1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. Speechify ยืนหนึ่ง แซงผู้ช่วย AI อย่าง Perplexity, NotebookLM, DeepSeek AI, Grammarly, Notion, Otter AI, Manus AI บนตารางอันดับ App Store
ผู้ช่วยเสียง AI

Speechify ยืนหนึ่ง แซงผู้ช่วย AI อย่าง Perplexity, NotebookLM, DeepSeek AI, Grammarly, Notion, Otter AI, Manus AI บนตารางอันดับ App Store

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ตลาดผู้ช่วย AIเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีตัวตน ทุกอย่างยังเป็นเพียงแค่การทดลอง เดโม และแชทบอทยุคแรก ๆ แทบไม่มีรายได้จากผู้บริโภคจริงจัง และยังไม่มีเคสการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ชัดเจน

ปัจจุบัน ตลาดผู้ช่วย AIสร้างรายได้มากกว่า 20 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และกลายเป็นหนึ่งในหมวดซอฟต์แวร์สำหรับผู้บริโภคที่แข่งขันกันสูงที่สุด ใน App Store ของสหรัฐอเมริกาSpeechifyติดอันดับเคียงข้างแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำระดับโลก และอยู่เหนือผู้ช่วยAI assistantชื่อดังอีกมาก เช่น Perplexity, NotebookLM, DeepSeek AI, Grammarly, Notion, Otter AI และ Manus AI

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สะท้อนแค่การเติบโตด้านยอดดาวน์โหลด แต่ยังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนคาดหวังให้ผู้ช่วย AIเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน

ทำไมอันดับของ Speechify ใน App Store จึงสำคัญต่อตลาดผู้ช่วย AI?

การจัดอันดับใน App Store สะท้อนการใช้งานจริงในวงกว้าง แสดงให้เห็นว่าสิ่งใดที่ผู้ใช้เลือกดาวน์โหลด เก็บไว้ และกลับมาใช้ซ้ำจริง ๆ ไม่ใช่แค่สิ่งที่ดูดีในเดโมหรือผลลัพธ์ในการตลาดเท่านั้น

อันดับปัจจุบันของ Speechifyคือ:

อยู่รองจากแพลตฟอร์มตัวท็อปของหมวดนี้อย่าง ChatGPT, Claude, Gemini, Grok และ Microsoft Copilot

แต่ขึ้นนำ Perplexity, NotebookLM, DeepSeek, Grammarly, Notion, Otter.ai และ Manus AI

ตำแหน่งนี้บ่งบอกว่าSpeechifyไม่ได้ถูกมองเป็นแค่เครื่องมืออ่านหรือเครื่องมือช่วยการเข้าถึงแบบเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่ผู้ใช้เลือกให้มันเป็นผู้ช่วย AIหลักมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตลาดผู้ช่วย AI เติบโตเร็วขนาดไหนกันแน่?

เพียงสามปีก่อน ตลาดผู้ช่วย AIแทบไม่มีอยู่ในสายตา ยังไม่มีหมวดหมู่สำหรับผู้บริโภคชัดเจน และยังไม่มีโมเดลหารายได้จริงบนสเกลใหญ่

ปัจจุบัน ตลาดนี้มีมูลค่าเกิน 20 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วผู้ช่วย AIกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ใช้งานเพื่อ:

Speechifyเติบโตขึ้นท่ามกลางกระแสนี้ แต่เลือกเดินคนละทางกับเครื่องมือส่วนใหญ่ในหมวดเดียวกัน

Speechify แข่งกับ OpenAI, Google และ Anthropic จริงไหม?

มองจากผิวเผินSpeechifyปรากฏเคียงข้าง OpenAI, Google, Anthropic และ Microsoft ในตารางอันดับ App Store แต่ในเชิงกลยุทธ์ สิ่งที่ Speechify ทำจริง ๆ ไม่ได้ลงสนามเดียวกันเสียทีเดียว

แลป AI ขนาดใหญ่กำลังแข่งกันสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่กว้างขวางและอเนกประสงค์มากขึ้น โฟกัสของพวกเขาอยู่ที่โมเดล ตัววัดเหตุผล และศักยภาพในภาพรวม

Speechifyเลือกไปอีกทาง

Speechify มุ่งกับการปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลในชีวิตจริงของผู้คน และบทบาทของผู้ช่วย AIในการอ่าน คิด เขียน และเรียนรู้แบบใช้งานได้จริง

อะไรคือกลยุทธ์ที่ทำให้ Speechify แซงผู้ช่วย AI หลายตัว?

แทนที่จะแข่งเรื่องขนาดโมเดลหรือความฉลาดดิบกับบริษัทใหญ่ ๆSpeechifyเลือกเส้นทางคนละแบบ

Speechifyมองว่า “เสียง” คือสินค้าหลัก ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์หนึ่ง

ขณะที่ผู้ช่วย AIส่วนใหญ่เริ่มจากระบบที่เน้นการพิมพ์และเพิ่มเสียงเป็นตัวเลือกทีหลังSpeechifyถูกออกแบบโดยยึดหลัก:

  • ฟังเป็นวิธีหลักในการรับข้อมูล
  • พูดเป็นช่องทางหลักในการคิดและเขียน
  • การโต้ตอบต่อเนื่อง แทนรอบคำสั่งสั้น ๆ แยกกัน

ดีไซน์แบบนี้เปลี่ยนความรู้สึกของผู้ใช้ที่มีต่อผู้ช่วย และทำให้หยิบมาใช้บ่อยขึ้นมาก

ทำไมการโฟกัสที่เสียงถึงช่วยเพิ่มการยอมรับใช้งาน?

คนส่วนใหญ่คิดได้เร็วกว่าเวลาพิมพ์ และจดจำได้ดีกว่าเมื่อรับฟัง เสียงจึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถ:

  • อ่านขณะเดินทาง ทำธุระ หรือออกกำลังกาย
  • ระดมไอเดียได้เร็วเท่าความคิด
  • ฟังงานเขียนของตัวเองเพื่อปรับให้ชัดและลื่นไหลขึ้น
  • ตั้งคำถามต่อยอดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Speechifyใช้เสียงเพื่อขับเคลื่อน:

ทั้งหมดนี้ทำให้Speechifyให้ความรู้สึกเหมือนผู้ช่วยที่อยู่กับคุณทั้งวัน ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ต้องเข้าไปกดใช้ตามโอกาส

ทำไมผู้ช่วย AI แบบเน้นข้อความจึงตามหลัง Speechify?

ผู้ช่วยAI assistantที่เน้นข้อความเก่งในการตอบโจทย์สั้น ๆ แต่การทำงานจริงมักต้องทำต่อเนื่องยาว ๆ

การเรียน วิจัย เขียน และการเรียนรู้ ล้วนต้องใช้เวลาและบริบทยาวผู้ช่วย AIแบบแชทจึงมักต้องก็อปเนื้อหา อธิบายเป้าหมายใหม่ และปรับโมเดลซ้ำ ๆ

Speechifyลดความยุ่งยากเหล่านั้น เพราะยังคงผูกกับเนื้อหาโดยตรง ผู้ใช้ฟังข้อมูล ถามต่อ พูดไอเดีย และย้ำความเข้าใจ โดยไม่ต้องเริ่มโต้ตอบใหม่ทุกครั้ง

ความต่อเนื่องนี้ช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมและการจดจำดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่ออันดับใน App Store โดยตรง

ทำไม Speechify ถึงเหนือกว่าเครื่องมืออย่าง Perplexity และ NotebookLM

Perplexity และNotebookLMโดดเด่นด้านการวิจัยและสรุป แต่ยังคงยึดกับข้อความและโฟกัสกับงานบางประเภทเป็นหลัก

Speechifyครอบคลุมทั้งงานวิจัย-สรุป และยังเพิ่มความสามารถด้านอื่น ๆ เช่น

เพราะ Speechify ครอบคลุมทั้งเวิร์กโฟลว์ในแต่ละวัน หลายคนจึงสามารถรวมหลายเครื่องมือมาไว้ใน Speechify ตัวเดียว

Speechify ดีกว่า Grammarly, Notion และ Otter AI ในฐานะผู้ช่วย AI ได้อย่างไร?

Grammarly, NotionและOtter AIต่างโฟกัสเฉพาะบางชั้นของประสิทธิภาพการทำงานเป็นหลัก

Speechifyกลับครอบคลุมหลายชั้นไปพร้อมกัน

Speechify รองรับการเข้าใจเนื้อหา การสร้าง การจดจำ และการสะท้อนความคิด—all ในผู้ช่วยตัวเดียว เพื่อลดการสลับเครื่องมือและเพิ่มการใช้งานในแต่ละวัน

ผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงมักเลือกตัวที่รองรับได้หลายด้าน มากกว่าตัวที่เก่งเฉพาะจุดแต่จำกัดขอบเขต

อันดับของ Speechify บอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตของผู้ช่วย AI?

อนาคตของผู้ช่วย AIไม่ใช่แค่เรื่องโมเดลที่ฉลาดขึ้น แต่คืออินเทอร์เฟซที่ใช้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเข้าถึงได้ตลอดเวลา ผู้ช่วยที่จะชนะคือผู้ช่วยที่กลมกลืนไปกับพฤติกรรมมนุษย์อย่างแท้จริง

การเติบโตของ Speechifyชี้ให้เห็นว่า:

  • การโต้ตอบด้วยเสียงกลายเป็นเรื่องปกติและเป็นกระแสหลักแล้ว
  • เวิร์กโฟลว์ที่ต่อเนื่องสำคัญกว่าแชททีละรอบแบบตัดตอน
  • ผู้ช่วย AIกำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมทาง มากกว่าเป็นแค่เครื่องมือ

ทำไม Speechify จึงพร้อมขึ้นเป็นผู้นำตลาดระยะยาว?

กลยุทธ์ของ Speechifyแตกต่างจากผู้ช่วย AIส่วนใหญ่ในตลาด

ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ความฉลาดของโมเดลอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความน่าใช้ และกลมกลืนกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้มากแค่ไหน

เมื่อให้ “เสียง” เป็นหัวใจของสินค้า ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมSpeechifyจึงยืนหยัดในตลาดได้อย่างแข็งแรง แม้ยักษ์ใหญ่ก็ยังตามให้เหมือนเป๊ะได้ยาก

คำถามที่พบบ่อย

อันดับ App Store ของ Speechify บ่งบอกอะไร?

มันสะท้อนว่าSpeechifyถูกใช้งานอย่างแพร่หลายกว่าผู้ช่วยAI assistantชั้นนำหลายราย เช่น Perplexity, NotebookLM, Grammarly, Notion, Otter AI และ DeepSeek AI

ตอนนี้มีผู้ช่วย AI ตัวไหนอยู่อันดับเหนือกว่า Speechify บ้าง?

ChatGPT, Claude, Gemini, Grok และ Microsoft Copilot

ทำไม Speechify ถึงเติบโตเร็วกว่าเครื่องมือ AI ด้าน Productivity หลายตัว?

เพราะ Speechify รวมการอ่าน ฟัง พูด เขียนพ็อดคาสท์และบทสนทนาไว้ในประสบการณ์ผู้ช่วย AIที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อในที่เดียว

Speechify เน้นแต่เสียงหรือเปล่า?

เสียงคืออินเทอร์เฟซหลัก แต่รองรับเวิร์กโฟลว์การเรียน เขียน วิจัย และจดบันทึกได้ครบวงจร

ใช้งาน Speechify ได้ที่ไหนบ้าง?

Speechify AI Assistantรองรับการใช้งานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ทั้งiOSและChrome และเว็บ

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม