1. หน้าหลัก
  2. TTS
  3. เปลี่ยนภาพใดก็ได้ให้เป็นเสียงพูดด้วย Speechify
TTS

เปลี่ยนภาพใดก็ได้ให้เป็นเสียงพูดด้วย Speechify

Tyler Weitzman

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน

ปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักรณรงค์เรื่องดิสเล็กเซียและการเข้าถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การเปลี่ยนภาพให้กลายเป็นเนื้อหาเสียงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ด้วยเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) การแปลงภาพเป็นเสียงทำได้ง่าย ๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอน และท่ามกลางเครื่องมือมากมายในสายนี้ Speechify คือหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่น บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกว่า Speechify ใช้ OCR อย่างไรในการเปลี่ยนข้อความในภาพให้กลายเป็นไฟล์เสียง

ฟังภาพถ่ายของคุณด้วย Speechify

เทคโนโลยี OCR คืออะไร?

OCR หรือ Optical Character Recognition คือเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากการมองเห็นของคอมพิวเตอร์และการรู้จำรูปแบบ หน้าที่หลักของเทคโนโลยีนี้คือการดึงข้อความออกมาจากภาพ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์และอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องขั้นสูง OCR สามารถตรวจจับและแปลงข้อความในภาพให้กลายเป็นไฟล์เสียงเพื่อฟังได้อย่างสะดวก

กรณีการใช้งานของเทคโนโลยี OCR

เทคโนโลยี Optical Character Recognition มีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ, ขยายโอกาสในการเข้าถึง, และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล มาดูตัวอย่างการใช้งานเทคโนโลยี OCR ที่สำคัญกัน:

  1. การเปลี่ยนเอกสารเป็นดิจิทัล: เทคโนโลยี OCR ช่วยแปลงเอกสารกระดาษให้เป็นรูปแบบดิจิทัล ทำให้จัดเก็บ ค้นหา และจัดการข้อมูลได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จัดเก็บ
  2. การป้อนข้อมูลอัตโนมัติ: OCR ช่วยดึงข้อความจากเอกสารสแกนและรูปภาพ ทำให้การป้อนข้อมูลรวดเร็วและแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ และเพิ่มประสิทธิภาพในงานที่มีข้อมูลจำนวนมาก
  3. โอกาสในการเข้าถึงสำหรับผู้พิการทางสายตา: ซอฟต์แวร์ OCR สามารถอ่านเนื้อหาสิ่งพิมพ์ออกเสียงด้วยฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียง ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงข้อมูลสำหรับผู้มีปัญหาด้านการมองเห็นอย่างมีนัยสำคัญ
  4. การวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมาย: ในวงการกฎหมาย OCR ใช้ค้นหาและวิเคราะห์เอกสารจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  5. เครื่องมือการศึกษา: OCR ช่วยสร้างสื่อการเรียนรู้ที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยเปลี่ยนตำราเรียนเป็นดิจิทัล พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาข้อความและเสียงอ่าน
  6. การแปลภาษา: เมื่อใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์แปลภาษา OCR บางประเภทสามารถแปลข้อความในสิ่งพิมพ์จากภาษาหนึ่งไปอีกภาษา ทำให้การสื่อสารและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมเป็นเรื่องง่ายขึ้น
  7. ธนาคารและการเงิน: ธนาคารใช้ OCR เพื่อประมวลผลเช็คและเอกสารการเงินต่าง ๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำ ช่วยยกระดับการให้บริการและประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

ข้อดีของการเปลี่ยนภาพเป็นเสียงพูด

แม้ว่าภาพจะเป็นวิธีถ่ายทอดข้อมูลที่สำคัญมาตลอด แต่การเน้นเฉพาะการรับรู้ด้วยสายตาอาจทำให้คนบางกลุ่มเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตา การเปลี่ยนภาพเป็นเสียงพูดจึงช่วยเพิ่มโอกาสด้านการเข้าถึง ความเข้าใจ และการมีปฏิสัมพันธ์ มาดูข้อดีบางส่วนของการแปลงภาพเป็นเสียงพูดกัน:

  1. การเข้าถึง: สำหรับผู้พิการทางสายตา การแปลง ข้อความในภาพเป็นเสียงพูด ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ: การแปลงภาพเป็นเสียงช่วยให้ผู้ใช้รับรู้เนื้อหาได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งอ่าน เหมาะกับการทำหลายอย่างไปพร้อมกัน
  3. สะดวกสบาย: ด้วยเทคโนโลยี OCR ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนหน้าสมุดงานหรือภาพหน้าจอเว็บเพจให้เป็นไฟล์เสียงและฟังได้ทุกที่ทุกเวลา
  4. การเรียนภาษา: การฟังข้อความจากภาพช่วยเพิ่มทักษะการออกเสียงและความเข้าใจสำหรับผู้ที่กำลังเรียนภาษาใหม่
  5. ยืดหยุ่น: ด้วย OCR ผู้ใช้สามารถแปลงภาพได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายเอกสาร ภาพหน้าจอเว็บเพจ หรือแม้แต่โน้ตเขียนมือ
  6. จัดเก็บง่าย: ผู้ใช้สามารถแปลงข้อความในภาพเป็นไฟล์ MP3 ขนาดเล็ก คุณภาพสูง จัดเก็บและแชร์ได้สะดวก
  7. แปลงได้ทันที: การแปลงข้อความเป็นเสียงแบบเรียลไทม์ทำให้ไม่ต้องรอ ฟังได้เลยทันที

วิธีอ่านภาพออกเสียงด้วยเทคโนโลยี OCR ของ Speechify

เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ของ Speechify มอบวิธีที่ลื่นไหลในการแปลงภาพเป็นข้อความเสียง ช่วยให้ผู้ใช้ทุกกลุ่มเข้าถึงเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในภาพได้อย่างง่ายดาย คู่มือทีละขั้นตอนนี้จะแนะนำการใช้งานเทคโนโลยี OCR ของ Speechify เพื่อปลดล็อกเนื้อหาภายในภาพให้เข้าถึงได้กับคนหลากหลายกลุ่ม และช่วยยกระดับประสบการณ์การอ่านโดยรวม:

  1. เปิดแอป Speechify: ดาวน์โหลดแอป Speechify จากสโตร์ (Android/iOS) ติดตั้งส่วนขยาย Chrome หรือเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ Speechify
  2. เลือกภาพ: คลิกอัปโหลดไฟล์และเลือกภาพที่มีข้อความที่ต้องการแปลง หรือจะถ่ายภาพข้อความโดยตรงก็ได้
  3. ตรวจจับข้อความ: เทคโนโลยี OCR ภายในแอปจะประมวลผลภาพ ตรวจจับข้อความ และถอดรหัสข้อความจากภาพ
  4. แปลงข้อความเป็นเสียง: เมื่อสกัดข้อความเรียบร้อย Speechify จะใช้เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงเพื่อเปลี่ยนเนื้อหาที่ตรวจจับได้ให้เป็นเสียงพูด
  5. เล่น: คุณสามารถฟังเสียงได้แบบเรียลไทม์หรือบันทึกเป็นไฟล์ MP3 ไว้ฟังภายหลัง

ทำไมต้องใช้ Speechify?

Speechify เป็นแอป TTS ที่ให้ผู้ใช้อัปโหลดภาพที่มีข้อความ, ไฟล์ HTML, เว็บเพจ, เอกสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย แอปจะช่วยดึงข้อความและแปลงเป็นเสียงพูดที่ฟังง่าย ฟังเป็นธรรมชาติ คล้ายคนอ่านให้คุณฟัง ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพที่มีเวลาจำกัด หรือนักศึกษาที่มีงานล้นมือ ก็สามารถใช้ Speechify ช่วยเบางานได้

ฟีเจอร์อื่น ๆ ของ Speechify

แม้ Speechify จะเป็นที่รู้จักจากเทคโนโลยี OCR ที่ล้ำสมัย แต่ไม่ได้หยุดแค่การเปลี่ยนภาพเป็นเสียง แพลตฟอร์มนี้ยังรวบรวมฟีเจอร์หลากหลายเพื่อยกระดับประสบการณ์การอ่านให้ครอบคลุม ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด ลองดูฟีเจอร์บางส่วนที่ผู้ใช้ Speechify ชื่นชอบ:

  • แปลงข้อความเป็นเสียง (TTS): นอกจากภาพแล้ว Speechify ยังสามารถแปลงข้อความดิจิทัลหรือข้อความจากเอกสารจริง เช่น ไฟล์ TXT เว็บเพจ ข่าว โพสต์โซเชียล ไกด์สรุป อีเมล และอื่น ๆ อีกมากมายให้กลายเป็นประสบการณ์การฟัง
  • การเข้าถึง API: สำหรับนักพัฒนา Speechify มี API ให้เชื่อมต่อใช้งานบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น เว็บเพจ หรือโค้ด Python
  • ซิงค์ไลบรารีอัตโนมัติ: Speechify จะซิงค์ไฟล์เสียงของคุณกับทุกอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณฟังต่อได้ทุกที่แบบไม่สะดุด
  • รองรับหลายภาษา: Speechify มีภาษามากกว่า 20 ภาษาให้เลือก อัปโหลดข้อความภาษาใดก็ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเรียนรู้ภาษาที่สองและอยากได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงเจ้าของภาษามากที่สุด
  • ทดลองใช้ฟรี: หากยังไม่แน่ใจว่า Speechify เหมาะกับคุณหรือไม่ ก็สามารถทดลองใช้งานฟรีเพื่อดูว่าใช่สำหรับคุณหรือเปล่า
  • เสียง AI ที่เป็นธรรมชาติ: Speechify ให้คุณเลือกเสียง AI ได้ตามใจ ยิ่งเสียงฟังดูเหมือนมนุษย์จริงเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องทนฟังเสียงหุ่นยนต์
  • ปรับความเร็วได้: ใน Speechify คุณสามารถปรับความเร็วในการเล่นเสียงได้เอง ถ้าเป็นข้อมูลที่คุณคุ้นอยู่แล้ว ก็เร่งให้เร็วขึ้นเพื่อประหยัดเวลา และโฟกัสกับสิ่งที่ยังไม่รู้ต่อไป

Speechify - เปลี่ยนภาพใด ๆ ให้กลายเป็นเสียงพูด

Speechify กำลังเปลี่ยนวิธีที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาที่เป็นตัวอักษร ด้วยเทคโนโลยี OCR ระดับแถวหน้า Speechify สามารถเปลี่ยนข้อความจากเอกสารจริงหรือภาพถ่ายให้กลายเป็นไฟล์เสียงได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายจากคู่มือเรียน ภาพหน้าจออีเมล หรือภาพจากสไลด์นำเสนอ Speechify ก็ช่วยให้ผู้ใช้ฟังเนื้อหาแทนที่จะต้องอ่านอย่างเดียว ฟีเจอร์นี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้กับผู้พิการทางสายตาเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ผู้เรียนและมืออาชีพที่รับข้อมูลผ่านการฟังได้ดีกว่าอีกด้วย Speechify กำลังลบเส้นแบ่งของข้อจำกัดตัวอักษร ทำให้ข้อมูลเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน ทดลองใช้ Speechify ฟรี วันนี้ แล้วสัมผัสประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าที่เคย

คำถามที่พบบ่อย

จะเปลี่ยนรูปภาพให้เป็นเสียงพูดได้อย่างไร?

ด้วยแอป Speechify คุณสามารถเปลี่ยนรูปภาพให้เป็น เสียง AI ได้ง่าย ๆ โดยใช้เทคโนโลยี OCR ขั้นสูงช่วยแปลงข้อความที่ตรวจจับได้ในภาพให้กลายเป็นเสียงพูดโดยอัตโนมัติ

มีแอปที่เปลี่ยนข้อความเป็นเสียงพูดไหม?

มีแน่นอน Speechify คือแอปที่ช่วยแปลงข้อความเป็นเสียงพูด พร้อมฟีเจอร์มากมายที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและความสะดวกสบายในการใช้งาน

Speech synthesizer คืออะไร?

Speech synthesizer คือระบบคอมพิวเตอร์ที่สร้างเสียงพูดขึ้นโดยการแปลงข้อความที่เขียนให้กลายเป็นสัญญาณเสียง

Speech recognition ต่างจาก text to speech อย่างไร?

Text to speech คือการแปลงข้อความที่เขียนให้ออกมาเป็นเสียงพูด ส่วน speech recognition คือการแปลงเสียงพูดให้กลายเป็นข้อความที่พิมพ์

จะเปลี่ยนภาพเป็นเสียงใน Microsoft ได้อย่างไร?

คุณสามารถเปลี่ยนภาพเป็นเสียงพูดได้ด้วยเครื่องมือ OCR เช่น Tesseract หรือ Speechify โดย Speechify จะมอบเสียงพูดที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดตัวหนึ่งในตลาด

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Tyler Weitzman

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน

ปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักรณรงค์เรื่องดิสเล็กเซียและการเข้าถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Speechify

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน และหัวหน้าฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ของ Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 100,000 รายการ ไวทซ์แมนสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยจบปริญญาตรีคณิตศาสตร์ และปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ สายปัญญาประดิษฐ์ เขาติดโผผู้ประกอบการชั้นนำ 50 คนของนิตยสาร Inc. และถูกพูดถึงในสื่ออย่าง Business Insider, TechCrunch, LifeHacker, CBS และสื่ออื่น ๆ งานวิจัยระดับปริญญาโทของไวทซ์แมนเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์และการแปลงข้อความเป็นเสียง โดยวิทยานิพนธ์ของเขามีชื่อว่า: “CloneBot: Personalized Dialogue-Response Predictions.”

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม