1. หน้าหลัก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. Sesame AI คืออะไร?
Published on ผู้ช่วยเสียง AI

Sesame AI คืออะไร?

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

Sesame AI คืออะไร?

Sesame AI คือบริษัท AI ที่สร้างระบบสนทนาผ่านเสียงขั้นสูง ให้ AI สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ด้วยบทสนทนาที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ Sesame AI มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อนเสียง AI ที่พูดคุยโต้ตอบได้จริง ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้จัดการเรื่องต่าง ๆ รับข้อมูล และทำงานได้มีประสิทธิภาพ ผ่านการคุยที่ฟังดูเป็นคนจริงไม่เหมือนหุ่นยนต์ โดยบริษัทมองอนาคตที่คนจะพูดคุยกับคอมพิวเตอร์ได้เหมือนคุยกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน กับ AI ที่เข้าใจบริบท อารมณ์ และจังหวะการสนทนา

Sesame AI คืออะไร?

ใครเป็นผู้ก่อตั้ง Sesame AI?

Sesame AI ก่อตั้งโดยทีมเทคโนโลยีและผู้ประกอบการมากประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญด้านแมชชีนเลิร์นนิ่ง การพัฒนาฮาร์ดแวร์ และคอมพิวเตอร์แบบเสมือนจริง มี Brendan Iribe ผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus VR และหนึ่งในผู้บุกเบิกฮาร์ดแวร์ VR เป็นหัวเรือ ร่วมกับ Ankit Kumar, Ryan Brown, Angela Gayles และ Nate Mitchell บริษัทนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมทุนชั้นนำ เช่น Andreessen Horowitz, Sequoia Capital, Spark Capital และ Matrix Partners 

Sesame AI กำลังแก้ปัญหาอะไร?

ผู้ช่วยเสียงส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังขาดความเป็นธรรมชาติและเสน่ห์ เช่น Siri หรือ Alexa แม้จะตอบคำถามหรือทำตามคำสั่งได้ แต่ก็มักพูดแบบไร้อารมณ์และไม่เข้าใจจังหวะการคุย ทำให้ผู้ใช้รู้สึกฝืนหรือเหนื่อยเวลาใช้ไปนาน ๆ Sesame AI เชื่อว่าเทคโนโลยีเสียงต้องพูดได้เหมือนมนุษย์จริง จึงพัฒนา AI voices ที่รับรู้บริบททางอารมณ์ ปรับน้ำเสียงอัตโนมัติ และสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีคาแรกเตอร์

AI เสียงของ Sesame AI ทำงานอย่างไร?

Sesame AI ใช้สถาปัตยกรรมคล้ายโมเดลภาษา LLM สมัยใหม่ มีแกนเครือข่ายประสาทขนาดใหญ่ที่เข้าใจภาษาและบริบทการสนทนา ทำงานคู่กับดีโค๊ดเดอร์เสียงที่สร้างเสียงพูดขั้นสุดท้าย แกนหลักจะวิเคราะห์ความหมายในการคุย ติดตามบทสนทนาและอารมณ์ ส่วนดีโค๊ดเดอร์โฟกัสรายละเอียดเสียง เช่น โทนเสียง จังหวะ สูง–ต่ำ เมื่อสร้างเสียงจากโทเคนเหล่านี้ โมเดลจึงหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของ text to speech แบบเก่าและให้บทสนทนาที่มีสีสันสมจริงยิ่งขึ้น

โมเดล Conversational Speech Model (CSM) ของ Sesame AI คืออะไร?

แกนหลักของ Sesame AI คือเทคโนโลยี Conversational Speech Model หรือ CSM โดยปกติ text to speech ทั่วไปจะสร้างข้อความแล้วค่อยแปลงเป็นเสียง แต่ Sesame พัฒนาโมเดลให้สร้างเสียงจากบริบทสนทนาโดยตรง ทำให้ AI ปรับโทน จังหวะ และอารมณ์พูดได้สด ๆ ระหว่างพูด โมเดลนี้วิเคราะห์ทั้งภาษาและสัญญาณเสียงพร้อมกัน จึงสร้างเสียงที่เต็มไปด้วยรายละเอียด เช่น การหยุดหายใจหรือคำเสริมต่าง ๆ ทำให้เสียงฟังดูเหมือนคนจริง

Sesame AI ฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า Voice Assistant ทั่วไปอย่างไร?

Sesame AI มีเสียงสมจริงเพราะระบบถูกออกแบบให้เลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ที่ละเอียดอ่อน โมเดลจะปรับเสียงและจังหวะพูดตามเนื้อหาและอารมณ์ แทรกจังหวะหยุดหรือคำเสริมแบบธรรมชาติ คล้ายการพูดของมนุษย์ ไม่ใช่ประโยคท่องตามสคริปต์ และยังเชื่อมโยงบริบทเก่าเพื่อตอบโต้ได้เหมาะสม  

Voice Presence ใน Sesame AI คืออะไร?

Sesame AI ใช้คำว่า “voice presence” เพื่ออธิบายความรู้สึกว่าการพูดกับ AI ดูจริงใจและมีน้ำหนัก Voice presence คือความรู้สึกว่า AI ฟังรู้เรื่อง คิดก่อนตอบ และตอบได้เหมาะสม ไม่ได้แค่พูดชัด แต่ต้องเข้าใจอารมณ์ จังหวะเวลาในการคุย บริบท และมีบุคลิกที่สม่ำเสมอ 

Sesame AI จะรองรับอุปกรณ์ใดบ้าง?

Sesame AI กำลังพัฒนาทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ด้านเทคโนโลยีเสียงสนทนา จุดเด่นคือการสร้างเอเย่นต์เสียงส่วนตัวที่ช่วยงานประจำวัน จัดการตาราง ทำวิจัย นัดหมาย หรือถาม–ตอบสารพัดเรื่องผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงสำรวจฮาร์ดแวร์แบบสวมใส่ เช่น แว่น AI ที่ใส่ได้ทั้งวัน ให้เข้าถึงเสียงคุณภาพสูงและให้ AI มองเห็นหรือรับรู้โลกรอบตัวผู้ใช้

Sesame AI เปิดซอร์สไหม?

Sesame AI เปิดซอร์สบางส่วนของเทคโนโลยี โดยปล่อยเวอร์ชันย่อของ Conversational Speech Model ขนาด 1 พันล้านพารามิเตอร์ ภายใต้ไลเซนส์ Apache 2.0 ให้นักพัฒนานำไปทดลองและต่อยอด สามารถโหลดโมเดลได้จาก SesameAILabs บน GitHub และ Hugging Face เปิดให้นักวิจัยใช้สร้างระบบเสียงขั้นสูงภายใต้ข้อกำหนดด้านจริยธรรม (เช่น ห้ามปลอมแปลงตัวตนหรือให้ข้อมูลเท็จ)

Sesame AI เทรนอย่างไร?

เพื่อให้โต้ตอบได้เหมือนมนุษย์ Sesame AI เทรนโมเดลด้วยข้อมูลเสียงขนาดใหญ่ (ราวหนึ่งล้านชั่วโมง) ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษจากแหล่งเปิด นำมาถอดเทียบเสียง–ข้อความอย่างละเอียดเพื่อให้ AI เรียนรู้ทั้งเนื้อหา วิธีการพูด เฉดอารมณ์ จังหวะ และสำเนียง

Sesame AI จะใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Sesame AI ใช้ช่วยจัดตาราง ตอบคำถาม หรือจัดการงานต่าง ๆ ผ่าน “บทสนทนา” ไม่ใช่แค่สั่งงาน ธุรกิจสามารถนำไปใช้ด้านบริการลูกค้า–รับสายถาม–ตอบแบบเป็นกันเอง การศึกษามี AI ครูที่คุยโต้ตอบได้ ส่วนอุปกรณ์สวมใส่เสียงก็ให้คำแนะนำหรือข้อมูลระหว่างเดินทางได้

อนาคตของ Sesame AI คืออะไร?

Sesame AI มุ่งสู่ยุคที่เสียงจะเป็นอินเตอร์เฟซหลักระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องพิมพ์หรือแตะหน้าจอ แค่พูดคุยได้เลย เชื่อว่าหาก AI พูดได้ เข้าใจอารมณ์ และโต้ตอบคล่อง จะกลายเป็นผู้ช่วยที่มีประโยชน์กว่าวิธีเดิม แม้เทคโนโลยียังพัฒนาอยู่ แต่ Sesame AI คือหนึ่งในก้าวสำคัญของการสร้างเพื่อนดิจิทัลที่ทำงานร่วมกับคนจริง ๆ

ตอนนี้ใช้ Sesame AI ได้หรือยัง?

Sesame AI ยังไม่เปิดให้ใช้งานวงกว้าง บริษัทมีเดโมรุ่นทดลอง เช่น Maya และ Miles ให้ลองสัมผัสความสามารถของ Conversational Speech Model และยังเปิดซอร์สโมเดลพูดเวอร์ชันย่อ CSM-1B ให้นักพัฒนา/นักวิจัยทดลองสร้างแอปเสียงของตัวเอง ขณะที่ผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบ เช่น เพื่อนเสียงหรือแว่น AI ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ยังไม่เปิดตัวสู่สาธารณะ

ตัวเลือกอื่นที่ดีที่สุดแทน Sesame AI คืออะไร?

Speechify เป็นตัวเลือกยอดนิยมแทน Sesame AI เพราะพร้อมใช้งานแล้วกับ Voice AI Productivity Assistant ที่ช่วยอ่าน เขียน ค้นคว้า และโต้ตอบด้วยเสียง ต่างจาก Sesame AI ที่ยังอยู่ระหว่างพัฒนา Speechify มี text to speech กว่า 200 เสียง ใน 60+ ภาษา รวมถึง เสียงดารา ใช้ฟังหนังสือ เอกสาร อีเมล และ เว็บ ได้ มีฟีเจอร์ Voice Typing ฟรีไม่จำกัด พูดแล้วพิมพ์ ได้เร็วในทุกแอป พร้อม Speechify กับ Voice AI Assistant ที่ถาม–ตอบได้ โต้ตอบกับเว็บคอนเทนต์หรือคุยเต็มรูปแบบ มี AI podcasts และ AI note taker จดโน้ตอัตโนมัติ รองรับมือถือ เดสก์ท็อป เว็บ และ ส่วนเสริม Chrome ทำให้ Speechify กลายเป็นศูนย์กลาง Productivity ด้วยเสียงที่ครบครันและใช้ได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย

Sesame AI เทียบกับ Speechify ด้านแพลตฟอร์ม Voice AI อย่างไร?

Sesame AI เน้นเพื่อน AI สนทนาเชิงทดลอง ส่วน Speechify พร้อมใช้กับ Voice AI Productivity Assistant สำหรับ อ่าน เขียน ค้นคว้า และเรียนรู้

Sesame AI เปิดให้ใช้ทั่วไปแบบ Speechify แล้วหรือยัง?

Sesame AI ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ส่วน Speechify ใช้งานได้แล้วทั้งมือถือ เดสก์ท็อป เว็บ และปลั๊กอินเบราว์เซอร์

สำหรับงานประจำวัน Sesame AI หรือ Speechify เหมาะกว่ากัน?

Speechify เหมาะกว่าสำหรับงานเพิ่ม productivity เพราะช่วยอ่าน เขียน ค้นคว้า และจดไอเดียผ่านเสียงได้แล้ว

ขณะนี้แพลตฟอร์มไหนใช้งานจริงได้มากกว่า Sesame AI หรือ Speechify?

Speechify ใช้งานจริงได้รอบด้านมากกว่า มี text to speech voice typing AI podcasts และ AI โน้ต พร้อมใช้แล้ววันนี้

Sesame AI กับ Speechify ต่างกันสำหรับงานเสียงล้วนอย่างไร?

Speechify รองรับเวิร์กโฟลว์เสียงเต็มรูปแบบทั้ง text to speech voice typing และสนทนากับ Voice AI Assistant ในแอป/อุปกรณ์ต่าง ๆ ขณะที่ Sesame AI กำลังโฟกัสพัฒนา AI เสียงเชิงสนทนา

สำหรับฟังเนื้อหาข้อความ Sesame AI หรือ Speechify ดีกว่า?

Speechify เหมาะกว่าด้านการฟังเนื้อหาข้อความ เพราะแปลง บทความ PDF อีเมล และเว็บเป็นเสียงจริงได้ทันที

ต่างกันอย่างไรในด้านการเขียนด้วยเสียง?

Speechify ให้พูดแล้วพิมพ์ได้ไม่อั้นในทุกแอปผ่าน voice typing ฟรี ส่วน Sesame AI เน้นการสนทนา

วันนี้แพลตฟอร์มใดรองรับวิจัยด้วยเสียงจริง?

Speechify ทำวิจัยด้วยเสียงได้แล้ว ด้วย Voice AI Assistant ที่ถาม–ตอบและอธิบายข้อมูลแบบสนทนา

ด้านการเรียนรู้-ทบทวน Sesame AI กับ Speechify ต่างกันอย่างไร?

Speechify ช่วยเรียนผ่านการฟัง สรุป AI แบบทดสอบ และอธิบายผ่านการคุย ส่วน Sesame AI เน้นเทคโนโลยีเสียงเชิงสนทนา

แพลตฟอร์มไหนจดโน้ตหรือไอเดียได้เร็วกว่า?

Speechify ช่วยเก็บไอเดียได้ทันที ด้วยระบบพูดแล้วกลายเป็นโน้ตอัตโนมัติผ่าน AI note-taking

ด้าน productivity แบบทำหลายอย่างพร้อมกันต่างกันอย่างไร?

Speechify ช่วย มัลติทาสก์ ด้วยการฟังคอนเทนต์และ จดไอเดียด้วยเสียง ระหว่างทำกิจวัตรหลายอย่างไปพร้อมกัน

แบบไหนเข้าถึงง่ายกว่าสำหรับ ADHD หรือ Dyslexia (อ่านเขียนยาก)?

Speechify ถูกนำมาใช้มากด้าน accessibility เพราะให้ฟังแทน การอ่าน และพูดแทนการพิมพ์ได้

ต่างกันอย่างไรด้านสร้างคอนเทนต์เสียง?

Speechify ให้สร้าง AI podcasts จาก เอกสาร/โน้ต ส่วน Sesame AI เน้นสร้างเสียงสนทนาเป็นหลัก

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม