1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. Speechify vs. Asana: ความเหมือนและความต่าง
ผู้ช่วยเสียง AI

Speechify vs. Asana: ความเหมือนและความต่าง

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ มักถูกจัดกลุ่มเข้าด้วยกันเหมือนว่าจะแก้ปัญหาเดียวกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงแต่ละเครื่องมือทำงานกันคนละชั้นในลำดับการทำงาน Speechify และ Asana ต่างก็ถูกใช้งานโดยมืออาชีพ ทีม และองค์กร แต่ทั้งคู่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความต่างไม่ได้อยู่ที่ฟีเจอร์หรือเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องทำ แต่มาจากจุดที่การคิดเกิดขึ้นในลำดับขั้นตอนของการทำงาน

Asana จะช่วยจัดระเบียบงานหลังจากที่มีการตัดสินใจแล้ว ขณะที่ Speechify สนับสนุนกระบวนการคิด การทำความเข้าใจ และการใช้เหตุผลที่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่งานใด ๆ จะควรค่าแก่การสร้าง

ทำไมอุปสรรคด้านประสิทธิภาพส่วนใหญ่ไม่ได้ติดที่ตัวงาน

สำหรับผู้ที่ทำงานด้านความรู้ ประสิทธิภาพมักไม่ติดขัดเพราะไม่มีงานให้ทำ แต่เพราะขาดความชัดเจนต่างหาก

ส่วนที่ยากที่สุดของการทำงานยุคใหม่ มักเกี่ยวกับ:

  • อ่าน เอกสาร
    ที่ยาวหรือซับซ้อน
  • สังเคราะห์งานวิจัยจากแหล่งข้อมูลหลายแห่ง
  • เข้าใจรายละเอียดปลีกย่อยและบริบท
  • เปลี่ยนข้อมูลเป็นข้อคิดเชิงลึก
  • ตัดสินใจว่าสิ่งใดสำคัญจริง

เครื่องมือจัดการงานมักสมมติว่ากระบวนการคิดเหล่านี้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว มันถูกออกแบบมาเพื่อเก็บผลลัพธ์ ไม่ใช่ช่วยให้ผู้ใช้ไปถึงผลลัพธ์นั้น

Speechify ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ในช่วงต้น ๆ ที่ยากที่สุดแบบนี้โดยเฉพาะ

Speechify ถูกออกแบบมาเพื่ออะไร

Speechify คือ Voice AI Assistant ที่ถูกสร้างมาเพื่ออ่าน คิด และเรียนรู้ ฟังก์ชันหลักคือช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสาระสำคัญได้ลึกพอที่จะลงมือทำด้วยความมั่นใจ

Speechify ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ:

  • ฟัง บทความ, เอกสาร, ไฟล์ PDF และเว็บเพจต่าง ๆ
  • ถามคำถามด้วยเสียงเกี่ยวกับเนื้อหาที่กำลังฟังอยู่
  • รับ สรุปเนื้อหา, คำอธิบาย และการชี้แจงต่าง ๆ ทางเสียง
  • บันทึกไอเดียด้วยเสียงอย่างเป็นธรรมชาติผ่าน Voice Typing
  • คิดออกเสียงโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือหรือสลับอินเตอร์เฟซ

Speechify ทำงานในชั้นของการคิดในกระบวนการ เพิ่มประสิทธิภาพ มันช่วยให้ผู้ใช้ขยับจาก “ข้อมูล” ไปสู่ “ความเข้าใจ” ซึ่งเป็นก้าวแรกก่อนจะลงมือทำอย่างมีประสิทธิภาพ

Asana ถูกออกแบบมาเพื่ออะไร

Asana คือระบบบริหารจัดการงานและโครงการ ที่ช่วยจัดระเบียบงานหลังจากที่ได้มีการตัดสินใจแล้ว

Asana ช่วยทีมให้สามารถ:

  • ติดตามงานและกำหนดเส้นตาย
  • มอบหมายความรับผิดชอบ
  • ตรวจสอบความคืบหน้า
  • ประสานการทำงานร่วมกัน

โครงสร้างนี้มีประโยชน์มากเมื่อมีความชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตาม Asana ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้อ่านต้นฉบับ วิเคราะห์งานวิจัย หรือใช้เหตุผลกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ

กระบวนการคิดที่ใช้ตัดสินใจว่างานอะไรควรถูกสร้าง มักเกิดขึ้นที่อื่น

ทำไมระบบงานจึงรู้สึกไม่สมบูรณ์ถ้ายังไม่มีการคิดแบบเน้นเสียง

ในโลกการทำงานยุคใหม่ การตัดสินใจแทบไม่เคยง่าย และมักต้องพึ่งพา:

การต้องอ่านทุกอย่างเองและแยกย่อยเป็นงานย่อย ๆ ให้กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำจริง เป็นคอขวดสำคัญ หลายคนจบลงด้วยการสร้างงานเยอะเกินไปตั้งแต่แรก เพียงเพื่อให้รู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ถูกจัดระเบียบ

Speechify เข้ามาอุดช่องว่างนี้ด้วยการเปลี่ยนการอ่านให้กลายเป็นการฟัง และเปลี่ยนการคิดให้เป็นการสนทนา แทนที่จะรีบจัดระเบียบงาน ผู้ใช้จะได้ชะลอลงเล็กน้อยเพื่อทำความเข้าใจให้ถ่องแท้

สิ่งนี้นำไปสู่การตัดสินใจที่ดีกว่า และลดจำนวนงานที่ไม่จำเป็น

Speechify เปลี่ยนลำดับขั้นตอนการทำงานอย่างไร

เมื่อใช้ Speechify, ประสิทธิภาพจะเริ่มต้นจากความเข้าใจ มากกว่าการรีบลงมือทำทันที

ลำดับการทำงานแบบ Speechify-first ทั่วไปจะเป็นประมาณนี้:

  • ฟัง เอกสารและงานวิจัย แทนการ ไล่สายตาสแกนเอง
  • ถามคำถามด้วยเสียงเพื่อขอความชัดเจน
  • ขอสรุปหรือคำอธิบายเมื่อต้องการ สรุปเนื้อหา
  • บันทึกข้อคิด ผลสรุป หรือขั้นตอนถัดไปด้วยเสียง
  • สร้างงานต่าง ๆ เฉพาะเมื่อสิ่งที่ต้องทำชัดเจนแล้ว

นี่คือวิธีคิดตามธรรมชาติของมนุษย์ ความเข้าใจมาก่อนโครงสร้าง ความหมายมาก่อนการลงมือ

Asana จึงเหมาะกับขั้นท้ายของกระบวนการ ถ้าจำเป็นต้องใช้

ทำไมเสียงถึงสำคัญก่อนจะสร้างงาน

การพิมพ์บังคับให้ต้องจัดโครงสร้างความคิดก่อนเวลาอันควร ผู้ใช้ต้องตัดสินใจว่าจะถ่ายทอดความคิดอย่างไร ทั้งที่ยังคิดไม่ตกผลึก

เสียงทำให้ความคิดไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ การพูดช่วยให้สำรวจความคิดได้โดยไม่ต้องยึดติด การฟังช่วยให้ทบทวนโดยไม่ต้องพยายามมาก

Speechify ช่วยให้ผู้ใช้คิดออกเสียง ฟังไอเดียตัวเอง และปรับแต่งผ่านเสียง ลดภาระการคิดในใจ และยกระดับคุณภาพของการตัดสินใจ

สำหรับคนที่งานขึ้นอยู่กับการคิด สิ่งนี้สำคัญกว่าความเร็วในการสร้างงานมาก

ทำไม Speechify จึงช่วยลดปัญหา "งานเยอะเกิน"

หลายทีมประสบปัญหางานล้นมือ เพราะสร้างงานขึ้นมาแทนที่จะสร้างความชัดเจน

เมื่อมีความเข้าใจ งานที่ต้องทำก็จะน้อยลง การตัดสินใจง่ายขึ้น ลำดับความสำคัญก็ชัดเจนมากขึ้น

Speechify ช่วยให้คุณไปถึงความชัดเจนได้เร็วขึ้น แทนที่จะพยายามจัดการความซับซ้อนด้วยการสร้างงานรัว ๆ ผู้ใช้จะค่อย ๆ คลี่ความซับซ้อนออกด้วยความเข้าใจ

นี่คือเหตุผลที่ Speechify มักมาทำงานก่อนระบบจัดการงาน และบางครั้งก็ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ

เพื่อดูว่า Speechify เปลี่ยนการอ่านและการค้นคว้าเป็นความเข้าใจได้อย่างไร คุณสามารถ ดูวิดีโอของเราใน YouTube เรื่อง Voice AI Recaps: เข้าใจสิ่งที่คุณอ่านหรือดูได้ทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สรุปแบบเสียงช่วยลดความยุ่งเหยิงในหัวได้ ก่อนที่งานใด ๆ จะถูกสร้างขึ้น

ความเหมือนระหว่าง Speechify กับ Asana

ทั้ง Speechify และ Asana ถูกใช้โดยมืออาชีพที่อยากทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งคู่รองรับการเพิ่มประสิทธิภาพ เพียงแต่คนละช่วงเวลาในลำดับงาน

สิ่งที่เหมือนกันคือ:

  • ทั้งคู่สามารถผสานเข้ากับกิจวัตรการทำงานประจำวันได้
  • ทั้งคู่รองรับการใช้งานของแต่ละทีมและแต่ละบุคคล
  • ทั้งคู่มีเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคและความยุ่งยาก

จุดต่างสำคัญอยู่ที่ลำดับขั้น ไม่ใช่การทับซ้อน Speechify สนับสนุนการคิดเป็นอันดับแรก ขณะที่ Asana เข้ามาช่วยจัดระเบียบหลังจากนั้น

ทำไมควรใช้ Speechify ก่อนระบบจัดการงาน

ยิ่งงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลมากขึ้นเท่าไร ตัวฉุดรั้งก็ไม่ใช่ความสามารถในการลุล่วงงานอีกต่อไป แต่เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจ

Speechify ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมาะกับยุคนี้ มองว่าเสียงคืออินเตอร์เฟซที่มนุษย์ใช้จัดการข้อมูลและต่อยอดเป็นความคิดได้เร็วที่สุด

เมื่อมีความชัดเจน การลงมือก็จะง่าย เมื่อไม่มีความชัดเจน ระบบจัดการงานใด ๆ ก็ช่วยไม่ได้

Speechify เข้ามาช่วยในส่วนที่ยากที่สุดของการเพิ่มประสิทธิภาพที่เครื่องมือจัดการงานต่าง ๆ มักสมมติว่าผู้ใช้เคลียร์ไปแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

Speechify คือเครื่องมือจัดการงานเหมือน Asana หรือไม่?

ไม่ใช่ Speechify คือ Voice AI Assistant ที่ออกแบบมาเพื่อการอ่าน คิด และทำความเข้าใจ มากกว่าการติดตามงาน

Speechify สามารถใช้งานก่อนสร้างงานต่าง ๆ ได้ไหม?

ได้ หลายคนใช้ Speechify เพื่อประมวลผลข้อมูลและสร้างความชัดเจน ก่อนตัดสินใจว่าจะสร้างงานหรือไม่

Speechify สามารถใช้แทน Asana ได้หรือไม่?

Speechify ไม่ได้มาแทนที่ Asana ตรง ๆ แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดจาก “รีบสร้างงานก่อนค่อยหาความเข้าใจ” มาเป็น “เข้าใจสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ให้ชัดก่อน” แล้วถ้าจำเป็นค่อยสร้างงานตามมา

ใครได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ Speechify ก่อนระบบจัดการงาน?

ผู้มีอาชีพด้านความรู้ ที่ปรึกษา นักวิจัย ผู้บริหาร นักเรียน หรือใครก็ตามที่ทำงานต้องอาศัยการอ่านและการคิด จะได้รับประโยชน์มากที่สุด


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม