เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่ Apple มอบผู้ช่วยเสมือนอย่าง Siri ให้กับพวกเรา Siri ปรากฏอยู่บนอุปกรณ์ของ Apple ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Mac, TV และแม้แต่นาฬิกา แนวคิดก็คือ เพื่อให้การใช้งานผลิตภัณฑ์ Apple ง่ายขึ้น ทั้งสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดหรือความพิการ รวมถึงผู้ใช้ทั่วไป
นอกจากจะตั้งนาฬิกาปลุกหรือค้นหาชื่อเพลงที่คุณได้ยินแล้ว Siri ยังสามารถอ่านข้อความบนหน้าจอของคุณให้คุณฟังได้ ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีปัญหาในการอ่าน เช่น ผู้เป็นดิสเล็กเซีย ผู้มี ADHD หรือผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา มาดูกันดีกว่าว่าฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri จะเวิร์กแค่ไหน

ทำความเข้าใจกับฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri และความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียง
ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri ไม่ได้จำกัดแค่ช่วยเหลือผู้มีปัญหาทางสายตาหรือการอ่านเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์กับทุกคนที่อยากใช้งานดิจิทัลได้สะดวกขึ้น นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้:
พื้นฐานของฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri
พื้นฐานของฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri คือการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยแปลงข้อความที่เขียนให้กลายเป็นคำพูดซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการใช้งานเสียงของ Siri แบบแฮนด์ฟรีอย่างแท้จริง Siri สามารถพูดคุยโต้ตอบและช่วยงานคุณได้โดยที่คุณไม่ต้องใช้มือเลย
ไม่ว่าคุณจะได้รับข้อความใหม่ อยากฟังข่าวล่าสุด หรือดูวิดีโอ TikTokสอนอะไรสักอย่าง เสียง AI ของ Siriที่ฟังชัดและเป็นธรรมชาติจะถ่ายทอดข้อมูลให้คุณเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังขับรถอยู่บนทางด่วนแล้วมีแจ้งเตือนอีเมลสำคัญเด้งขึ้นมาที่โทรศัพท์ ด้วยฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri คุณสามารถฟังเนื้อหาอีเมลได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
เสียงของ Siri จะอ่านข้อความอีเมลออกมาในรูปแบบเสียง WAV ให้คุณได้ตามข่าวสารโดยที่มือยังอยู่บนพวงมาลัย ฟีเจอร์เล่นเสียงนี้เปรียบเสมือนมี Siri ออนไลน์อยู่ในกระเป๋าคุณตลอดเวลา
แต่ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri ไม่ได้จำกัดแค่การอ่านข้อความเท่านั้น ยังสามารถอ่านบทความ โพสต์ในบล็อก หรือแม้แต่หนังสือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในครัว วิ่งออกกำลังกาย หรือเปิดวิดีโอสอนอะไรสักอย่าง Siri ก็สามารถเป็นผู้อ่านส่วนตัวของคุณได้ ช่วยให้ข้อมูลถูกถ่ายทอดเป็นเสียงแบบเรียลไทม์ และให้คุณมัลติทาสก์ได้สบาย ๆ
เทคโนโลยีเบื้องหลัง Siri TTS
เบื้องหลัง ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri อาศัยอัลกอริทึมสังเคราะห์เสียงพูดขั้นสูงเพื่อเปลี่ยนข้อความให้กลายเป็นคำพูดด้วยความแม่นยำสูง เสียงของ Siri ถูกออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติ ถือว่าเป็นหนึ่งในเสียงแปลงข้อความเป็นเสียงที่ดีที่สุดเลยทีเดียว
แล้วทำไมเสียงของ Siri ถึงฟังดูเหมือนมนุษย์จริง ๆ ? คำตอบคือการประยุกต์ใช้เครือข่ายประสาทเชิงลึกและแมชชีนเลิร์นนิ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้เสียง Siri สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้อย่างมีมิติและถ่ายทอดอารมณ์ได้มากขึ้น
ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล เสียงของ Siri ได้เรียนรู้การเลียนแบบโทนเสียง จังหวะ และน้ำเสียงของมนุษย์ ทำให้ไม่เพียงแค่ถ่ายทอดข้อมูลแต่ยังสร้างความรู้สึกร่วมลึกซึ้งกับผู้ใช้ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับภาษาและสำเนียงต่าง ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าคุณจะชอบอังกฤษสำเนียงอังกฤษ อังกฤษสำเนียงออสซี่ หรือภาษาถิ่นอื่น ๆ Siri ก็สามารถปรับเปลี่ยนเสียงให้เข้ากับความชอบของคุณ เสริมประสบการณ์การใช้งานที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri ก็จะฉลาดและสมจริงมากขึ้น พร้อมเสียง AI ที่เป็นธรรมชาติกว่าเดิมและความแม่นยำที่สูงขึ้นในอนาคต
ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มันยังสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอันน่าทึ่งของ AI และเทคโนโลยีสังเคราะห์เสียงอีกด้วย ถ้าคุณกำลังจะตั้งค่า Siri บนอุปกรณ์ของคุณ บอกเลยว่ามีแต่คุ้ม!
วิธีให้ Siri พูดคุยกับคุณบน iPhone หรือ Mac
การพูดคุยกับ Siri บน iPhone หรือ Mac นั้นง่ายมาก แค่เรียก Siri ให้โผล่มาคุยกับคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้ iPhone แค่กดปุ่มHomeหรือSideตามรุ่นของ iPhone แล้วพูดว่า “หวัดดี Siri!”
บริการของ Siri ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับคนที่เบื่อหรือไม่รู้จะทำอะไร คุณสามารถถามคำถามต่าง ๆ กับ Siri ได้ เช่น อากาศเป็นอย่างไรบ้าง พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม หรือเรื่องอื่น ๆ ที่คุณสงสัย
แต่ถ้าคุณอยากหยอกล้อกับ Siri คุณก็จะได้รับคำตอบเจ๋ง ๆ แปลก ๆ กลับมาได้เหมือนกัน ซึ่งอาจทำให้หลุดไปคุยเรื่องเชิงปรัชญาอย่างชีวิต ศาสนา หรือแนวคิดนามธรรมอื่น ๆ ได้เลย
วิธีให้ Siri อ่านข้อความที่เลือกให้คุณฟัง
ข้อดีของ Siri คือสามารถอ่านข้อความแทบทุกอย่างบนหน้าจอของคุณได้ อย่างไรก็ตาม คุณต้องเปิดฟีเจอร์นี้ก่อน เพราะไม่ได้ตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้นมาให้
บน iPhone ให้ไปที่การตั้งค่าแล้วกดการช่วยการเข้าถึงและสุดท้ายเลือกเนื้อหาที่พูดได้เมื่อหน้าจอเนื้อหาที่พูดได้แสดงขึ้นมา ให้เปิดอ่านเนื้อหาที่เลือกแล้วหน้าจอของคุณจะแสดงปุ่มพูดอยู่เหนือข้อความที่เลือกทุกครั้ง
สำหรับ Mac ให้เลือกที่เมนูAppleแล้วไปที่การตั้งค่าระบบจากนั้นเลือกการช่วยการเข้าถึงและเนื้อหาที่พูดได้เมื่อถึงหน้านี้ ให้ติ๊กถูกในช่องอ่านเนื้อหาที่เลือกแล้วคุณจะสามารถให้ Siri อ่านข้อความที่เลือกได้โดยการกดOption + Escบนคีย์บอร์ด
วิธีปรับแต่งการอ่านออกเสียงของ Siri
ข้อดีอีกอย่างของฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri คือคุณสามารถปรับการตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งบน iPhone และ Mac
บน iPhone เมื่อไปที่เนื้อหาที่พูดได้คุณสามารถเข้าไปที่คอนโทรลเลอร์การพูดเพื่อเปิดปุ่มคอนโทรลเลอร์การพูดนอกจากนี้ ยังสามารถเลือกความเร็วในการอ่าน การขีดเส้นเน้นข้อความ เลือกเสียง Siri ได้สองแบบ การออกเสียง และตัวเลือกอื่น ๆ อีกมากมาย
บน Mac เมื่อเข้าไปที่เนื้อหาที่พูดได้ตามที่อธิบายไปแล้ว คุณสามารถเปลี่ยนคีย์ลัดOptions + Escให้เป็นอย่างอื่นได้ด้วย คุณยังสามารถเปิดปิดตัวเลือกอื่น ๆ ได้อีกเพียบ เช่น การเน้นข้อความ ความเร็วการอ่าน แสดงตัวควบคุม และอื่น ๆ
Speechify—ตัวเลือกอ่านข้อความเป็นเสียงแทน Siri
Siri เป็นผู้ช่วยเสมือนที่ยอดเยี่ยม แต่พูดกันตามตรง ฟีเจอร์อ่านข้อความเป็นเสียงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง นอกจากจะสามารถอ่านข้อความบนหน้าจอด้วยความเร็วที่ต่างกันแล้ว ก็แทบไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมกว่านั้น ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะมันไม่ใช่จุดเด่นหลัก ถ้าคุณมีปัญหาในการอ่านหรือแค่อยากฟังข้อความแทนอ่านเอง แนะนำให้ลองใช้ Speechify
Speechify เป็นเครื่องมืออ่านข้อความเป็นเสียง (TTS) ที่มีทั้งบนiPhonesและMacsคุณสามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store ทั้งในฐานะแอปเดี่ยวบน Mac หรือ iPhone หรือจะเสริมด้วยปลั๊กอินสำหรับ Safari หรือ Google Chrome ก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน คุณก็สามารถเปลี่ยนเนื้อหาที่เขียนทุกอย่างให้เป็นไฟล์เสียงและสนุกกับฟีเจอร์อื่น ๆ ได้อีกเพียบ
ฟีเจอร์เด่นบางอย่างของ Speechify คือมีเสียง AI ให้เลือกมากกว่า 150 เสียงในกว่า 30 ภาษา นอกจากผู้บรรยาย AI หลากหลายแล้ว คุณยังถ่ายรูปข้อความจริงและให้ Speechify อ่านออกมาได้ หรือจะนำเข้าอีบุ๊กจากบริการอย่าง Audible แล้วเปลี่ยนเป็นพอดแคสต์ของคุณเอง หรือจะใช้ Speechify เปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นหนังสือเสียงก็ยังได้
คำถามที่พบบ่อย
จะตั้งค่า Siri ให้อ่านข้อความเป็นเสียงได้อย่างไร?
บน iPhone ของคุณ ก่อนอื่นต้องเปิดการอ่านหน้าจอในการตั้งค่า เมื่อทำเสร็จแล้ว ให้พูดว่า “หวัดดี Siri! อ่านหน้าจอให้ฟังหน่อย” หรือปาดนิ้วสองนิ้วลงมาจากด้านบนหน้าจอ หากต้องการให้ Siri อ่านข้อความบน Mac ก็ต้องเปิดการอ่านหน้าจอในการตั้งค่าระบบแล้วกดOption + Esc.
Siri แปลงเสียงเป็นข้อความได้หรือไม่?
ได้ คุณสามารถพูดกับ Siri เพื่อให้ช่วยพิมพ์สิ่งที่คุณพูด ฟีเจอร์แปลงเสียงเป็นข้อความนี้ช่วยให้คุณส่งข้อความ จดโน้ต หรือเขียนอีเมลได้สะดวกขึ้น
ยังสามารถให้ Siri อ่านคำต่าง ๆ ได้อยู่หรือไม่?
เครื่องมือสร้างเสียงของ Siriสามารถอ่านข้อความให้คุณได้ ไม่ว่าใช้อุปกรณ์ Apple รุ่นไหน แตกต่างกันแค่ขั้นตอนการเปิดใช้งานในแต่ละอุปกรณ์เท่านั้น
จะทำให้ Siri พูดข้อความที่ต้องการได้อย่างไร?
ขั้นแรกต้องเปิดฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงในการตั้งค่าหรือการตั้งค่าระบบ (ขึ้นกับอุปกรณ์) แล้วตั้งค่าให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาที่อยากให้ Siri อ่านข้อความออกเสียง บน iPhone ให้สั่ง Siri ให้อ่านข้อความ ส่วนบน Mac ให้กดOption + Esc.
iPhone สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงได้หรือไม่?
ได้ iPhone ของคุณสามารถอ่านข้อความให้คุณฟังได้ผ่านผู้ช่วยเสมือนของ Apple นั่นคือ Siri
จะเปิดใช้งานข้อความเป็นเสียงของ Apple ได้อย่างไร?
สำหรับผู้ใช้ iOS ให้ไปที่การตั้งค่าแล้วเปิดเนื้อหาที่พูดบนหน้าจอส่วนผู้ใช้ Mac ก็ให้ไปที่การตั้งค่าระบบแล้วเปิดตัวเลือกเดียวกัน
จะทำให้ Siri พูดได้อย่างไร?
เพื่อให้ Siri เริ่มพูด ให้ถือโทรศัพท์ไว้ใกล้ปากแล้วพูดว่า “หวัดดี Siri! คุยกับฉันสิ”
Siri อ่านข้อความ SMS ออกเสียงได้ไหม?
ได้ Siri สามารถอ่านข้อความของคุณให้ฟังได้ แค่บอกว่า “หวัดดี Siri! อ่านข้อความของฉัน”
จะให้ Siri อ่านข้อความ SMS ได้อย่างไร?
แค่พูดว่า “หวัดดี Siri! อ่านข้อความของฉันให้ฟังหน่อย”
ข้อความเป็นเสียงของ Siri คืออะไร?
ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Siri ช่วยให้ผู้ใช้ Apple สามารถฟังข้อความ อีเมล เว็บเพจ หรือข้อความใด ๆ บนหน้าจอ แทนการอ่านเองได้
Siri ตอบว่าอะไรเมื่อคุณขอให้แปลงข้อความเป็นเสียง?
Siri จะไม่ตอบโต้กลับ แต่จะเริ่มอ่านข้อความบนหน้าจอให้คุณฟังทันที

