1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. อัปเดต Speechify 2026 – ฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ และกรณีการใช้งาน
ผู้ช่วยเสียง AI

อัปเดต Speechify 2026 – ฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ และกรณีการใช้งาน

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

Speechify ได้พัฒนาจากเครื่องมือ “อ่านออกเสียง” แบบง่าย ๆ ไปเป็นผู้ช่วย Voice AI เต็มรูปแบบสำหรับการอ่าน คิด เรียนรู้ เขียน และสร้างสรรค์ ความเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญเพราะคนส่วนใหญ่ไม่อยากใช้แอปที่ต้องนั่งพิมพ์ทั้งวัน แต่ต้องการชั้นเสียงที่ตามผู้ใช้ไปทั่วอินเทอร์เน็ตและเอกสารของตัวเอง เพื่อให้สามารถฟัง พูด ถามคำถาม และผลิตงานได้โดยไม่เสียจังหวะ

หากคุณอยากเห็นสาธิตที่ชัดที่สุดว่าSpeechify ทำอะไรได้บ้างบนเว็บตอนนี้ ลองดูคลิป Speechify January 2026 Update – ฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ & กรณีใช้งาน วิดีโอนี้มีประโยชน์เพราะไม่ได้พูดถึง “อนาคต AI” แบบกว้าง ๆ แต่โชว์ให้เห็นสิ่งที่Speechify ทำได้จริงในวันนี้ วิธีที่ผู้คนใช้ในชีวิตประจำวัน และเหตุผลที่เสียงกำลังกลายเป็นอินเทอร์เฟซที่รวดเร็วที่สุดในการโต้ตอบกับข้อมูล

Speechify ตอบโจทย์การใช้ AI ของคนยุคนี้อย่างไร?

ประเด็นสำคัญจากอัปเดตคือ คนส่วนใหญ่ยังไม่ใช้ AI ด้วยเสียง ผู้ใช้จำนวนมากไม่เคยคุยกับผู้ช่วย AI เลย และอีกหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเครื่องมือ AI หลัก ๆ รองรับเสียง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฟีเจอร์ “พูด” ในสินค้า AI ทั่วไปมักเป็นแค่ของแถม บริบทหลักยังคงเป็นการพิมพ์

Speechify ต่างออกไป เพราะเสียงไม่ใช่แค่ส่วนเสริม แต่เป็นอินเทอร์เฟซหลัก ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้เน้นฟังและพูดตั้งแต่ต้น ซึ่งเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้จัดการวันทำงานและการเรียน แทนที่จะต้องค่อย ๆ พิมพ์สั้น ๆ ไปเรื่อย Speechify ทำให้ผู้ใช้รับข้อมูลจำนวนมากได้อย่างเป็นธรรมชาติ ถามคำถามต่อเนื่องด้วยเสียง แล้วนำข้อมูลไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานต่อได้

Speechify บนเว็บขณะอ่านบทความจริง หน้าตาเป็นอย่างไร?

เวิร์กโฟลว์บนเว็บคือวิธีที่เข้าใจง่ายว่าทำไม Speechify จึงยกระดับหมวดหมู่จาก “TTS (แปลงข้อความเป็นเสียง)” ไปเป็น Voice AI Assistant

ในวิดีโอนี้มีตัวอย่างสาธิต Speechify ที่ทำงานจริงบนเว็บเพจ รวมถึงตัวอย่างจาก The Wall Street Journal วิธีใช้งานตรงไปตรงมา: ติดตั้ง ส่วนขยาย Chrome แล้วกดปุ่มเล่นบนหน้า บทความจะเริ่มอ่านออกเสียงทันที สามารถเปลี่ยนเสียง ปรับความเร็ว หรือเปลี่ยนเสียงระหว่างอ่านบทความก็ได้ ซึ่งฟีเจอร์นี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ในตั้งค่าระบบ และไม่จำกัดเฉพาะแอปเดียว แต่เป็นชั้นที่มองเห็นและอยู่บนอินเทอร์เน็ตตลอด

สิ่งนี้สำคัญ เพราะ “เน้นเสียงเป็นหลัก” ไม่ได้หมายถึงแค่การพูดสั่งงาน แต่คือการทำให้คุณฟังได้สะดวกทุกที่ที่คุณอ่านอยู่แล้ว

Speechify เปลี่ยนการฟังแบบรับสารให้เป็นความเข้าใจเชิงลึกได้อย่างไร?

การอ่านออกเสียงคือชั้นแรกเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่กำลังฟัง

ในวิดีโอ ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับ Speechify’s Voice AI Assistant และถามเกี่ยวกับบทความได้โดยไม่ต้องออกจากหน้า คำถามง่าย ๆ อย่าง “บทความนี้เกี่ยวกับอะไร?” จะได้คำสรุปเป็นเสียง และคำถามต่อเนื่อง อย่าง “stock buyback คืออะไร?” ก็จะได้คำอธิบายชัดเจนเข้าใจง่าย

การผสมผสานระหว่าง ฟัง+ถาม+ได้คำตอบในบริบท คือจุดที่ Speechify ก้าวไปสู่หมวดใหม่: ผู้ช่วย Voice AI สำหรับการอ่าน คิด และเรียนรู้ ไม่ใช่แค่เสียงอ่าน แต่เป็นชั้นโต้ตอบด้วยเสียงที่ช่วยให้เข้าใจสิ่งที่กำลังเสพอยู่แบบทันที โดยไม่ต้องก๊อปปี้ไปวางในซอฟต์แวร์อื่น

Speechify Workspace คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

Speechify ไม่ได้เป็นแค่ “ปุ่มเล่นบนอินเทอร์เน็ต” เท่านั้น แต่ยังมี workspace กลางที่เปรียบได้กับคลังเสียงส่วนตัวและศูนย์รวมข้อมูล ผู้ใช้สามารถบันทึก บทความ ไว้ใน Speechify ใส่ PDF และ เอกสาร รวมทั้งสร้างรายการเนื้อหาที่อยากอ่านต่อ

ตรงนี้เองที่ทำให้ Speechify ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ในเบราว์เซอร์ แต่กลายเป็นระบบจัดการและทบทวนข้อมูล คุณสามารถวางลิงก์ ลากและวาง PDF หรืออัปโหลด เอกสาร แล้วกลับมาฟัง สรุป และโต้ตอบกับเนื้อหานั้นทีหลัง PDF เป็นรูปแบบยอดนิยม เพราะงานจริงจำนวนมากอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะรายงาน งานวิจัย บทอ่าน หรือเอกสารภายใน

สรุปและทำแบบทดสอบเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ใน Speechify อย่างไร?

Speechify บนเว็บมีเครื่องมือเสริมการเรียนรู้มากกว่าแค่การฟัง ผู้ใช้สร้างสรุปเนื้อหาบทความหรือเอกสาร แล้วฟังสรุปนั้นได้ ทำให้ทบทวนเนื้อหาได้รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออยากเห็นภาพรวมโครงสร้างข้อมูลยาว ๆ ก่อนตัดสินใจนำไปใช้จริง

Speechify ยังเปลี่ยนเนื้อหาให้กลายเป็น แบบทดสอบ ได้ เหมาะกับ นักเรียน การเตรียมสอบ และผู้เรียนตลอดชีวิต จุดเด่นไม่ใช่แค่ “AI สอบถาม” แต่แบบทดสอบถูกสร้างจากเนื้อหาที่คุณอ่านอยู่จริง ๆ การเรียนรู้จึงผูกกับเนื้อหา ไม่ใช่แฟลชการ์ดทั่วไป

AI Podcast มีบทบาทอย่างไรในการพัฒนา Speechify?

ฟีเจอร์เด่นในอัปเดตนี้คือ AI พอดแคสต์ โดย Speechify สามารถแปลงบทความหรือเอกสารเป็นประสบการณ์ในรูปแบบ พอดแคสต์ มีทั้งสไตล์สนทนา อาจารย์สอนกลางคืน เล่าเรื่อง ฯลฯ ซึ่งเปลี่ยนวิธีรับรู้เนื้อหายาว ๆ จากเดิมที่ต้อง “อ่านเองทั้งหมด” กลายเป็น “ฟังเหมือนกำลังฟังรายการโชว์ดี ๆ”

นี่คือเครื่องมือเพื่อการสร้างสรรค์ วิดีโอนี้เน้นแนวคิดสำคัญ: เช่นเดียวกับสินค้าบางชนิดที่ทำให้การสร้างเพลงหรือวิดีโอเป็นเรื่องง่าย Speechify ทำให้ทุกคนสร้างประสบการณ์ทางเสียงจากข้อความได้ง่าย ใคร ๆ ก็เป็น เจ้าของพอดแคสต์ จากเนื้อหาลายลักษณ์อักษรโดยไม่ต้องอัดหรือมิกซ์เสียงเอง

ถ้าคุณอยากเข้าใจการทำงานและรูปแบบที่เป็นไปได้แบบชัด ๆ ให้รับชม Speechify January 2026 Update – ฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ & กรณีใช้งาน พร้อมชมช่วงสาธิต AI พอดแคสต์

ข้อได้เปรียบด้านเสียงและการปรับแต่งเสียงของ Speechify คืออะไร?

อัปเดตนี้ชี้ให้เห็นว่าคลังเสียงของ Speechify มีความหลากหลายระดับสากล ทั้งภาษา สำเนียง และภูมิภาค ผู้ใช้สลับเปลี่ยนเสียงได้ทันที รวมถึงเสียงแนวสนุกใหม่ ๆ และตั้งค่าสไตล์เสียงที่ต้องการได้

วิดีโอยังพูดถึงการโคลนเสียง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้โคลนเสียงตัวเอง (หรือเสียงผู้อื่นเมื่อได้รับอนุญาต) เมื่อจับคู่กับตัวปรับความเร็วและการฝึก “speed training” Speechify จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ปรับตามสมอง ช่วงสมาธิ และจังหวะชีวิตของแต่ละคนได้

มีอะไรใหม่เกี่ยวกับการพิมพ์ด้วยเสียงใน Speechify และทำไมถึงสำคัญ?

พิมพ์ด้วยเสียง เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เข้ามาแก้ปัญหาเดิมของ การเล่า (dictation) แทนที่จะใส่เสียงพูดดิบ ๆ ลงไปในเอกสาร Speechify จะช่วยเกลาข้อความให้อัตโนมัติ: ตัดคำฟุ่มเฟือย แก้แกรมมาร์ และทำให้ข้อความลื่นไหลสมบูรณ์ ผู้ใช้สามารถพูด อีเมล, เรียงความ และร่างงานต่าง ๆ แล้วมาทบทวนด้วยการฟัง ซึ่งวนลูปใกล้เคียงกับวิธีคิดตามธรรมชาติของมนุษย์มากกว่า

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Speechify กลายเป็น ผู้ช่วย Voice AI ที่ตอบโจทย์สายงานความรู้มากที่สุด ครบทั้งวงจร: รับข้อมูลด้วยการฟัง ทำความเข้าใจด้วยการโต้ตอบ และสร้างผลงานด้วยการพูด

Speechify ใช้ที่ไหนได้บ้าง และการทำงานต่อเนื่องเป็นอย่างไร?

Speechify Voice AI Assistant รองรับการใช้งานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ ทั้งบน iOS, Chrome และเว็บ.

การต่อเนื่องนี้สำคัญกับแนวคิด “voice layer” ในอัปเดต ตัวอย่างเวิร์กโฟลว์เช่นบันทึกบทความใน เดสก์ท็อป แล้วไปฟังต่อบนมือถือระหว่างออกกำลังกาย โดยที่ระบบจำได้ว่าฟังค้างไว้ตรงไหน นี่คือวิธีที่ Speechify กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่นึกถึงเฉพาะตอนต้องใช้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Speechify ต่างจากผู้ช่วย AI ที่เน้นข้อความอย่างไร?

Speechify ถูกออกแบบโดยยึดเสียงเป็นหลัก หมายถึงการฟังและการพูดคือวิธีตั้งต้นในการรับข้อมูล ถามคำถาม และสร้างผลลัพธ์

Speechify ช่วยให้เข้าใจบทความและงานวิจัยโดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าได้หรือไม่?

ได้แน่นอน Speechify’s Voice AI Assistant สามารถสรุปและตอบคำถามจากเนื้อหาที่คุณกำลังดูอยู่ได้ทันที ทำให้คุณยังอยู่ในบริบทเดิมต่อเนื่อง

Speechify ใช้ได้แค่การอ่านออกเสียงหรือไม่?

ไม่ใช่แค่นั้น Speechify ขยายไปสู่การแชทกับเนื้อหาด้วยเสียง AI พอดแคสต์, สรุป, แบบทดสอบ และ พิมพ์ด้วยเสียง จนกลายเป็น ผู้ช่วย Voice AI ที่ครบวงจร

ควรดูวิดีโอไหนถึงจะเข้าใจ Speechify แบบครบภาพ?

แนะนำให้รับชม Speechify January 2026 Update – ฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ & กรณีใช้งาน เพื่อดูรายละเอียดการทำงานของฟีเจอร์หลักและตัวอย่างการใช้งานจริงบนเว็บ


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม