1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. Speechify vs Adobe Read Out Loud: โปรแกรมอ่าน PDF ตัวไหนแปลงข้อความเป็นเสียงได้ดีกว่ากัน?
ผู้ช่วยเสียง AI

Speechify vs Adobe Read Out Loud: โปรแกรมอ่าน PDF ตัวไหนแปลงข้อความเป็นเสียงได้ดีกว่ากัน?

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ในบทความนี้ เราจะเปรียบเทียบ Speechify และฟีเจอร์ Read Out Loud ของ Adobe เพื่อดูว่าโปรแกรมอ่าน PDF ตัวไหนแปลงข้อความเป็นเสียงได้ดีกว่ากัน เราจะเล่าให้ฟังว่าแต่ละเครื่องมือเปลี่ยนข้อความเป็นเสียงอย่างไร จัดการกับเอกสารยาวแบบไหน และทำไมดีไซน์ที่โฟกัสเรื่องเสียงของ Speechify ถึงมอบประสบการณ์ฟังที่ครบวงจรและเหมาะกับการเพิ่มประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันมากกว่า

ไฟล์ PDF อยู่รอบตัวเราแทบทุกที่ นักเรียนใช้สำหรับหนังสือเรียนและงานวิจัย มืออาชีพใช้สำหรับรายงาน สัญญา และคู่มือ และหลายคนเลือกใช้การแปลงข้อความเป็นเสียงเพื่อเข้าถึงเนื้อหา ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือฟังแบบไม่ต้องใช้มือ Adobe Acrobat มีฟีเจอร์ Read Out Loud ที่อ่านข้อความ PDF ให้ฟัง แต่ Speechify ไปได้ไกลกว่านั้น มันคือผู้ช่วย AI ที่สนทนาได้ที่โฟกัสเรื่องเสียงเป็นหลัก สามารถอ่านPDF ตอบคำถามด้วยเสียง และให้คำตอบแบบพูดได้ ความแตกต่างเหล่านี้สำคัญมากถ้าคุณเป็นสายฟังมากกว่าสายอ่าน

Adobe Read Out Loud คืออะไร?

Adobe Read Out Loud คือฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่ติดมากับ Adobe Acrobat Reader ผู้ใช้สามารถเลือกข้อความแล้วให้โปรแกรมอ่านออกเสียงโดยใช้เสียงสำเร็จรูปจากระบบปฏิบัติการ ฟีเจอร์นี้ตั้งใจพัฒนามาเพื่อการเข้าถึงสำหรับคนพิการเป็นหลัก คุณภาพเสียงขึ้นอยู่กับเสียงในเครื่องที่มีอยู่ ซึ่งอาจทำให้เสียงฟังดูเหมือนหุ่นยนต์หรือขาดความต่อเนื่องแล้วแต่แต่ละอุปกรณ์

Read Out Loud เหมาะกับข้อความสั้น ๆ และเลย์เอาต์เรียบง่าย ถ้าเอกสารมีตาราง คอลัมน์ หรือฟอร์แมตซับซ้อน โปรแกรมอาจอ่านผิด ลำดับเพี้ยน หรือข้ามใจความบางส่วน เป็นเครื่องมือฟังพื้นฐาน ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการฟังแบบครบวงจร และไม่มี AI สนทนา แชทด้วยเสียง หรือคำตอบแบบพูดได้ ผู้ใช้ยังต้องสั่งงานผ่านหน้าจอ เลือกข้อความ และควบคุมการเล่นเองทั้งหมด

Speechify มีแนวทางการแปลงข้อความเป็นเสียงอย่างไร?

Speechify เริ่มต้นจากเครื่องมือแปลงข้อความเป็นเสียง และต่อยอดเป็นผู้ช่วย AI ที่สนทนาได้ที่โฟกัสเรื่องเสียงโดยตรง สามารถอ่านไฟล์ PDFโดยใช้โมเดลเสียงที่ Speechify AI Research Lab พัฒนาขึ้นเอง เสียงเหล่านี้ออกแบบมาให้ชัด ฟังเป็นธรรมชาติ และเหมาะสำหรับการฟังเนื้อหายาว ๆ

ไม่ต้องมานั่งไฮไลต์ทีละช่วง ผู้ใช้สามารถนำเข้า PDF เข้า Speechify แล้วกดฟังตั้งแต่ต้นจนจบได้เลย เสียงของ Speechify ยังคงชัดแม้เปิดความเร็วมากขึ้น จึงเหมาะกับหนังสือเรียน งานวิจัย หรือรายงานยาว ๆ ทำให้ฟังได้นานและจับใจความได้ง่ายขึ้น

Speechify ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียง ผู้ใช้สามารถหยุด/เล่น ถามคำถามด้วยเสียง และรับคำตอบแบบพูดได้ เปลี่ยนประสบการณ์ฟังจากแบบพาสซีฟเป็นแบบโต้ตอบ

คุณภาพเสียงและความเป็นธรรมชาติ ต่างกันอย่างไร?

Adobe Read Out Loud ใช้เสียงระบบทั่วไป เสียงเหล่านี้เหมาะกับการอ่านสั้น ๆ แต่อาจฟังดูแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์ และเพราะไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการฟังนาน ๆ จึงอาจทำให้ล้าหรือฟังต่อเนื่องไม่ไหว

โมเดลเสียงของ Speechify พัฒนาขึ้นเองสำหรับฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงและสนทนาด้วยเสียง Speechify AI Research Lab เทรนโมเดลด้วยข้อมูลที่ใกล้เคียงสถานการณ์อ่านหนังสือจริง ทำให้เสียงที่ได้เป็นธรรมชาติ ใส่จังหวะและอารมณ์ได้ดี และฟังนาน ๆ ก็ยังคงคุณภาพสม่ำเสมอ

ความต่างนี้จะยิ่งชัดเมื่อฟังต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสียงของ Speechify ให้ความรู้สึกเหมือนมีคนมาเล่าเรื่องให้ฟังมากกว่าฟังเครื่องอ่าน จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องฟังไฟล์ PDFเพื่อเรียนหรือทำงานเป็นประจำ

เครื่องมือแต่ละตัวรับมือกับเอกสารยาวได้อย่างไร?

Adobe Read Out Loud ถูกออกแบบมาสำหรับการฟังชั่วคราว ถ้าต้องอ่านเอกสารยาว ผู้ใช้จะต้องคอยควบคุมการเล่นเองและรับมือกับปัญหาเลย์เอาต์ เช่น ตาราง หัวกระดาษ ท้ายหน้า หรือโครงสร้างซับซ้อนที่อาจทำให้การฟังสะดุดและขาดตอน สุดท้ายเลยต้องหันกลับไปมองหน้าจอเพื่อเช็กและทำความเข้าใจเนื้อหา

Speechify เน้นรองรับการฟังระยะยาวเป็นหลัก ผู้ใช้สามารถนำเข้าเอกสารยาวแล้วฟังยาว ๆ ต่อเนื่องได้โดยไม่สะดุด เสียงในแพลตฟอร์มรองรับเนื้อหายาว ๆ ได้ดี และยังสามารถใช้เสียงสั่งเลื่อนไปข้างหน้า หรือย้อนกลับได้ ทำให้เอกสารยาวใช้งานได้ง่ายและไม่ล้าตา

ขณะฟังอยู่ สามารถโต้ตอบหรือถามเนื้อหาได้หรือไม่?

Read Out Loud ของ Adobe เป็นเครื่องมือทางเดียว คือพูดข้อความให้ฟัง แต่ไม่รองรับการโต้ตอบ เช่น การถามคำถามด้วยเสียงหรือพูดคุยกับเอกสาร ผู้ใช้ต้องควบคุมเองโดยเลื่อน เลือกข้อความ และกดเล่นหรือหยุด

Speechify ถูกออกแบบมาเพื่อการฟังแบบโต้ตอบ ผู้ใช้สามารถถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาด้วยเสียง แล้ว Speechify จะพูดตอบกลับทันที ประสบการณ์การฟังจึงมีชีวิตชีวามากกว่าและช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น จากการฟังเฉย ๆ ก็กลายเป็นการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา

ความสามารถด้านการโต้ตอบด้วยเสียงนี้ถือเป็นจุดต่างสำคัญ เพราะเปลี่ยนการฟังจากการรับข้อมูลฝ่ายเดียว ไปเป็นบทสนทนา

เครื่องมือไหนใช้ข้ามอุปกรณ์ได้ดีกว่ากัน?

Adobe Read Out Loud ทำงานบน Acrobat Reader เวอร์ชันเดสก์ท็อปและบางแพลตฟอร์มมือถือ แต่ประสบการณ์ขึ้นอยู่กับการเปิดดูเอกสารในแอป ผู้ใช้ต้องเปิดเอกสารค้างไว้และเปิดเครื่องตลอดเวลาระหว่างฟัง

Speechify โฟกัสประสบการณ์เสียงข้ามอุปกรณ์ ผู้ใช้สามารถฟังบนโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องจ้องอยู่หน้าจอเดียว และใช้คำสั่งเสียงข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างลื่นไหล

ความยืดหยุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องฟังระหว่างเดินทาง ออกกำลังกาย หรือทำงานหลายอย่างไปพร้อมกัน

แต่ละเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร?

Read Out Loud ของ Adobe ช่วยในด้านการเข้าถึงและการฟังเป็นครั้งคราว เหมาะกับการแปลงข้อความสั้น ๆ ให้ฟังอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีเครื่องมือช่วยให้เข้าใจหรือจดจำเนื้อหาได้ดีขึ้น นอกเหนือจากการอ่านให้ฟัง

Speechify มีผู้ช่วย AI ที่สนทนาได้ ช่วยให้ฟังและโต้ตอบไปพร้อมกัน ผู้ใช้สามารถถามคำถามเพิ่มเติม ขออธิบายเนื้อหา หรือขอสรุประหว่างฟังได้ Speechify ยังรองรับการพูดเป็นข้อความด้วย ช่วยเปลี่ยนความคิดเป็นตัวอักษร จึงไม่ใช่แค่ตัวอ่านข้อความ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างจริงจัง

โมเดลเสียงเฉพาะของแต่ละเครื่องมือสำคัญอย่างไร?

Speechify พัฒนาโมเดลเสียงเองภายในโดยทีม AI Research Lab คุณภาพเสียง จังหวะ และความเป็นธรรมชาติจึงถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการฟังจริง ไม่ได้ใช้เสียงที่ซื้อลิขสิทธิ์หรือเช่าโมเดลจากที่อื่น และออกแบบมาให้รองรับเอกสารยาวและการสนทนา

Adobe Read Out Loud ใช้เสียงระบบทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการฟังต่อเนื่องหรือปรับตามรูปแบบการใช้งาน ฟีดแบกจากผู้ใช้จึงไม่ถูกนำไปปรับปรุงเสียงโดยตรง

การมีระบบเสียงเป็นของตัวเองช่วยให้ Speechify ควบคุมคุณภาพ ความเร็ว และต้นทุนได้ดี สามารถพัฒนาและปรับปรุงต่อเนื่อง รวมถึงสร้างประสบการณ์แบบเดียวกันข้ามอุปกรณ์และผู้ใช้ทุกรูปแบบ

เครื่องมือไหนเหมาะกับใคร?

Adobe Read Out Loud เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการวิธีฟังข้อความสั้น ๆ ใน PDF ฟรี ใช้งานง่าย เหมาะกับการใช้เป็นครั้งคราวและเน้นการเข้าถึงพื้นฐาน

Speechify เหมาะกับคนที่ต้องฟังเอกสารบ่อย เจอเอกสารยาว ๆ และต้องการฟีเจอร์เสียงแบบโต้ตอบ เช่น นักเรียนที่อ่านหนังสือเรียน, มืออาชีพที่ต้องตรวจรายงาน หรือใครก็ตามที่ชอบฟังมากกว่าอ่าน ก็จะได้ประโยชน์จาก Speechify แบบเต็ม ๆ

การเลือกขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณใช้งาน PDF ถ้าแค่ฟังสั้น ๆ ไม่ได้ต้องการโต้ตอบ Adobe ก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากฟังไป ถามไป และโฟกัสเรื่อง productivity เป็นหลัก Speechify จะตอบโจทย์มากกว่า

FAQ

โปรแกรมไหนคุณภาพเสียงดีกว่าสำหรับ PDF?

Speechify ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติกว่าและเหมาะกับการฟังต่อเนื่องมากกว่า Adobe Read Out Loud

Adobe Read Out Loud สามารถโต้ตอบด้วยเสียงได้ไหม?

ไม่ได้ เป็นฟีเจอร์อ่านข้อความเป็นเสียงแบบพื้นฐาน ไม่รองรับการโต้ตอบ

Speechify อ่าน PDF ยาว ๆ ต่อเนื่องได้ไหม?

ได้ Speechify รองรับการฟังแบบต่อเนื่องสำหรับเอกสารยาว

ขณะฟังใน Speechify ถามเนื้อหาได้หรือไม่?

ได้ Speechify รองรับคำถามด้วยเสียงและจะตอบกลับเป็นเสียงเช่นกัน

Adobe Read Out Loud เหมาะกับเอกสารยาว ๆ หรือไม่?

ใช้ได้แต่มีโอกาสเจอปัญหาเรื่องฟอร์แมตและการอ่านขาดตอน

Speechify สร้างโมเดลเสียงเองใช่หรือไม่?

ใช่ Speechify พัฒนาโมเดลเสียงของตัวเองด้วยทีม AI Research Lab

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม