1. หน้าแรก
  2. การเข้าถึง
  3. แปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียงพูด
Updated on การเข้าถึง

แปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียงพูด

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

วิธีที่เร็วที่สุดในการแปลงรูปภาพเป็นเสียงคือสแกนหรือถ่ายภาพหน้าเอกสาร แล้วใช้แอปแปลงข้อความเป็นเสียงจัดการต่อให้ทั้งหมด Speechify ช่วยเปลี่ยนข้อความที่พิมพ์อยู่ในรูปภาพให้เป็นเสียงที่ฟังได้อย่างง่ายดาย ทั้งบน iOS และ Android

เปลี่ยนทุกหน้ากระดาษให้กลายเป็นเสียงพูด

“แปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียง” หมายถึงอะไรกันแน่

เมื่อพูดถึง การแปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียง เทคโนโลยีที่ใช้จริงมีอยู่ 2 ส่วน คือ การรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR) ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ภาพและตรวจหาตัวอักษร คำ และบรรทัดต่าง ๆ จากนั้น การแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) จะอ่านข้อความเหล่านั้นออกมาด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติ เมื่อทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีทั้งสองจึงเปลี่ยนเอกสาร ป้าย หรือหน้าจอต่าง ๆ ให้กลายเป็นเสียงที่ฟังได้ทันที ซึ่งก็คือสิ่งที่แอปอย่าง Speechify ทำได้

การแปลงรูปภาพเป็นเสียงบนมือถือ

การใช้ เดสก์ท็อป ร่วมกับ OCR มีมานานหลายสิบปี แต่มักยุ่งยากพอสมควร คุณต้องถ่ายภาพหน้านั้น แล้วย้ายไฟล์เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดด้วยโปรแกรมถอดข้อความ คัดลอกไปอีกแอป แล้วค่อยกดเล่นเสียง กว่าจะครบขั้นตอน หลายครั้งคุณอาจอ่านเองจบไปแล้ว

แต่บนมือถือ ขั้นตอนเหล่านี้ถูกย่อให้เหลือน้อยลง เพราะทั้งกล้องและตัวอ่านอยู่ในอุปกรณ์เดียวที่คุณพกติดตัวอยู่แล้ว Speechify บน iOS และ Android ผสาน OCR กับ TTS ไว้ในที่เดียว เพียงถ่ายภาพหรืออัปโหลดไฟล์ ก็แปลงเป็นเสียงได้เลย โดยไม่ต้องย้ายไฟล์ข้ามอุปกรณ์หรือหลายโปรแกรม

วิธีใช้ Speechify บน iOS เพื่อแปลงรูปภาพเป็นเสียงพูด

เทคโนโลยี OCR ของ Speechify ใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. ติดตั้ง Speechify จาก App Store แล้วเข้าสู่ระบบ
  2. เพิ่มหรืออิมพอร์ตภาพหรือเอกสารที่มีข้อความที่ต้องการฟัง
  3. Speechify จะใช้
  4. OCR
  5. เพื่อรู้จำข้อความในรูปภาพ แล้วแปลงเป็นเนื้อหาที่อ่านได้
  6. เปิดเอกสารที่แปลงเสร็จแล้วใน Speechify
  7. กดปุ่มเล่น แล้วเลือกเสียงและความเร็วที่ต้องการ
  8. บันทึกหรือดาวน์โหลดเนื้อหาที่รองรับไว้ฟังแบบออฟไลน์ในภายหลัง

เพื่อให้ OCR แม่นยำที่สุด ควรถ่ายภาพในที่ที่มีแสงเพียงพอ ให้ตัวหนังสือคมชัด และลดเงาหรือแสงสะท้อนบนหน้าเอกสาร

วิธีใช้ Speechify บน Android เพื่อแปลงรูปภาพเป็นเสียง

Speechify รองรับการแปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียงบน Android เช่นกัน

  1. ติดตั้ง Speechify จาก Google Play Store แล้วเข้าสู่ระบบ
  2. เพิ่มหรืออิมพอร์ตภาพหรือเอกสารที่มีข้อความที่ต้องการแปลง
  3. Speechify จะใช้ OCR เพื่อรู้จำข้อความในภาพ
  4. เปิดเอกสารที่ได้ในแอป
  5. กดเล่น แล้วเลือกเสียงและปรับความเร็วตามต้องการ
  6. ดาวน์โหลดไฟล์ที่รองรับไว้ฟังแบบออฟไลน์เมื่อจำเป็น

เนื้อหาที่บันทึกไว้ในบัญชี Speechify ของคุณสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ที่รองรับอื่น ๆ ด้วย จึงสลับการฟังระหว่างมือถือและ เดสก์ท็อป ได้สะดวกยิ่งขึ้น

เปรียบเทียบ: Speechify กับตัวอ่านข้อความจากรูปภาพที่มีมาในเครื่อง

ทั้ง iOS และ Android มีฟีเจอร์ OCR+TTS ขั้นพื้นฐาน เช่น Live Text บน iPhone หรือ Google Lens บน Android ซึ่งเหมาะสำหรับงานสั้น ๆ ทั่วไป แต่หากต้องการแปลงเอกสารยาวเป็นเสียงและฟังต่อเนื่อง ซอฟต์แวร์เฉพาะทางอย่างแอปแปลงข้อความเป็นเสียงจะตอบโจทย์มากกว่า

ความสามารถ

iOS Live Text / Android Lens (มีมาในเครื่อง)

Speechify

อ่านข้อความหรือประโยคสั้น ๆ จากรูปภาพ

มี

มี

บันทึกเนื้อหาไว้ฟังภายหลัง

จำกัด

มี

เล่นเสียงแบบออฟไลน์จากเนื้อหาที่ดาวน์โหลด

จำกัด

มี

ตัวเลือกเสียง

เสียงจากระบบปฏิบัติการ

เลือกเสียง AI ที่เป็นธรรมชาติได้หลากหลาย

อ่าน PDF ที่ได้รับทางอีเมล

จำกัด

รองรับเต็มรูปแบบ

ควบคุมความเร็วการเล่น

จำกัด

มี

แปลงข้อความพิมพ์ในรูปภาพ

มี

มี

ไฮไลต์ตามเสียงแบบคำต่อคำ

จำกัด

มี

ภาพรวมค่อนข้างชัดเจน หากคุณต้องการแค่อ่านป้ายข้างทางหรือข้อความสั้น ๆ เครื่องมือที่มีมาในเครื่องก็อาจเพียงพอ แต่ถ้าต้องการฟังเอกสารยาว งานจำนวนมาก หรือหนังสือพิมพ์ แอปแปลงข้อความเป็นเสียงโดยเฉพาะจะช่วยให้ควบคุมการฟังได้ตรงกับความต้องการมากกว่า

ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ Speechify ในลักษณะนี้

Speechify ได้รับการพัฒนามาเพื่อช่วยด้านการเข้าถึงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เหมาะกับผู้ใช้หลายกลุ่ม เช่น

  • นักเรียน
  • ที่ต้องอ่านหนังสือเรียนหรือเอกสารประกอบการเรียน โดยเฉพาะผู้ที่มี
  • ดิสเล็กเซีย
  • สมาธิสั้น
  • หรือ
  • ความบกพร่องทางการมองเห็น
  • ผู้สูงอายุที่มองเห็นไม่ชัดและต้องการฟังจดหมายหรือแผ่นพับ
  • ผู้เรียนภาษา
  • ที่อยากได้ยินการออกเสียงของข้อความภาษาต่างประเทศในรูปภาพ
  • มืออาชีพที่ต้องทบทวนสัญญา รายงาน หรือบันทึกหลังการประชุมจากเอกสารกระดาษ
  • ผู้ที่ต้องอ่านหนังสือเก่า เอกสารครอบครัว หรือแหล่งข้อมูลวิจัยที่ยังไม่ได้แปลงเป็นดิจิทัล

แทนที่จะต้องนั่งอ่านทีละหน้า นักเรียนสามารถแปลงเนื้อหาที่พิมพ์ไว้ให้เป็นเสียง แล้วฟังระหว่างเดินทางหรือทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกันได้

ฟีเจอร์อื่นของ Speechify ที่มีมากกว่าการแปลงรูปภาพเป็นเสียง

การแปลงรูปภาพเป็นเสียงเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีที่คุณใช้ Speechify ได้ เมื่อเข้าใช้งานแอปแล้ว คุณยังเข้าถึงฟีเจอร์อื่น ๆ ได้ในบัญชีเดียว ทั้ง การแปลงข้อความเป็นเสียง สำหรับอ่านเนื้อหาดิจิทัลด้วยเสียงสมจริงหลาย ภาษา Voice AI การพิมพ์ด้วยเสียง สำหรับเปลี่ยนเสียงพูดเป็นข้อความเพื่อใช้กับ อีเมล โน้ต หรือข้อความต่าง ๆ และ AI Podcasts ที่ช่วยเปลี่ยนเอกสาร บทความ หรือสคริปต์ให้เป็นเสียงสนทนาได้ นอกจากนี้ Speechify ยังมีเครื่องมือ AI อื่น ๆ ที่ช่วยจัดการและฟังเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย

แอปแปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียงตัวไหนดีที่สุด?

Speechify รวม OCR และการแปลงข้อความเป็นเสียงไว้ใน iOS และ Android ช่วยให้คุณแปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียง เลือกเสียง AI ที่ฟังเป็นธรรมชาติ ปรับความเร็ว และเข้าถึงไฟล์ได้ข้ามอุปกรณ์

ถ่ายรูปหนังสือแล้วให้แอปอ่านให้ฟังได้ไหม?

ได้ เพียงถ่ายภาพหน้าที่ต้องการอ่านแล้วอัปโหลดเข้า Speechify แอปจะใช้ OCR ตรวจจับข้อความและแปลงเป็นเนื้อหาที่พร้อมให้เลือกเสียงอ่านได้ตามต้องการ

แปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียงแบบออฟไลน์ได้หรือไม่?

ไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้สามารถเปิดฟังแบบออฟไลน์ได้ แต่การประมวลผลครั้งแรกหรือการนำเข้าไฟล์อาจยังต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นควรดาวน์โหลดไฟล์ล่วงหน้าก่อนใช้งานแบบออฟไลน์

ฟีเจอร์แปลงข้อความในรูปภาพเป็นเสียงของ Speechify ใช้ฟรีหรือไม่?

Speechify มีทั้งแบบใช้ฟรีและแบบพรีเมียม โดยฟีเจอร์ เสียง ความเร็ว และปริมาณการใช้งานอาจแตกต่างกันไปในแต่ละแพ็กเกจ

OCR กับหนังสือพิมพ์มีความแม่นยำแค่ไหน?

เทคโนโลยี OCR สมัยใหม่มีความแม่นยำสูง หากตัวพิมพ์ชัดเจนและมีแสงเพียงพอ แต่ลายมือ ฟอนต์แปลก หน้าหนังสือที่โค้ง เงา หรือแสงสะท้อนมาก อาจทำให้ความแม่นยำลดลงได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ควรวางหน้าเอกสารให้เรียบ ทำให้ตัวหนังสือคมชัด และมีแสงสม่ำเสมอ

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม