การแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราโต้ตอบกับเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษรไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะบนซอฟต์แวร์ยอดนิยมอย่าง Microsoft Word ไม่ว่าคุณจะใช้ Windows 10, Mac, Android หรือ iOS ความสามารถในการแปลงข้อความให้กลายเป็นเสียงพูดในแอปพลิเคชัน Microsoft Office เช่น Word, PowerPoint, Excel, OneNote และ Outlook ช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ใช้ทุกคน
เปิดใช้งานการแปลงข้อความเป็นเสียงใน Microsoft Word
- การเข้าถึงฟีเจอร์: ใน Word ฟีเจอร์ 'อ่านออกเสียง' สามารถพบได้ที่แท็บ 'ตรวจทาน' ฟีเจอร์นี้จะอ่านข้อความในเอกสารของคุณออกมาเป็นเสียง ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและแก้ไขงานได้สะดวกขึ้น
- การปรับแต่งการตั้งค่า: ผู้ใช้สามารถปรับแต่งประสบการณ์ TTS ใน Word ได้ ทั้งการเลือกเสียง ปรับความเร็วในการอ่าน หรือเลือกภาษาที่ต้องการ ตัวเลือกเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้จาก 'แผงควบคุม' บน Windows หรือการตั้งค่าระบบของแต่ละแพลตฟอร์ม
- การใช้แถบเครื่องมือด่วน: หากต้องใช้งานเป็นประจำ คุณสามารถเพิ่มปุ่ม 'พูด' ลงในแถบเครื่องมือด่วน เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์อ่านออกเสียงได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
การรู้จำเสียงพูดและการแปลงข้อความเป็นเสียง
นอกจากการอ่านข้อความออกเสียงแล้ว Microsoft Word ยังมีฟีเจอร์รู้จำเสียงพูด ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดเพื่อพิมพ์ข้อความลงในเอกสารได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานแบบไม่ต้องใช้มือ ฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์ทั้งการร่างอีเมลใน Outlook การสร้างสเปรดชีตใน Excel หรือจดบันทึกใน OneNote
ฟีเจอร์ขั้นสูงและการเข้าถึงสำหรับทุกคน
- Immersive Reader: เพื่อประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ ฟีเจอร์ Immersive Reader ใน Word จะช่วยให้สามารถอ่านได้โดยไม่มีสิ่งรบกวน พร้อมตัวเลือกเสียง ความเร็วในการอ่าน และระยะห่างข้อความที่ปรับได้
- คีย์ลัด: ผู้ใช้สามารถเริ่มหรือหยุดฟีเจอร์อ่านออกเสียงได้อย่างรวดเร็วผ่านคีย์ลัดบนแป้นพิมพ์ เช่น กด 'Ctrl' พร้อมกับ 'ลูกศรลง' เพื่อเริ่มอ่านข้อความทั้งเอกสารหรือเฉพาะข้อความที่เลือก
- การใช้ TTS บนอุปกรณ์ต่าง ๆ: ฟีเจอร์ TTS ใน Microsoft Office ไม่ได้จำกัดแค่บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ บนอุปกรณ์ Android และ iOS ผู้ใช้ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์อ่านออกเสียงและการรู้จำเสียงพูดได้อย่างคล่องตัว ช่วยให้ทำงานกับเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลา
- การปรับแต่งเสียงและความเร็ว: ในการตั้งค่า TTS ผู้ใช้สามารถเลือกเสียงหลากหลายรูปแบบ รวมถึงเสียงผู้หญิง และปรับความเร็วเสียงได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับการฟังหนังสือเสียงหรือเอกสารขนาดยาว
- การเข้าถึงสำหรับทุกคน: การพัฒนาเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงใน Microsoft Word สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความเท่าเทียมและการเข้าถึง ไม่เพียงช่วยเหลือผู้มีข้อจำกัดในการใช้งาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงใน Microsoft Word ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทำให้ข้อมูลเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจทานเอกสาร การฟังหนังสือเสียง หรือการพูดเพื่อพิมพ์ ฟีเจอร์นี้ใน Microsoft Office ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกคน ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์หรือมีความสามารถแบบใด จะมีเครื่องมือที่ช่วยสื่อสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่
Speechify แปลงข้อความเป็นเสียง
ค่าใช้จ่าย: ทดลองใช้งานได้ฟรี
Speechify Text to Speech เป็นเครื่องมือพลิกโฉมวงการที่ช่วยให้ผู้ใช้รับเนื้อหาประเภทข้อความในรูปแบบเสียงได้อย่างง่ายดาย ด้วยเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงที่ล้ำสมัย Speechify สามารถเปลี่ยนข้อความให้เป็นเสียงพูดที่สมจริง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการอ่าน ผู้พิการทางสายตา หรือผู้ที่ชอบเรียนรู้ด้วยการฟัง ความสามารถในการใช้งานข้ามอุปกรณ์ช่วยให้ผู้ใช้สามารถฟังเนื้อหาได้ทุกที่ทุกเวลา
5 ฟีเจอร์เด่นของ Speechify TTS:
เสียงคุณภาพสูง: Speechify มีเสียงคุณภาพสูงหลายแบบในหลากหลายภาษา ผู้ใช้จึงจะได้รับประสบการณ์การฟังที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เข้าใจและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
การผสานรวมที่ราบรื่น: Speechify สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ทั้งเว็บเบราว์เซอร์ สมาร์ทโฟน และอื่น ๆ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถแปลงข้อความจากเว็บไซต์ อีเมล PDF และแหล่งอื่น ๆ เป็นเสียงได้ทันที
ควบคุมความเร็ว: ผู้ใช้สามารถปรับความเร็วในการอ่านได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะอยากฟังแบบเร็วเพื่อไล่ดูเนื้อหาโดยคร่าว หรือฟังแบบช้า ๆ เพื่อเก็บรายละเอียด
ฟังแบบออฟไลน์: หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ Speechify คือความสามารถในการบันทึกและฟังข้อความที่แปลงเป็นเสียงแบบออฟไลน์ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ต่อเนื่อง แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ไฮไลท์ข้อความ: ระหว่างที่ข้อความถูกอ่านออกเสียง Speechify จะไฮไลท์ข้อความนั้นบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเนื้อหาทั้งทางสายตาและการฟังไปพร้อมกัน เพิ่มประสิทธิภาพด้านความเข้าใจและการจดจำข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย:
- เปิดใช้งานการพูดเป็นข้อความใน Word ได้อย่างไร?
- เปิดเอกสาร Word
- คลิกที่แท็บ 'หน้าแรก'
- เลือก 'คำสั่งเสียง' (ไอคอนไมโครโฟน) เพื่อเริ่มใช้งานพูดเป็นข้อความ
- เปลี่ยนภาษาของข้อความเป็นเสียงใน Word ได้อย่างไร?
- คลิกที่แท็บ 'ตรวจทาน'
- เลือก 'ภาษา' ในกลุ่ม 'ภาษา'
- เลือกภาษาที่ต้องการสำหรับ แปลงข้อความเป็นเสียง
- วิธีแปลงข้อความเป็นเสียงใน Word?
- ไฮไลท์ข้อความที่ต้องการในเอกสาร
- ไปที่แท็บ 'ตรวจทาน' แล้วคลิก 'อ่านออกเสียง'
- Word จะเริ่มอ่านข้อความออกเสียง
- จะให้ Microsoft Word อ่านออกเสียงข้อความได้อย่างไร?
- ไฮไลท์ข้อความที่ต้องการ
- คลิกที่แท็บ 'ตรวจทาน'
- เลือก 'อ่านออกเสียง' เพื่อเริ่มฟังเนื้อหา
- วิธีใช้พูดเป็นข้อความใน Microsoft Word?
- เปิด Word
- คลิกที่แท็บ 'หน้าแรก'
- เลือก 'คำสั่งเสียง' เพื่อเริ่มแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ
- วิธีเตรียมใช้งานคำสั่งพูดเป็นข้อความใน Word?
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไมโครโฟนเชื่อมต่อและใช้งานได้
- เปิด Word และไปที่แท็บ 'หน้าแรก'
- เลือก 'คำสั่งเสียง' เมื่อพร้อมพูด
- อ่านไฟล์ PDF ออกเสียงโดยใช้ Microsoft Word อย่างไร?
- เปิด PDF ใน Word (ไฟล์จะถูกแปลงเป็นเอกสาร Word)
- เลือกข้อความที่ต้องการ
- คลิก 'อ่านออกเสียง' ที่แท็บ 'ตรวจทาน'
- คีย์ลัดสำหรับพูดเป็นข้อความใน Word คืออะไร?
- ใช้ 'Alt + ` (ปุ่ม grave accent)' เป็นคีย์ลัดสำหรับเริ่มหรือหยุดการใช้งาน Dictate
- เปลี่ยนเสียงพูดในระบบแปลงข้อความเป็นเสียงได้อย่างไร?
- ไปที่ 'แผงควบคุม' > 'Ease of Access'
- เลือก 'การรู้จำเสียงพูด'
- ตั้งค่า 'Text to Speech' เพื่อเปลี่ยนเสียงตามที่ต้องการ

