมดกลางคืนถนอมสายตา โหมดการอ่านหลากหลายให้เลือกตามสไตล์แต่ละคน และตัวตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ เหมาะมากสำหรับคนที่ฟัง PDF ก่อนนอน เพราะแอปจะหยุดอ่านให้เองเมื่อคุณเผลอหลับ

แอปอ่านเสียง PDF สามารถเชื่อมต่อกับคลาวด์อย่าง Dropbox ได้ไหม?

ได้ แน่นอน แอป PDFแปลงข้อความเป็นเสียงหลายตัวเชื่อมต่อกับคลาวด์อย่าง Dropbox ได้โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงและแปลงไฟล์จากคลาวด์ได้สะดวกขึ้น บางแอปยังแปลง PDF เป็นไฟล์เสียงwavได้ด้วย รองรับ Bluetooth เปิดฟังผ่านอุปกรณ์โปรดได้สบาย รับประกันความต่อเนื่องและความสะดวกทุกที่ทุกเวลา

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม