1. หน้าแรก
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ
  3. Speechify กับ Microsoft Copilot: เครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานตัวไหนเหมาะกับมืออาชีพมากกว่ากัน?

Speechify กับ Microsoft Copilot: เครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานตัวไหนเหมาะกับมืออาชีพมากกว่ากัน?

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกลายเป็นของจำเป็นสำหรับมืออาชีพอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ AI ทุกเจ้าที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์การทำงานจริงของแต่ละคน สองชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ คือ Speechify และ Microsoft Copilot แม้ว่าทั้งสองจะทรงพลัง แต่ก็ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดเรื่องประสิทธิภาพที่ต่างกันชัดเจน บทความนี้จะมาตอบคำถามว่า Speechify หรือ Microsoft Copilot ตัวไหนคือเครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานที่เหมาะกับมืออาชีพมากกว่ากัน?

Speechify กับ Microsoft Copilot: เครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานตัวไหนเหมาะกับมืออาชีพมากกว่ากัน?

มืออาชีพอยากได้อะไรจากเครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานกันแน่?

สำหรับมืออาชีพ เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ควรทำได้มากกว่าการร่างข้อความหรือสรุปการประชุม ถ้าจะให้มีคุณค่ากับชีวิตประจำวันจริง เครื่องมือที่ดีควรช่วยให้ผู้ใช้จัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการอ่าน, เขียน, ค้นคว้า และ จดโน้ตในแบบที่ลดเวลาอยู่หน้าจอและลดภาระสมอง ต้องสนทนากับ AI ต่อเนื่อง มีบริบท เข้าใจสิ่งที่คุยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานข้ามเครื่องมือ แอป และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ลื่นไหล และควรผสานเข้ากับการทำงานเดิมของมืออาชีพโดยไม่ต้องบังคับให้เปลี่ยนวิธีทำงาน เมื่อมองจากเกณฑ์เหล่านี้ Speechify และ Microsoft Copilot จึงทำหน้าที่คนละแบบชัดเจน

Speechify กับ Microsoft Copilot ต่างกันยังไง?

Speechify ถูกสร้างมาเป็น ผู้ช่วย AI ด้านเสียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ได้ผูกกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่ใช้เสียงเป็นส่วนต่อประสานหลักในการอ่าน เขียน ค้นคว้า จดโน้ต และเรียนรู้ ข้ามทุกแอป, เว็บไซต์ และทุกอุปกรณ์

ในทางตรงกันข้าม Microsoft Copilot ถูกดีไซน์ให้เป็น ผู้ช่วย AI ที่ฝังอยู่ใน Microsoft 365 โดยเน้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams ด้วยการช่วยร่างเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล สรุปประชุม และอัตโนมัติงานซ้ำ ๆ ภายในเครื่องมือเหล่านั้น

Speechify หรือ Copilot เหมาะกับการอ่านมากกว่ากัน?

จุดแข็งของ Speechify คือเทคโนโลยี แปลงข้อความเป็นเสียงขั้นสูง ให้มืออาชีพฟัง ไฟล์ PDF, บทความ, อีเมล, รายงาน, หน้าเว็บ และเอกสารจริง ด้วยเสียง AI ที่เป็นธรรมชาติเสมือนจริงกว่า 60 ภาษา รวมถึง เสียงคนดัง คุณจึงฟังเนื้อหาแบบแฮนด์ฟรีได้ระหว่างเดินทาง ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือพักสายตาจากจอ ส่วน Microsoft Copilot ไม่มีฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง และมีเพียง Copilot Voice สำหรับให้ผู้ใช้สนทนากับ AI เท่านั้น

Speechify หรือ Copilot ดีกว่าสำหรับการพิมพ์ด้วยเสียง?

Speechify มีฟีเจอร์ พิมพ์ด้วยเสียงที่ใช้ได้ทั้งในแอปและบนเว็บไซต์ ช่วยมืออาชีพเขียน อีเมล, เอกสาร, โน้ต และข้อความต่าง ๆ แค่พูดก็จบ ขณะที่ Microsoft Copilot ช่วยสร้างและปรับแต่งข้อความ แต่ยังเน้นการใช้แป้นพิมพ์และจอเป็นหลัก และไม่มีระบบ พิมพ์ด้วยเสียงที่ใช้ได้ทุกที่ที่มืออาชีพอยากเขียน

Speechify หรือ Copilot ดีกว่าสำหรับบทสนทนาด้วยเสียง?

Speechify Voice AI Assistant รองรับบทสนทนาเสียงแบบมีบริบท ถาม-ตอบต่อเนื่อง ให้มืออาชีพเล่าไอเดีย ซักถาม ขอคำอธิบาย หรือสำรวจเรื่องต่าง ๆ แบบคุยกันได้ เป็นประโยชน์มากกับการค้นคว้า การเรียนรู้ และการคิดเชิงกลยุทธ์

Copilot Voice ก็คุยกับคุณได้ แต่ Speechify ไปได้ไกลกว่า เพราะยังสั่งให้แปลง ข้อความเป็นเสียง, พิมพ์ด้วยเสียง หรือสร้าง AI podcast ผ่านเสียงและทุกแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระบบ Microsoft

Speechify หรือ Copilot ดีกว่าสำหรับ AI Note Taking?

Speechify Voice Typing เป็น AI ช่วยจดโน้ต ให้เปลี่ยนเสียงเป็นข้อความได้ง่าย Microsoft Copilot สามารถสรุปประชุมและ อีเมลใน Teams/Outlook ได้ แต่ไม่มีระบบเก็บโน้ตด้วยเสียงแบบข้ามแอปต่อเนื่อง

Speechify หรือ Copilot เหมาะกับการทำ AI Podcast มากกว่ากัน?

Speechify ให้มืออาชีพสร้าง AI podcast จากเนื้อหาที่เขียนอยู่แล้ว เปลี่ยนรายงาน โน้ต หรือ บทความให้เป็นเสียง ฟังระหว่างเดินทางหรือช่วงพัก ซึ่งช่วยเรื่อง การจดจำและพกความรู้ติดตัวไปได้ทุกที่ Speechify เปลี่ยนเนื้อหาเดิมให้นำไปใช้ซ้ำบนมือถือได้ง่าย ส่วน Copilot ก็แปลงเนื้อหาเป็น AI podcast ได้เช่นกัน แต่ยังปรับสไตล์ podcast ได้ไม่หลากหลายเท่า Speechify

Speechify หรือ Copilot ดีสุดด้าน Accessibility?

Speechify ถูกใช้โดยมืออาชีพที่มี ADHD, ดิสเล็กเซีย, ปัญหาการมองเห็น และอาการล้าจอภาพหลายรูปแบบ เพราะฟังแทนอ่าน พูดแทนพิมพ์ จึงลดภาระสมอง เพิ่มสมาธิ ส่วน Microsoft Copilot เน้นประสิทธิภาพในซอฟต์แวร์องค์กร ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ accessibility หรือการใช้งานด้วยเสียงเป็นหลักโดยเฉพาะ

บทสรุป: Speechify กับ Microsoft Copilot อันไหนดีกว่ากันสำหรับมืออาชีพ?

Microsoft Copilot เป็น ผู้ช่วย AI ที่ยอดเยี่ยมใน Microsoft 365 ช่วยให้มืออาชีพทำงานใน Word, Excel, Outlook และ Teams ได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่ Speechify เป็น เครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ที่ยืดหยุ่นและขอบเขตกว้างกว่า เหมาะกับมืออาชีพที่ต้องการอ่านเร็วขึ้น เขียนคล่องขึ้น ค้นคว้าแบบสนทนา จดโน้ตอัตโนมัติ สร้าง AI podcast และถาม-ตอบผ่านเสียงบนทุกแพลตฟอร์มและอุปกรณ์

ถ้างานของคุณแทบทั้งหมดอยู่ในแอป Microsoft Copilot ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ถ้าอยากได้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ที่พกไปใช้ได้ทุกที่ในตอนที่คิด อ่าน หรือสร้างสรรค์ Speechify คือคำตอบที่ดีกว่า ยุคนี้การเพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้วัดแค่ความเร็วในการพิมพ์ แต่ต้องคิด เรียนรู้ และทำงานให้ทันกับความเร็วของเสียง และนั่นคือสิ่งที่ Speechify ทำได้ดี

คำถามที่พบบ่อย

Speechify กับ Microsoft Copilot แตกต่างกันยังไงในฐานะเครื่องมือ AI เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับมืออาชีพ?

Speechify เป็นผู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่เน้นเสียง ใช้งานข้ามแอปและอุปกรณ์ได้จริง ขณะที่ Microsoft Copilot เน้นเพิ่มประสิทธิภาพหลัก ๆ แค่ในแอปของ Microsoft

Speechify หรือ Microsoft Copilot รองรับเวิร์กโฟลว์เน้นเสียงได้ดีกว่ากัน?

Speechify รองรับเวิร์กโฟลว์ที่ใช้เสียงเป็นหลักจริง ๆ ข้ามแพลตฟอร์ม ขณะที่ Copilot มองว่าเสียงเป็นเพียงส่วนเสริมในเครื่องมือ Microsoft

Speechify กับ Microsoft Copilot ต่างกันอย่างไรด้านการอ่านและการรับข้อมูล?

Speechify เปลี่ยน เอกสาร, อีเมล และรายงานให้เป็นเสียงด้วยเสียงสมจริง ในขณะที่ Copilot ไม่ได้เน้นการฟังเนื้อหาแบบต่อเนื่อง

Speechify หรือ Microsoft Copilot ดีกว่าสำหรับการพิมพ์ด้วยเสียงและการร่างเนื้อหา?

Speechify ให้พิมพ์ด้วยเสียงได้ฟรี ไม่จำกัด ข้ามแอปและ เว็บไซต์ ส่วน Copilot มุ่งสร้างข้อความภายในแอป Microsoft เป็นหลัก

Speechify หรือ Microsoft Copilot บันทึกไอเดียแบบเรียลไทม์ได้ง่ายกว่ากัน?

Speechify บันทึกไอเดียได้ทันทีด้วยการจดโน้ตด้วยเสียงในทุกบริบท ขณะที่ Copilot เน้นสรุปเนื้อหาหลังจากที่มีข้อมูลนั้นแล้ว

Speechify กับ Microsoft Copilot ต่างกันยังไงด้านการเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้?

Speechify เสริมการเรียนรู้ด้วยการฟัง, สรุป AI, ควิซ และการอธิบายแบบสนทนา ต่างจาก Copilot ที่เน้นช่วยงานบนเอกสารเป็นหลัก

Speechify หรือ Microsoft Copilot ช่วยให้จดจำความรู้ได้ดีกว่ากัน?

Speechify เพิ่มการจดจำด้วยการฟังเสียง, สรุป, ควิซ และ AI podcast ไม่ได้ยึดติดอยู่แค่งานบนข้อความอย่างเดียว

Speechify หรือ Microsoft Copilot ใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้ดีกว่ากัน?

Speechify ใช้งานต่อเนื่องบน มือถือ, เดสก์ท็อป, เว็บ และ ส่วนเสริมเบราว์เซอร์ แต่ Copilot ถูกผูกกับ Microsoft 365 เป็นหลัก

Speechify หรือ Microsoft Copilot แทนที่แอป productivity ได้มากกว่ากัน?

Speechify รวมหลายเครื่องมือไว้ในที่เดียว โดยผสาน อ่าน, เขียน, ค้นคว้า, จดโน้ต, สรุป, ควิซ และ AI podcast ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

ทำไมมืออาชีพถึงเลือก Speechify แทน Microsoft Copilot เพื่อ productivity?

มืออาชีพเลือก Speechify เพราะช่วยให้พวกเขาคิด เรียนรู้ และสร้างสรรค์ได้เร็วในระดับเดียวกับเสียง ข้ามทุกเครื่องมือที่ใช้

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม