1. หน้าแรก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. วิธีเขียนงานให้เร็วขึ้นบน Mac ด้วยการใช้การพิมพ์ด้วยเสียงแทนการพิมพ์

วิธีเขียนงานให้เร็วขึ้นบน Mac ด้วยการใช้การพิมพ์ด้วยเสียงแทนการพิมพ์

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

การเขียนงานบน Mac เมื่อก่อนแทบหนีไม่พ้นการใช้คีย์บอร์ด แม้การพิมพ์จะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คุ้นเคย แต่อาจไม่ใช่วิธีที่เร็วหรือเป็นธรรมชาติที่สุดในการถ่ายทอดความคิดลงบนหน้าเอกสาร เมื่อภาระการเขียนเพิ่มขึ้นทั้งในอีเมล เอกสาร โน้ต และเครื่องมือบนเบราว์เซอร์ ผู้ใช้ Mac จำนวนมากจึงหันมาใช้ การพิมพ์ด้วยเสียง และ การพูดแทนการพิมพ์ เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซอฟต์แวร์ การพิมพ์ด้วยเสียงยุคใหม่ได้เปลี่ยนวิธีการเขียนงานบน Mac จากเดิมที่ต้องพิมพ์ทุกประโยคเอง ผู้ใช้สามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วเห็นข้อความปรากฏขึ้นแบบเรียลไทม์ บทความนี้จะอธิบายว่าระบบ การพิมพ์ด้วยเสียงทำงานบน Mac อย่างไร เหตุใดจึงเร็วกว่าการพิมพ์ และ Speechify Voice Typing Dictation ช่วยรองรับทั้งงานเขียนยาวและงานเขียนในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ทำไมการพิมพ์ถึงทำให้การเขียนบน Mac ช้าลง

ความเร็วในการพิมพ์ถูกจำกัดด้วยการเคลื่อนไหวทางกายภาพ แม้แต่คนที่พิมพ์คล่องก็ตาม มักเขียนได้ช้ากว่าที่คิดไว้มาก ความคิดมักวิ่งเร็วกว่านิ้วที่พิมพ์ทัน จึงเกิดช่องว่างระหว่างความคิดกับผลงานที่ออกมา

การพิมพ์ยังมักสะดุดอยู่บ่อยครั้ง ผู้เขียนต้องหยุดแก้คำผิด ปรับรูปแบบ ค้นหาตัวอักษร หรือสลับแอปพลิเคชันไปมา เมื่อเขียนงานนาน ๆ ความล่าช้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้สะสมจนทำให้เสียสมาธิ

การ พิมพ์ด้วยเสียงช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ได้มาก การพูดทำให้ความคิดไหลลื่นต่อเนื่อง ไม่ต้องหยุดมาจัดการขั้นตอนเชิงกลของการพิมพ์

การพิมพ์ด้วยเสียงทำงานอย่างไรบน macOS

การพิมพ์ด้วยเสียงบนMacจะแปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความด้วยโมเดลรู้จำเสียงพูด กระบวนการโดยทั่วไปได้แก่:

  • บันทึกเสียงผ่านไมโครโฟน
  • ถอดเสียงพูดด้วยโมเดล AI ทางภาษา
  • ส่งออกข้อความพร้อมเครื่องหมายวรรคตอนและรูปแบบข้อความ

Apple มีฟีเจอร์ การพิมพ์ด้วยเสียงพื้นฐานใน Mac ซึ่งเหมาะกับข้อความสั้น ๆ หรือการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ดี การพิมพ์ด้วยเสียงที่ติดมากับระบบมักทำงานทีละรอบ และไม่ได้เรียนรู้หรือพัฒนาไปตามสไตล์การเขียนของผู้ใช้ในระยะยาว

ตรงนี้เองที่ซอฟต์แวร์ การพิมพ์ด้วยเสียงแบบเฉพาะทางเข้ามาเติมเต็มได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า

เหตุใดการพิมพ์ด้วยเสียงจึงเร็วกว่าใช้แป้นพิมพ์

โดยทั่วไปคนเราพูดได้ราว 120 ถึง 160 คำต่อนาที ขณะที่ความเร็วพิมพ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35 ถึง 60 คำต่อนาที แม้จะต้องมาเกลาทีหลัง การใช้ พิมพ์ด้วยเสียงก็มักสร้างข้อความได้เร็วกว่าเริ่มต้นพิมพ์ทุกอย่างด้วยมือ

การพูดแทนการพิมพ์ยังช่วยลดภาระสมอง แทนที่จะต้องคอยกังวลเรื่องสะกดคำ ไวยากรณ์ หรือปุ่มพิมพ์ ผู้เขียนสามารถโฟกัสที่เนื้อหาและโครงสร้างได้เต็มที่ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการร่างอีเมล เรียงความ โน้ต รายงาน และเอกสารยาว ๆ

เขียนงานให้เร็วขึ้นบน Mac ด้วย Speechify Voice Typing Dictation

Speechify Voice Typing Dictation ออกแบบมาเพื่อการเขียนอย่างต่อเนื่องบน Mac ไม่ใช่แค่สั่งงานสั้น ๆ โดยทำงานได้โดยตรงในช่องข้อความ รองรับการพิมพ์ด้วยเสียงในอีเมล เอกสาร โน้ต ฟอร์มในเบราว์เซอร์ และเครื่องมือเขียนต่าง ๆ

ต่างจากคุณสมบัติ พิมพ์ด้วยเสียงพื้นฐานทั่วไป Speechify Voice Typing Dictation เน้นการทำงานสำหรับงานเขียนยาว ปรับจังหวะการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ เข้าใจบริบท และแม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการแก้ไขและใช้งานต่อเนื่อง

เนื่องจาก Speechify ทำงานได้ข้ามแอปพลิเคชัน ไม่จำกัดแค่ช่องถอดเสียงเดียว ผู้เขียนจึงสลับไปมาระหว่างแอปต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องปรับวิธีพูดซ้ำ ๆ

การพิมพ์ด้วยเสียงสำหรับเวิร์กโฟลว์งานเขียนจริง

การ พิมพ์ด้วยเสียงไม่ได้จำกัดแค่การร่างครั้งแรกเท่านั้น บน Mac นักเขียนหลายคนใช้ พิมพ์ด้วยเสียงตลอดทั้งกระบวนการเขียนงาน

ระหว่างการระดมความคิด พิมพ์ด้วยเสียงช่วยเก็บไอเดียได้ทันที ก่อนที่คุณจะลืม ขณะร่างเนื้อหา พูดแทนการพิมพ์ช่วยให้เขียนยาว ๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องหยุดแก้ทีละประโยค ในช่วงทบทวน สามารถใช้เครื่องอ่านออกเสียงประกอบกับ พิมพ์ด้วยเสียง ให้ผู้เขียนฟังผลงานของตัวเอง ตรวจสอบปัญหา และพูดแก้ไขสด ๆ ได้เลย

Speechify Voice Typing Dictation รองรับวงจรนี้ได้ครบ โดยผสานการพิมพ์ด้วยเสียงเข้ากับการฟัง ช่วยให้ง่ายต่อการปรับปรุงให้ชัดเจน ลื่นไหล และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

ความต่อเนื่องในการใช้งานข้ามแอปบน Mac

ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของMac การพิมพ์ด้วยเสียงในตัวคือความไม่สม่ำเสมอ ทั้งความแม่นยำและรูปแบบข้อความจะแตกต่างกันไปตามแต่ละแอป

Speechify Voice Typing Dictation ให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอใน:

  • แอปอีเมล
  • ตัวแก้ไขเอกสาร
  • เครื่องมือบนเบราว์เซอร์
  • แพลตฟอร์มแชทหรือส่งข้อความ
  • แอปจดบันทึก

ความสม่ำเสมอนี้ช่วยให้เขียนงานต่อเนื่องได้นาน ไม่ต้องปรับวิธีพูดหรือคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ในแต่ละแอป

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยลดอาการล้าและเจ็บเมื่อย

การพิมพ์นาน ๆ อาจทำให้เมื่อยล้า โดยเฉพาะเวลาต้องเขียนงานยาว ๆ การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยลดอาการล้าที่มือ ข้อมือ และไหล่ พร้อมให้คุณเขียนงานต่อเนื่องในจังหวะที่สม่ำเสมอ

สำหรับนักเรียน มืออาชีพ และครีเอเตอร์ที่ต้องเขียนงานทุกวัน การพูดแทนการพิมพ์ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่ต้องเผชิญอาการล้าจากการใช้คีย์บอร์ดตลอดเวลา

เขียนงานขณะเคลื่อนไหวหรือทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

ข้อดีอย่างหนึ่งของการพิมพ์ด้วยเสียงบนMacคือความยืดหยุ่น การพูดแทนการพิมพ์ยังช่วยให้คุณสลับงานหรือเขียนได้แม้ในช่วงที่ไม่สะดวกพิมพ์ ผู้เขียนจำนวนไม่น้อยใช้การพิมพ์ด้วยเสียงขณะ:

  • อ่านหรือทบทวนข้อมูลบนหน้าจอ
  • เดินไปมาระหว่างทำงาน
  • ระดมความคิดแบบพูดออกเสียง
  • ทำงานหลายอย่างพร้อมกันในหลายแท็บและหลายแอป

Speechify Voice Typing Dictation รองรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วยการเปิดโอกาสให้เขียนได้ในทุกช่องป้อนข้อความ

การพิมพ์ด้วยเสียงในฐานะวิธีหลักในการเขียนงาน

สำหรับผู้ใช้Macจำนวนมาก การพิมพ์ด้วยเสียงไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิธีหลักในการเขียนงาน เมื่อความแม่นยำของการพิมพ์ด้วยเสียงและเครื่องมือรู้จักคำศัพท์เฉพาะตัวดีขึ้น ความจำเป็นในการแก้ไขซ้ำ ๆ ก็ลดลง

Speechify Voice Typing Dictation จะค่อย ๆ ปรับเข้ากับสไตล์การเขียน ชื่อเฉพาะ และศัพท์เทคนิคของคุณในระยะยาว ยิ่งใช้ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

การพิมพ์ด้วยเสียงเร็วกว่าใช้แป้นพิมพ์บน Mac อย่างไร?

การพูดเกิดขึ้นได้เร็วกว่าการพิมพ์มาก การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้บันทึกความคิดได้เร็วเท่าทันความคิด ลดความล่าช้าที่เกิดจากการใช้แป้นพิมพ์

macOS มีฟีเจอร์พิมพ์ด้วยเสียงในตัวหรือไม่?

Mac มีฟีเจอร์ พิมพ์ด้วยเสียงพื้นฐานในตัว แต่เหมาะกับการป้อนสั้น ๆ และไม่สามารถปรับเข้ากับนิสัยการเขียนหรือเวิร์กโฟลว์เนื้อหายาวได้ลึกเท่าเครื่องมือเฉพาะทาง

อะไรที่ทำให้ Speechify Voice Typing Dictation แตกต่าง?

Speechify Voice Typing Dictation รองรับการเขียนเนื้อหายาว ใช้งานข้ามแอป และเพิ่มความแม่นยำโดยเรียนรู้จากการแก้ไขและการใช้คำศัพท์ของผู้ใช้

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยงานเอกสารยาวได้จริงไหม?

การพิมพ์ด้วยเสียงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเขียนเนื้อหายาว เช่นเรียงความ รายงาน และร่างเอกสาร ซึ่งความลื่นไหลสำคัญกว่ารูปแบบเอกสารในรอบแรก

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยลดเวลาตรวจแก้ข้อความหรือไม่?

ซอฟต์แวร์ พิมพ์ด้วยเสียงสมัยใหม่ช่วยลดข้อผิดพลาดการสะกดหรือไวยากรณ์ที่เจอบ่อย ๆ ซึ่งทำให้ใช้เวลาตรวจแก้น้อยกว่าการพิมพ์มือ

การพิมพ์ด้วยเสียงใช้ได้กับการเขียนงานระดับมืออาชีพหรือไม่?

การพิมพ์ด้วยเสียงได้รับความนิยมในงานเขียนระดับมืออาชีพ ทั้งอีเมล เอกสาร งานวิจัย และรายงาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือฟังและตรวจแก้

Speechify Voice Typing Dictation ใช้งานฟรีหรือไม่?

Speechify Voice Typing Dictation มีให้ใช้งานฟรีและรองรับทั้ง Mac และเครื่องมือเขียนบนเว็บเบราว์เซอร์


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม