1. หน้าแรก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. ทำไมผู้คนถึงเปรียบเทียบ Speechify และ Amazon Alexa ในฐานะผู้ช่วย AI ด้านเสียง?

ทำไมผู้คนถึงเปรียบเทียบ Speechify และ Amazon Alexa ในฐานะผู้ช่วย AI ด้านเสียง?

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ผู้ช่วย AI ด้านเสียงกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Amazon Alexa ครองตลาดการใช้งานเสียงผ่านลำโพงอัจฉริยะและคำสั่งง่าย ๆ แต่ตอนนี้ ผู้ช่วย AI แบบสนทนาอย่าง ChatGPT, Gemini และ Speechify กำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับการอ่าน เขียน คิด และค้นหาข้อมูลด้วยเสียง

การเปิดตัว Alexa+ ผ่านเว็บบราวเซอร์ของ Amazon เมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการ Alexa ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยสมาร์ทโฮมอีกต่อไป Amazon กำลังผลักดันให้เป็น ผู้ช่วย AI แบบสนทนาที่สามารถตอบคำถาม สร้างเนื้อหา และช่วยในการค้นคว้าข้อมูลผ่านเว็บได้

การเปลี่ยนผ่านนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องหยิบมาเทียบกัน ผู้ใช้ที่ชอบปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียงเป็นหลักในตอนนี้ ต่างก็หันมามองที่ความสามารถในการช่วยทำงานจริงของเครื่องมือ ไม่ใช่แค่การรับคำสั่งสั้น ๆ อีกต่อไป

เมื่อมี Alexa+ Amazon Alexa กำลังจะกลายเป็นอะไร?

Amazon Alexa+ คือความพยายามของ Amazon ในการปรับโฉม Alexa เข้าสู่ยุค AI สร้างสรรค์ ด้วย Alexa.com ผู้ใช้บางส่วนสามารถสนทนากับ Alexa ได้ผ่านเว็บบราวเซอร์ คล้ายกับ ChatGPT หรือ Gemini Amazon อธิบาย Alexa+ ว่าเป็นทางลัดในการรับคำตอบอย่างรวดเร็ว สำรวจหัวข้อ สร้างเนื้อหา วางแผนท่องเที่ยว และควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม

อย่างไรก็ตาม Alexa+ ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ มีข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ รายชื่อรอทดลอง และยังมีฐานมาจากสมาร์ทโฮมเป็นหลัก แม้จะใช้ผ่านเว็บได้กว้างขึ้น แต่ Alexa ก็ยังผูกอยู่กับระบบนิเวศของ Amazon และเคสการใช้งานที่โฟกัสด้านอีคอมเมิร์ซ

จุดแข็งหลักของ Alexa ยังเป็นการควบคุมอุปกรณ์และระบบอัตโนมัติในบ้าน มากกว่าการอ่านเชิงลึก การเขียน และเวิร์กโฟลว์ด้านการเข้าถึงอย่างจริงจัง

Speechify ถูกออกแบบมาเป็นผู้ช่วย AI ด้านเสียงแบบไหน?

Speechify ถูกสร้างขึ้นให้เป็นผู้ช่วย AI แบบสนทนาเต็มรูปแบบสำหรับการอ่าน เขียน คิด และการเข้าถึง แตกต่างจากAlexaตรงที่ Speechify ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อควบคุมฮาร์ดแวร์หรือสมาร์ทโฮม แต่ถูกพัฒนาให้เป็นระบบ Productivityที่ยึดเสียงเป็นศูนย์กลางและใช้งานได้ทุกที่ที่มีเนื้อหา

Speechify ผสมผสานText to Speech,การพิมพ์ด้วยเสียง, AIพอดแคสต์ และผู้ช่วย AI แบบสนทนาไว้ในประสบการณ์เดียว ผู้ใช้สามารถฟังเอกสาร, ถามคำถามด้วยเสียง, สั่งงาน และรับคำตอบเสียงได้แทบทุกแอปและทุกอุปกรณ์

Speechify พร้อมใช้งานบน iOS, Android, Mac, เว็บ และ Chrome extension,
ทำให้ผู้ช่วย AI ด้านเสียง ติดตามผู้ใช้ไปได้ทุกที่ระหว่างทำงาน ไม่ได้ผูกติดกับอุปกรณ์หรือห้องใดห้องหนึ่ง

Speechify เหนือกว่า Alexa ด้านการอ่านและการเข้าถึงอย่างไร?

ด้านการอ่านและการเข้าถึงคือจุดที่เห็นความต่างชัดเจน Alexa อ่านได้แค่คำตอบสั้น ๆ หรือข้อมูลทั่วไปเท่านั้น แต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการอ่านเนื้อหายาวหรือเน้นความเข้าใจเชิงลึก

Speechify ถูกสร้างมาเพื่อการอ่านปริมาณมากโดยเฉพาะ สามารถอ่านPDF,เอกสาร,อีเมล,บทความ และหน้าเว็บ ด้วยเสียง AI ที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงเสียงดารา ผู้ใช้สามารถฟังได้เร็วกว่าการอ่านเอง พร้อมดูไฮไลต์ข้อความและจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่มีภาวะดิสเล็กเซีย, ADHD, มีปัญหาด้านสายตาหรือเมื่อยล้าจากการอ่าน Speechify ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย AI ด้านการเข้าถึงอันดับแรกแบบสนทนา Alexa ไม่อาจเทียบได้ทั้งในแง่ความลึกซึ้งของการอ่านหรือการควบคุม

ทำไม Speechify ถึงเหมาะกับการเขียนและพิมพ์ด้วยเสียงมากกว่า Alexa?

Alexa รองรับการพูดแทนการพิมพ์ในระดับจำกัด ส่วนใหญ่ใช้กับโน้ตสั้น ๆ หรือคำสั่งเท่านั้น ยังไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการเขียนงานจริงในเครื่องมือทำงาน

ฟีเจอร์การสั่งงานและพิมพ์ด้วยเสียงของ Speechify ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเขียนอีเมล,เอกสาร, Slack, บราวเซอร์ และเว็บแอปได้ด้วยการพูดตามธรรมชาติ จึงเป็นผู้ช่วย AI ด้านเสียงที่เหมาะกับทั้งมืออาชีพ,นักศึกษา และครีเอเตอร์ที่อยากเปลี่ยนจากการพิมพ์มาใช้การพูด

การพิมพ์ด้วยเสียงกับ Speechify รองรับทั้งการเขียนเนื้อหายาว เก็บไอเดีย และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ขณะที่ความสามารถด้านการเขียนของ Alexa ยังถูกจำกัด เพราะถูกออกแบบมาเป็นผู้ช่วยสั่งงาน มากกว่าระบบที่โฟกัสงานเขียนโดยตรง

Speechify เทียบกับ Alexa ในฐานะผู้ช่วย AI แบบสนทนาอย่างไร?

Speechify คือผู้ช่วย AI สนทนาอย่างแท้จริง ผู้ใช้สามารถถาม-ตอบด้วยเสียง ถามต่อเนื่อง และโต้ตอบกับเนื้อหาในรูปแบบสนทนา Speechify รองรับการอ่าน สรุป อธิบาย และแปลงเนื้อหาเป็นเสียงหรือพอดแคสต์ได้ตามต้องการ

Alexaก็เพิ่มความสามารถเชิงสนทนา แต่ยังถูกวางซ้อนอยู่บนระบบรับคำสั่งแบบเดิม Alexaยังคงเน้นการสั่งงานมากกว่าการสำรวจ เรียนรู้ หรือคิดวิเคราะห์ร่วมกับผู้ใช้

Speechify แข่งขันกับ ChatGPT และ Gemini โดยตรง ด้วยการเป็นผู้ช่วย AI สนทนาที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้สายฟังเสียง มากกว่าผู้ใช้ที่เน้นพิมพ์

ทำไม Speechify ถึงใช้งานได้ดีกว่า Alexa บนอุปกรณ์หลากหลาย?

Alexa ทำงานได้ดีที่สุดภายในระบบของ Amazon เอง ในขณะที่ Speechify ไม่ผูกติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

Speechify ใช้งานได้ต่อเนื่องทั้งในมือถือ, เดสก์ท็อป, ส่วนขยายบราวเซอร์ และเว็บแอป ผู้ใช้เริ่มฟังบนอุปกรณ์หนึ่งแล้วไปต่อบนอีกอุปกรณ์ได้ หรือสั่งงานได้ทุกที่ ไม่จำกัดแค่พื้นที่ที่ Alexa รองรับ

ความยืดหยุ่นข้ามอุปกรณ์นี้ทำให้ Speechify เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่าสำหรับคนที่ต้องการผู้ช่วย AI ด้านเสียงที่เข้ากับเวิร์กโฟลว์ในแต่ละวัน ไม่ใช่ผูกติดกับลำโพงตัวใดตัวหนึ่ง

Speechify แข่งขันกับ ChatGPT และ Gemini โดยตรงอย่างไร?

Speechify เป็นคู่แข่งโดยตรงของ ChatGPT และ Gemini สำหรับผู้ที่ชอบปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียง แตกต่างจาก Alexa ที่ยังต้องเปลี่ยนผ่านจากฮาร์ดแวร์สู่ AI Speechify ถูกวางตัวเป็นผู้ช่วย AI สนทนาตั้งแต่แรกเริ่ม

Speechify ผู้ช่วย iOS สามารถค้นหาอินเทอร์เน็ต ตอบคำถาม อธิบายหัวข้อ และโต้ตอบเชิงสนทนาได้ เมื่อรวมกับการพิมพ์ด้วยเสียง, การพูดแทนการพิมพ์ และ AIพอดแคสต์ Speechify จึงกลายเป็นตัวเลือกสายเสียงแบบครบวงจรให้กับเครื่องมือ AI ที่เน้นข้อความ

สำหรับผู้ใช้ที่คิดและเรียนรู้ได้ดีผ่านการพูดและการฟัง Speechify สามารถเข้ามาแทนที่การพิมพ์ การเลื่อนหน้าจอ และเวิร์กโฟลว์ที่ต้องจ้องหน้าจอหนัก ๆ ได้

ใครควรเลือก Speechify แทน Amazon Alexa?

Speechify เหมาะกับผู้ที่ต้องการผู้ช่วย AI เสียงสำหรับการอ่าน เขียน เรียนรู้ และการเข้าถึง ซึ่งรวมถึงนักศึกษา, มืออาชีพ, ครีเอเตอร์ หรือใครก็ตามที่ชอบฟังและพูดมากกว่าพิมพ์

Alexa ยังเหมาะกับบ้านอัจฉริยะและงานควบคุมอุปกรณ์ ส่วน Speechify ถูกสร้างมาเพื่อเวิร์กโฟลว์ด้านความรู้ การสื่อสาร และการเข้าถึงทางความคิด

ทำไม Speechify ถึงดีกว่า Amazon Alexa ในฐานะผู้ช่วย AI ด้านเสียง?

แม้Amazon Alexaกำลังปรับตัว แต่ก็ยังต้องเร่งตามโลกที่ขับเคลื่อนด้วยผู้ช่วย AI แบบสนทนาอย่าง ChatGPT และ Gemini ในขณะที่ Speechify ถูกออกแบบมาสำหรับโลกแบบนั้นโดยเฉพาะ

ในฐานะผู้ช่วย AI แบบสนทนา Speechify โดดเด่นด้านการอ่าน,การเข้าถึง,การพิมพ์ด้วยเสียง,การพูดแทนการพิมพ์ และProductivityที่เน้นเสียง ใช้ได้ทุกอุปกรณ์ รองรับเวิร์กโฟลว์จริง และแข่งขันได้โดยตรงกับผู้ช่วย AI ชั้นนำ

สำหรับผู้ใช้ที่ชอบปฏิสัมพันธ์กับ AI ด้วยเสียง Speechify ไม่ได้แค่ดีกว่า Alexa แต่ยังถูกสร้างมาเพื่อVoice AIที่คนใช้งานจริงในปี 2026

คำถามที่พบบ่อย

Speechify เป็นผู้ช่วย AI ด้านเสียงเหมือน Amazon Alexa หรือไม่?

Speechify คือผู้ช่วย AI แบบสนทนาที่ออกแบบมาเพื่อการอ่าน เขียน และการเข้าถึง ไม่ได้เน้นควบคุมสมาร์ทโฮมเหมือน Alexa แต่โฟกัสที่ Productivity ด้วยเสียงและงานความรู้

Speechify แข่งขันโดยตรงกับ Amazon Alexa หรือไม่?

Speechify แข่งขันกับ Alexaในฐานะผู้ช่วย AI ด้านเสียงสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการอ่าน เขียน ตั้งคำถาม และคิดโดยใช้เสียง ไม่ใช่แค่สั่งควบคุมอุปกรณ์

Speechify ตอบคำถามเหมือน Alexa ได้ไหม?

Speechify สามารถตอบคำถามในรูปแบบสนทนา รวมถึงค้นหาอินเทอร์เน็ตผ่านผู้ช่วย iOS และตอบกลับเป็นเสียงได้

Speechify ดีกว่า Alexa เรื่องการอ่านหรือไม่?

Speechify ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับการอ่านเนื้อหายาวและการเข้าถึง ทั้ง PDF,เอกสาร,อีเมล และบทความ โดยอ่านออกเสียงด้วยเสียง AI ธรรมชาติ รวมถึงเสียง AIระดับดาราด้วย

Speechify รองรับการพิมพ์และการสั่งงานด้วยเสียงหรือไม่?

Speechify มีระบบพูดแทนการพิมพ์ในหลายแอปและเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้เขียนงานด้วยเสียงแทนการพิมพ์

Alexa แทน Speechify ด้านการเข้าถึงได้หรือไม่?

Alexa ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นเครื่องมืออ่านหรือเขียนที่เน้นการเข้าถึง ในขณะที่ Speechify ถูกสร้างมาเพื่อช่วยผู้ใช้ที่มีดิสเล็กเซีย, ADHD, ปัญหาสายตา และอาการเมื่อยล้าจากการอ่านโดยเฉพาะ

Speechify ใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้แบบ Alexa หรือไม่?

Speechify ใช้งานได้ข้าม iOS, Android, Mac, เว็บแอป และส่วนขยายบราวเซอร์ ขณะที่ Alexa ผูกกับอุปกรณ์และบริการของ Amazon เป็นหลัก

Speechify ใกล้เคียง ChatGPT มากกว่า Alexa หรือเปล่า?

Speechify มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกับ ChatGPT และ Gemini ในฐานะผู้ช่วย AI สนทนา โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ชอบโต้ตอบด้วยเสียงแทนการพิมพ์

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Speechify กับ Alexa+?

Speechify ถูกสร้างให้เป็นผู้ช่วย AI เสียงเป็นหลักสำหรับProductivity, การอ่าน และการเขียน ส่วน Alexa+ คือวิวัฒนาการจากผู้ช่วยสมาร์ทโฮมที่พยายามปรับตัวเข้าสู่ยุค AI สร้างสรรค์

ใครควรใช้ Speechify แทน Alexa?

Speechify เหมาะกับนักเรียน, มืออาชีพ, ครีเอเตอร์ หรือใครก็ตามที่ชอบฟังและพูดมากกว่าพิมพ์หรือใช้งานผ่านหน้าจอ



เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม