1. หน้าหลัก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงและถอดเสียงสำหรับโรงเรียน

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงและถอดเสียงสำหรับโรงเรียน

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงและ การถอดเสียง อย่าง Speechify กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของห้องเรียนยุคใหม่ ขณะที่โรงเรียนมุ่งสู่การเรียนรู้แบบดิจิทัลและไฮบริด เทคโนโลยีแปลงเสียงเป็นข้อความช่วยให้นักเรียนเขียนได้เร็วขึ้น ลดภาระทางความคิด และเปิดโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ให้ผู้เรียนที่หลากหลายมากขึ้น

ในโรงเรียน การพิมพ์ด้วยเสียง ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดย การแปลงเสียงเป็นข้อความ ผสานเข้ากับกระบวนการเรียนการสอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เฉพาะหรือการตั้งค่าที่ซับซ้อน

ทำไมเครื่องมือถอดเสียงจึงสำคัญสำหรับนักเรียน

ลดความล้าจากการเขียนและเพิ่มประสิทธิภาพ

นักเรียนจำนวนมากคิดได้เร็วกว่าที่พิมพ์ทัน ซึ่งอาจทำให้การเขียนสะดุด โดยเฉพาะกับงานชิ้นยาว การถอดเสียงช่วยให้นักเรียนพูดความคิดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องหยุดมาพิมพ์ทีละคำ ช่วยให้สามารถ ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดความหงุดหงิดซ้ำ ๆ ทำให้คำตอบชัดเจน สมบูรณ์ และทำให้การเขียนเหนื่อยน้อยลง

สนับสนุนนักเรียนที่มีความแตกต่างทางการเรียนรู้

การพิมพ์ด้วยเสียง ตอบโจทย์การปรับการเรียนที่มักใช้กับนักเรียนที่มี ดิสเล็กเซีย, สมาธิสั้น (ADHD), ดิสกราเฟีย หรือปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น หรือการประมวลผล ด้วยการลดภาระการพิมพ์ทั้งทางร่างกายและสมอง การถอดเสียงช่วยให้นักเรียนโฟกัสกับความเข้าใจ เหตุผล และการถ่ายทอดความคิดได้ชัดเจน ทำให้ งานเขียนเชิงวิชาการ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในห้องเรียนดิจิทัล

ช่วยนักเรียนสองภาษาและนักเรียน ESL

นักเรียนที่เรียน ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ได้ประโยชน์จากการถอดเสียง เพราะช่วยลดอุปสรรคเรื่องการสะกดคำ และสนับสนุนให้ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ การพูดความคิดออกมาช่วยฝึกการออกเสียง และทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมกับงานเขียนมากขึ้น หลาย ๆ เครื่องมือถอดเสียง รองรับมากกว่า 60 ภาษา รองรับห้องเรียนที่มีผู้เรียนหลายภาษา ช่วยพัฒนาทั้งทักษะภาษาและความมั่นใจ

ครูใช้พิมพ์ด้วยเสียงและการถอดเสียงอย่างไร

ครูมีภาระงานเอกสารจำนวนมากนอกเหนือจากการสอนในห้องเรียน เครื่องมือถอดเสียง ช่วยลดภาระเหล่านี้โดยให้ครูพูดแทนการพิมพ์ ทำให้งานประจำเสร็จเร็วขึ้นและเก็บพลังไว้ใช้กับการสอน

ตัวอย่างการใช้งานที่พบบ่อย ได้แก่

  • ถอดเสียงแผนการสอนและคำชี้แจง
  • สร้างสรุปเนื้อหาและสื่อการสอนในชั้นเรียน
  • เขียนอีเมล และการสื่อสารด้านงานธุรการ

เมื่อไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ ๆ การพิมพ์ด้วยเสียง ช่วยให้ครูเตรียมการสอนได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่เสียความชัดเจนหรือรายละเอียด

ให้ความคิดเห็นได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การพิมพ์ด้วยเสียง เหมาะมากสำหรับการให้ข้อเสนอแนะ แทนที่จะต้องพิมพ์ความคิดเห็นยาว ๆ บน เรียงความ รายงานวิจัย หรือโปรเจกต์ ครูสามารถถอดเสียงคำตอบได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ให้ข้อเสนอแนะแบบเจาะจงและละเอียดมากขึ้น พร้อมประหยัดเวลาตรวจงาน ครูจำนวนไม่น้อยพบว่าตัวเองให้คำแนะนำได้ลงลึกกว่าเดิมเมื่อถอดเสียงแทนการพิมพ์

ส่งเสริมการเข้าถึงในห้องเรียน

การถอดเสียงสามารถใช้คู่กับเครื่องมือด้านการเข้าถึงอื่น ๆ ได้ เช่น ฟังเสียงอ่าน และเครื่องอ่านข้อความ ครูสามารถสร้างถอดความ สรุปเนื้อหา และสื่อที่รองรับการเข้าถึง เพื่อสนับสนุนนักเรียนตามแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล การถอดเสียง และเครื่องมือถอดคำยังช่วยบันทึกโน้ตจากการอภิปรายในชั้นเรียนหรือการทำงานกลุ่มได้โดยไม่รบกวนกระบวนการเรียนรู้

นักเรียนใช้การถอดเสียงในห้องเรียนอย่างไร

นักเรียนใช้ การพิมพ์ด้วยเสียง ตลอดทั้งวันเพื่อช่วยงานเขียน การจดโน้ต และการอ่านหนังสือ การถอดเสียงช่วยให้ร่างเรียงความ เขียนบันทึกประจำวัน คำตอบสั้น ๆ หรือโน้ตงานวิจัยด้วยการพูด ซึ่งหลายคนรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติกว่าการพิมพ์

สำหรับการจดโน้ต นักเรียนสามารถถอดเสียงระหว่างฟังบรรยาย การอภิปราย หรือช่วงอ่านหนังสือ การพูดโน้ตแทนการพิมพ์ช่วยรักษาสมาธิ ลดสิ่งรบกวน และช่วยจัดระเบียบพร้อมทั้งเพิ่มการจดจำเนื้อหา

การถอดเสียง ยังมีประโยชน์มากกับงานดิจิทัล ห้องเรียนที่ใช้ Google Docs, ไฟล์ PDF, เว็บไซต์ หรือใบงานออนไลน์ การแปลงเสียงเป็นข้อความ ช่วยให้นักเรียนตอบคำถามโดยไม่ต้องพิมพ์ทั้งหมด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็กหรือนักเรียนที่ยังพิมพ์ไม่คล่อง

เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือการเรียน เช่น ตัวช่วยสรุปเนื้อหา ควิซ แฟลชการ์ด และแนวทางการอ่าน การถอดเสียงช่วยให้การทบทวนเนื้อหากลายเป็นการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น นักเรียนสามารถพูดคำถามหรือประเด็นที่อยากทบทวนแล้วแปลงเป็นสื่อสำหรับอ่านซ้ำได้

ประโยชน์ของการพิมพ์ด้วยเสียงและการถอดเสียงในโรงเรียน

การพิมพ์ด้วยเสียง ช่วยเสริมเรื่องการเข้าถึง ทำให้โรงเรียนปฏิบัติตามมาตรฐานดิจิทัล เช่น Web Content Accessibility Guidelines ไปพร้อมกับการรองรับผู้เรียนที่หลากหลายในกระบวนการเดียวกัน

การถอดเสียงยังช่วยเสริมสร้างความเป็นอิสระให้นักเรียน นักเรียนที่มีปัญหาทางกลไกการเขียนจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อถ่ายทอดความคิดได้ชัดเจนผ่านการพูด ส่งผลให้มีส่วนร่วมในห้องเรียนและมีแรงจูงใจมากขึ้น

ทั้งสำหรับนักเรียนและครู การถอดเสียง ช่วยประหยัดเวลาในการเขียน แก้ไข จดโน้ต ให้ข้อเสนอแนะ และเตรียมเอกสาร เมื่อใช้ควบคู่กับเครื่องมือฟังเสียงอ่าน นักเรียนสามารถถอดเสียง ฟังทวน และแก้ไขงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจาก การพิมพ์ด้วยเสียง ใช้งานได้บน Chromebook แท็บเล็ต มือถือ เว็บแอป และคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป จึงรองรับการเรียนรู้แบบผสมผสานและแบบออนไลน์ควบคู่กับห้องเรียนปกติได้เป็นอย่างดี

ข้อจำกัดของเครื่องมือถอดเสียงในโรงเรียน

การถอดเสียง เองก็มีข้อท้าทาย เสียงรบกวนรอบข้าง อาจลดความแม่นยำได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคนพูดพร้อมกัน นักเรียนควรถูกสอนให้พูดช้า ๆ ชัด ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

วิชาที่มีศัพท์เฉพาะอาจต้องตรวจทานและแก้ไขด้วยตนเองเพิ่ม และบางคนอาจรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะพูดเสียงดังในพื้นที่ร่วมกัน ประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ โดยเฉพาะเครื่องรุ่นเก่า ๆ จึงควรกำหนดความยืดหยุ่นและความคาดหวังให้ชัดเจน

Speechify สนับสนุนโรงเรียนอย่างไร

Speechify มีบริการพิมพ์ด้วยเสียงฟรีควบคู่กับ เครื่องมือแปลงข้อความเป็นเสียง ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนและครู นักเรียนใช้ Speechify Voice Typing เพื่อถอดเสียงเรียงความ โน้ต และคำตอบในชั้นเรียน จากนั้นใช้ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Speechify ฟังทวนและตรวจสอบความถูกต้อง

เวิร์กโฟลว์ลักษณะนี้ช่วยให้นักเรียนถ่ายทอดความคิดด้วยเสียง แทนการพิมพ์ ซึ่งยิ่งตอบโจทย์เมื่อมหาวิทยาลัยและโรงเรียนหันมาใช้การเรียนรู้แบบดิจิทัลและไฮบริดมากขึ้น ครูใช้ Speechify ในการถอดเสียงแผนการสอน ให้ข้อเสนอแนะ และสร้างสื่อการสอน พร้อมทั้งสนับสนุนนักเรียนที่มีดิสเล็กเซีย สมาธิสั้น (ADHD) หรือปัญหาการประมวลผล

เพราะ Speechify ใช้งานได้ทั้งบน iOS, Android, Chrome extension, เว็บแอป และ คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป นักเรียนและครูจึงเข้าถึงความช่วยเหลือได้เกือบทุกอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องเรียนสมัยใหม่

คำถามที่พบบ่อย

การพิมพ์ด้วยเสียงมีประโยชน์กับนักเรียนที่พิมพ์ช้าหรือไม่?

มีแน่นอน Speechify Voice Typing ช่วยให้นักเรียนเขียนได้เร็วขึ้น และถ่ายทอดความคิดที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องพึ่งความเร็วในการพิมพ์ ช่วยลดความหงุดหงิดและเพิ่มประสิทธิภาพงานเขียน

การถอดเสียงช่วยนักเรียนที่มีดิสเล็กเซียหรือสมาธิสั้นได้หรือไม่?

ได้แน่นอน Speechify Voice Typing Dictation ช่วยลดภาระทางกลไกของการเขียน ให้นักเรียนโฟกัสกับเนื้อหา การลำดับความคิด และการสื่อสาร แทนการกังวลเรื่องสะกดคำหรือพิมพ์ให้ถูกต้อง

ครูใช้เครื่องมือถอดเสียงด้วยหรือไม่?

ใช้แล้ว ครูจำนวนมากใช้ Speechify เพื่อถอดเสียงแผนการสอน ความคิดเห็นการประเมิน เอกสาร และอีเมล เพื่อประหยัดเวลาแต่ยังสื่อสารได้อย่างครบถ้วนและละเอียด

การพิมพ์ด้วยเสียงใช้ได้ในห้องเรียนที่เสียงดังหรือไม่?

เครื่องมือถอดเสียง จะทำงานได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเงียบ แต่ปัจจุบัน AI ช่วยจัดการเสียงรบกวนและเพิ่มความแม่นยำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เครื่องมือถอดเสียงใช้ในการสอบได้ไหม?

ในหลายกรณี โรงเรียนอนุญาตให้ใช้ การถอดเสียง เป็นส่วนหนึ่งของการปรับข้อสอบ ตามนโยบายและแนวปฏิบัติของแต่ละสถานศึกษา

นักเรียน ESL ได้ประโยชน์จากการรู้จำเสียงพูดหรือไม่?

ได้อย่างแน่นอน Speechify ช่วยสนับสนุนการเรียนภาษาโดยช่วยฝึกการออกเสียง ลดอุปสรรคด้านการสะกดคำ และฝึกการเขียนในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม