ฉันเป็นคนชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง หนึ่งในเครื่องมือที่เปลี่ยนชีวิตฉันไปมากก็คือแอป Speechify iOS ไม่ว่าจะใช้งานบนiPhone, iPad หรืออุปกรณ์ Apple อื่น ๆ Speechify ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของฉันแบบขาดไม่ได้ นี่คือวิธีที่ฉันใช้แอป แปลงข้อความเป็นเสียงพูด (TTS) ตัวนี้ให้ชีวิตง่ายขึ้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
เริ่มต้นใช้งาน Speechify
ตอนที่ได้ยินเกี่ยวกับ Speechify ครั้งแรก ฉันสนใจศักยภาพของมันในการแปลงข้อความเป็นเสียงคุณภาพสูงมาก ในฐานะคนที่ชอบทำหลายอย่างพร้อมกัน ฉันเห็นเลยว่าการฟังเอกสาร เว็บไซต์ หรือแม้แต่หนังสือต่าง ๆ แทนการอ่านนั้นตอบโจทย์มาก ๆ ก็เลยดาวน์โหลดแอป Speechify จาก App Store มาลงบน iPhone ของฉันทันที
ตั้งค่า Speechify
การตั้งค่า Speechify นั้นง่ายสุด ๆ หลังจากดาวน์โหลดแอปแล้ว ฉันก็ทำตามบทเรียนสั้น ๆ ที่ช่วยแนะนำวิธีใช้ฟังก์ชันพื้นฐานต่าง ๆ จากนั้นเชื่อมบัญชี iCloud เพื่อให้ค่าตั้งค่าและเอกสารของฉันซิงก์ข้ามอุปกรณ์ iOS ได้แบบอัตโนมัติ นอกจากนี้แอปยังทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Apple อื่นอย่าง Apple Watch ได้อย่างลื่นไหล เพิ่มความสะดวกเข้าไปอีกขั้น
สำรวจฟีเจอร์ของ Speechify
สิ่งแรก ๆ ที่ฉันทำคือเข้าไปลองเล่นกับ เสียง AI แปลงข้อความเป็นเสียงพูด หลากหลายแบบที่มีให้เลือก Speechify มีเสียงพูด AI ธรรมชาติให้เลือกเพียบ AI voices รวมถึงเสียงคนดังอย่าง Snoop Dogg ที่ทำให้การฟังสนุกขึ้นอีกเยอะ ตัวเลือกปรับแต่งเสียง AI voice ก็ช่วยให้ฉันเลือก แปลงข้อความเป็นเสียงพูด AI voices ที่ถูกใจได้ตามสไตล์ตัวเอง
ใช้ Speechify เพื่ออ่านและฟัง
ยกระดับประสบการณ์การอ่านของฉัน
ฉันใช้ Speechify เป็นหลักในการฟังหนังสือเสียงและเอกสารต่าง ๆ ความสามารถในการปรับความเร็วเสียงอ่านถือว่าเปลี่ยนเกมไปเลย โดยเฉพาะเวลาต้องอ่านเนื้อหาปริมาณมากให้จบอย่างรวดเร็ว ฟีเจอร์ AI แปลงข้อความเป็นเสียงพูด ของแอปช่วยให้เสียงพูดฟังเป็นธรรมชาติและน่าฟัง เหมาะกับการเปิดฟังยาว ๆ ต่อเนื่อง
จัดการภาระงานของฉัน
Speechify ช่วยจัดการภาระงานของฉันได้ดีมาก ฉันมักจะแปลง PDF เอกสาร และอีเมลให้กลายเป็นไฟล์เสียงไว้ฟังระหว่างเดินทาง ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์สุด ๆ โดยเฉพาะตอนอยู่บนรถหรือออกกำลังกาย แอปรองรับไฟล์ได้หลายรูปแบบและเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าง Google Docs และ Safari ได้อย่างยืดหยุ่น
การเข้าถึงและความครอบคลุม
ในฐานะคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการเข้าถึง ฉันประทับใจมากที่ Speechify ออกแบบมาให้รองรับผู้ใช้งานที่มีความบกพร่องทางร่างกาย แอปนี้ถือเป็นเครื่องมือชั้นเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีภาวะดิสเล็กเซีย สมาธิสั้น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านอื่น ๆ เพราะช่วยให้การอ่านเข้าถึงง่ายและสนุกขึ้น เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียม
ใช้งาน Speechify ข้ามอุปกรณ์
iOS และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
แม้ว่าฉันจะใช้ Speechify บน iPhone และ iPad เป็นหลัก แต่ก็ชอบมากที่แอปรองรับทั้ง Android และ Mac ด้วย ทำให้ฉันใช้ Speechify ได้ทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ส่วนส่วนขยาย Chrome ก็ช่วยให้แปลงหน้าเว็บเป็นเสียงพูดได้ง่ายแค่ไม่กี่คลิก
เชื่อมต่อกับแอปอื่น
การเชื่อมต่อของ Speechify กับแอปอื่น ๆ ช่วยต่อยอดประสิทธิภาพการใช้งานของแอปได้มาก ตัวอย่างเช่น ฉันมักใช้ร่วมกับ Safari เพื่อฟังบทความหรือเอกสารงานวิจัยยาว ๆ นอกจากนี้ ความสามารถในการใช้งานร่วมกับ Siri ก็ยิ่งทำให้สะดวกเข้าไปอีก สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อควบคุมการเล่นและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแอปได้เลย
ชุมชน Speechify
ฉันได้เข้าร่วมชุมชน Speechify ที่ซึ่งผู้ใช้ช่วยกันแชร์เคล็ดลับและเทคนิคการใช้งานแอปให้คุ้มค่าที่สุด Cliff Weitzman ผู้ก่อตั้ง Speechify ก็มักมาเล่าเบื้องหลังและอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ทำให้ชุมชนนี้คึกคักและเต็มไปด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
โดยสรุป แอป Speechify iOS ได้เปลี่ยนวิธีที่ฉันรับข้อมูลไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเลเวลประสิทธิภาพการทำงาน หรือทำให้การอ่านเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับทุกคน Speechify คือเครื่องมือที่ทั้งทรงพลังและใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหา AI voice generators ชั้นนำ หรือแค่อยากได้แอป แปลงข้อความเป็นเสียงพูด ที่ไว้ใจได้ Speechify ก็คุ้มค่าน่าลองมาก ด้วยเสียง AI คุณภาพสูงที่ฟังเป็นธรรมชาติและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนที่อยากยกระดับประสบการณ์การอ่านและการฟัง ถ้ายังไม่เคยลอง แนะนำให้ดาวน์โหลด Speechify จาก App Store ได้เลยวันนี้ แล้วคุณจะได้สัมผัสข้อดีด้วยตัวเอง
ลองใช้ Speechify Text to Speech บน iPhone หรือ iPad
ค่าใช้จ่าย: ทดลองใช้งานฟรี
Speechify แปลงข้อความเป็นเสียงพูด เป็นเครื่องมือสุดล้ำที่ช่วยเปลี่ยนวิธีที่เราใช้เนื้อหาประเภทข้อความอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยี แปลงข้อความเป็นเสียงพูด ระดับสูง Speechify แปลงข้อความที่เขียนให้กลายเป็นเสียงพูดสมจริง ช่วยทั้งผู้ที่มีปัญหาด้านการอ่าน ผู้มีปัญหาทางสายตา หรือแม้แต่คนที่ชอบเรียนรู้ผ่านการฟัง ความยืดหยุ่นของมันทำให้ใช้งานข้ามอุปกรณ์และแพลตฟอร์มได้อย่างไร้รอยต่อ ให้คุณฟังเนื้อหาได้ทุกที่ทุกเวลา
5 ฟีเจอร์เด่นของ Speechify TTS:
เสียงคุณภาพสูง: Speechify มีเสียงพูด AI คุณภาพสูงที่สมจริงหลายภาษา รวมทั้งเสียงดารา AI voices และ เสียงคนดัง ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การฟังที่ธรรมชาติ เข้าใจง่าย และสนุกไปกับเนื้อหา
เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ: Speechify เชื่อมต่อกับอุปกรณ์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างเว็บเบราว์เซอร์ สมาร์ตโฟน ฯลฯ ได้ง่าย ผู้ใช้แปลงข้อความจากเว็บ อีเมล หรือ PDF ให้เป็นเสียงพูดได้ทันที
ควบคุมความเร็วได้: ผู้ใช้ปรับความเร็วในการเล่นเสียงได้ตามใจ จะเร่งฟังแบบสรุปย่อ หรือฟังช้า ๆ เก็บรายละเอียดก็ทำได้อย่างยืดหยุ่น
ฟังออฟไลน์: หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ Speechify คือบันทึกไฟล์เสียงไว้ฟังแบบออฟไลน์ ช่วยให้เข้าถึงเนื้อหาได้ทุกที่แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ไฮไลต์ข้อความ: ขณะอ่านข้อความ แอปจะไฮไลต์ข้อความตามเสียงอ่านไปด้วย ให้ผู้ใช้ติดตามเนื้อหาได้ทั้งสายตาและหู เสริมความเข้าใจและช่วยจำเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

