1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. Speechify vs. NotebookLM: วิธีเลือกตัวที่ตอบโจทย์คุณที่สุด
ผู้ช่วยเสียง AI

Speechify vs. NotebookLM: วิธีเลือกตัวที่ตอบโจทย์คุณที่สุด

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

เครื่องมือ AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนอ่าน เขียน และโต้ตอบกับข้อมูลอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Speechify และ NotebookLM ซึ่งมีมุมมองการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ต่างกันมาก โดยตัวหนึ่งเน้นการโต้ตอบด้วยเสียงในชีวิตประจำวัน ขณะที่อีกตัวออกแบบมาเพื่อช่วยงานวิจัยโดยอิงจากไฟล์ที่อัปโหลด

บทความนี้จะอธิบายวิธีทำงานของ Speechify และ NotebookLM จุดเด่นของแต่ละเครื่องมือ และวิธีตัดสินใจเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณ

Speechify คืออะไร และทำงานอย่างไรในฐานะ AI ผู้ช่วยเน้นเสียงสำหรับการฟังและพิมพ์ด้วยเสียง?

Speechify คือ ผู้ช่วย AI ด้วยเสียง ที่ออกแบบมาสำหรับการฟัง การพิมพ์ด้วยเสียง และการโต้ตอบกับเนื้อหาอย่างรวดเร็วด้วยเสียง ผู้ใช้สามารถฟังเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ พูดให้แอปพิมพ์แทนในแอปต่าง ๆ และถามหาข้อมูลได้โดยตรงในทุกหน้า

Speechify มีให้ใช้งานบน iOS, Android, Mac, เว็บไซต์ และ ส่วนขยาย Chrome ทำให้ใช้งานได้ทุกที่ที่ผู้คนอ่านหรือเขียน จุดเด่นของ Speechify มีดังนี้:

Speechify ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบคุยกับเทคโนโลยีด้วยการฟังและการพูด มากกว่าการพิมพ์และสแกนข้อความ.

NotebookLM คืออะไร และช่วยงานวิจัย สรุปข้อมูล และให้คำตอบที่อิงจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับอย่างไร?

NotebookLM เป็นเครื่องมือช่วยคิดและค้นคว้าโดยใช้ AI ที่พัฒนาโดย Google และขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini จุดเด่นคือช่วยผู้ใช้วิเคราะห์ สรุป และเชื่อมโยงข้อมูลจากไฟล์ที่อัปโหลด

NotebookLM ให้ผู้ใช้อัปโหลดไฟล์ PDF, เอกสาร, เว็บไซต์, วิดีโอ YouTube และไฟล์อื่น ๆ แล้วสามารถถามคำถามโดยอิงจากไฟล์เหล่านั้น พร้อมอ้างอิงกลับไปยังแหล่งต้นฉบับได้โดยตรง

ฟีเจอร์หลักของ NotebookLM ได้แก่:

  • อัปโหลดและจัดระเบียบแหล่งข้อมูล
  • สรุปข้อมูล และอธิบายเนื้อหาโดย AI
  • ให้คำตอบที่อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับพร้อมการอ้างอิง
  • Audio Overviews ช่วยเปลี่ยนเนื้อหาให้กลายเป็นบทสนทนา

NotebookLM ถูกออกแบบมาสำหรับงานวิจัย การเรียนรู้ และการคิดอย่างมีระบบ มากกว่าการใช้เสียงอย่างต่อเนื่องกับแอปต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

Speechify กับ NotebookLM ต่างกันอย่างไรในการโต้ตอบกับ AI ในแต่ละวัน?

จุดต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดระหว่าง Speechify กับ NotebookLM คือวิธีที่ผู้ใช้โต้ตอบกับแต่ละเครื่องมือ

Speechify ถูกสร้างมาให้เป็นผู้ช่วยเน้นเสียงซึ่งใช้งานได้ทุกที่ที่คุณอ่านหรือเขียน ส่วน NotebookLM เป็นสภาพแวดล้อมสำหรับงานวิจัยที่ใช้เฉพาะภายในสมุดโน้ตที่อัปโหลด

Speechify เน้น:

  • การฟังเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ
  • พูดมากกว่าพิมพ์
  • ใช้เสียงร่วมกับทุกแอปหรือเว็บไซต์

NotebookLM เน้น:

  • การเรียนจากแหล่งข้อมูลเฉพาะ
  • ถามคำถามจากเอกสาร
  • ทำความเข้าใจประเด็นซับซ้อนผ่านสรุปและการอ้างอิง

Speechify ทำงานอย่างไรในฐานะ AI ผู้ช่วยเน้นเสียงที่ใช้ได้กับทุกแอปและเวิร์กโฟลว์?

Speechify ใช้เสียงเป็นอินเทอร์เฟซหลัก ผู้ใช้สามารถฟังเอกสารยาวตั้งแต่ต้นจนจบ พูดงานให้ระบบพิมพ์แทนในแอปต่าง ๆ และถามหาข้อมูลได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้า

การพิมพ์ด้วยเสียง ใช้งานได้กับ:

สิ่งนี้ทำให้ Speechify ไม่ได้เป็นแค่ปลายทางเดียวแต่เหมือนเป็น เลเยอร์เสียงที่ครอบคลุมงานประจำวัน หลายคนอธิบายว่า Speechify คือ Voice AI Assistant หรือประสบการณ์แบบ VoiceOS เพราะรวมทั้งการอ่าน การเขียน และการถาม-ตอบด้วยเสียงไว้ด้วยกัน

NotebookLM ทำงานอย่างไรในบทบาทคู่หูสำหรับอ่าน–วิจัยจากแหล่งข้อมูลที่อัปโหลด?

NotebookLM เน้นช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลที่อัปโหลด เหมาะกับ:

  • ทบทวนบันทึกการเรียนและตำรา
  • วิเคราะห์งานวิจัย
  • จัดระเบียบข้อมูลต้นฉบับที่ซับซ้อน
  • สร้างโครงร่างและคำอธิบายอย่างเป็นระบบ

แม้ NotebookLM จะมีฟีเจอร์ด้านเสียง แต่จะเน้นที่การสรุปเนื้อหาที่อัปโหลดมากกว่าการฟังหรือพิมพ์ด้วยเสียงต่อเนื่อง

ฟีเจอร์การฟังและเสียง

Speechify ออกแบบมาให้ฟังเนื้อหาได้ต่อเนื่อง สามารถอ่านข้อความด้วยเสียงธรรมชาติพร้อมไฮไลท์ และควบคุมความเร็วในการเล่นได้ เหมาะกับการอ่านเอกสารยาว หนังสือ และบทความไปพร้อมกับทำงานหลายอย่างพร้อมกัน.

NotebookLM มี Audio Overviews ที่เปลี่ยนเนื้อหาที่อัปโหลดเป็นบทสนทนา เหมาะสำหรับทบทวนเนื้อหา แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือฟังทั่วไปบนเว็บ

Speechify กับ NotebookLM ต่างกันอย่างไรในด้านการเขียนและพิมพ์ด้วยเสียง?

Speechify รองรับการพิมพ์ด้วยเสียงได้กับแอปและเว็บไซต์ คุณสามารถพูดให้ Speechify พิมพ์อีเมล ข้อความ เอกสาร และโน้ตโดยไม่ต้องสลับเครื่องมือไปมา

NotebookLM ไม่ใช่โซลูชันสำหรับพิมพ์ด้วยเสียงทั่วทั้งระบบ การเขียนจะทำได้เฉพาะภายในสมุดโน้ตที่มีแหล่งข้อมูลที่อัปโหลดเท่านั้น

จริงไหมที่ Speechify เหมาะกับงานประจำวันมากกว่า ส่วน NotebookLM เหมาะกับงานวิจัยเฉพาะทาง?

Speechify ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในแต่ละวัน เหมาะสำหรับเวิร์กโฟลว์ที่ต้องอ่านอีเมล ตอบข้อความใน Slack ร่างเอกสาร และตามข่าวข้อมูลระหว่างวันได้ดี

NotebookLM เหมาะกับการวิจัยเชิงลึก เมื่อคุณอยากเข้าใจเอกสารกลุ่มหนึ่งอย่างลึกซึ้ง หรือสร้างสรุป โครงร่าง หรือเอกสารสำหรับการเรียน/การนำเสนอ

เครื่องมือไหนเหมาะกับคุณ? ขึ้นอยู่กับว่าคุณอ่าน เขียน และโต้ตอบกับข้อมูลแบบไหน

การเลือกใช้ Speechify หรือ NotebookLM ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดโต้ตอบกับข้อมูลในรูปแบบไหน

Speechify เหมาะกับคุณถ้า:

  • ชอบฟังมากกว่าอ่าน
  • อยากเขียนโดยใช้พิมพ์ด้วยเสียง
  • ต้องสลับไปมาระหว่างหลายแอปและเว็บไซต์
  • อยากได้ผู้ช่วย AI เน้นเสียงที่ใช้ได้ทุกที่

NotebookLM เหมาะกับคุณถ้า:

  • ทำงานกับเอกสารวิจัย
    เป็นหลัก
  • ต้องการคำตอบและการอ้างอิงที่อิงจากแหล่งข้อมูลจริง
  • ศึกษาข้อมูลที่ซับซ้อนอย่างเป็นระบบ
  • ชอบพื้นที่การทำงานแบบสมุดโน้ต

บางคนอาจใช้ทั้งสองเครื่องมือกับวัตถุประสงค์ต่างกัน แต่ทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อแก้คนละโจทย์

Speechify vs. Others

คำถามที่พบบ่อย

ความแตกต่างหลักระหว่าง Speechify กับ NotebookLM คืออะไร?

Speechify เป็น AI ผู้ช่วยเน้นการฟัง พิมพ์ด้วยเสียง และถามคำถามได้ในหลายแอป ในขณะที่ NotebookLM คือเครื่องมือวิจัยที่เน้นไฟล์ต้นฉบับที่อัปโหลด

Speechify ใช้กับอย่างอื่นนอกจากเอกสารได้หรือไม่?

ได้ Speechify ใช้ได้กับเว็บไซต์, อีเมล, PDF และแอปต่าง ๆ ผ่านเว็บแอป, แอปเดสก์ท็อป และส่วนขยายเบราว์เซอร์

NotebookLM ใช้แทนเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงได้ไหม?

NotebookLM ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นโซลูชันพิมพ์ด้วยเสียงทั่วทั้งระบบ แต่เน้นที่การวิจัยและสรุปเนื้อหาภายในสมุดโน้ต

Speechify คือ AI ผู้ช่วยด้วยเสียงจริงหรือไม่?

จริง Speechify ทำหน้าที่เป็น Voice AI Assistant โดยผสานทั้งแปลงข้อความเป็นเสียง, พิมพ์ด้วยเสียง และการถาม–ตอบผ่านเสียง

เครื่องมือไหนเหมาะกับการอ่านเอกสารยาว?

Speechify ถูกสร้างเพื่อการฟังตั้งแต่ต้นจนจบด้วยเสียงพูดธรรมชาติและระบบไฮไลท์ข้อความ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอ่านเนื้อหายาว ๆ


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม