1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. Speechify กับ ChatGPT: เลือกตัวที่ใช่สำหรับคุณ
ผู้ช่วยเสียง AI

Speechify กับ ChatGPT: เลือกตัวที่ใช่สำหรับคุณ

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ปัญญาประดิษฐ์ได้เปลี่ยนวิธีที่เราอ่าน เขียน เรียนรู้ และโต้ตอบกับเนื้อหาดิจิทัลไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางเครื่องมือ AI มากมายในปัจจุบัน Speechify และ ChatGPT ถือเป็น 2 เครื่องมือยอดนิยม แต่ทั้งสองมีเป้าหมายต่างกันและเหมาะกับเวิร์กโฟลว์คนละแบบ

ในบทความนี้ คุณจะได้รู้จุดเด่นของแต่ละเครื่องมือ ความแตกต่าง และแนวทางช่วยตัดสินใจว่าแบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบโต้ตอบด้วยเสียง ชอบฟังมากกว่าการอ่าน การพิมพ์ด้วยเสียง หรือชอบคุยกับ AI ผ่านข้อความ

Speechify คืออะไร และทำงานอย่างไรในฐานะผู้ช่วย AI เน้นเสียงสำหรับการฟังและการพูดตามคำบอก?

Speechify คือ Voice AI Assistant ที่ออกแบบมาสำหรับการฟัง ใช้เสียงพูดธรรมชาติในการ แปลงข้อความเป็นเสียง และรองรับ การพิมพ์ด้วยเสียง ช่วยให้ผู้ใช้ฟังเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ พูดเพื่อบันทึกข้อความแทนการพิมพ์ และโต้ตอบกับ AI ผ่านเสียงได้บนทุกหน้าเว็บไซต์

ฟีเจอร์เด่นของ Speechify:

Speechify เหมาะสำหรับคนที่อยากโต้ตอบกับเทคโนโลยีด้วยเสียงเป็นหลัก และอยากทำงานด้วยการฟังหรือพูดควบคู่กับการพิมพ์แบบเดิม

ChatGPT คืออะไร และทำงานอย่างไรในฐานะ AI ผู้ช่วยสนทนาแบบเน้นข้อความ?

ChatGPT คือ AI สำหรับสนทนาจาก OpenAI ที่ได้รับความนิยมสูง เชี่ยวชาญในการสร้างข้อความ ตอบคำถาม อธิบายแนวคิดซับซ้อน ระดมสมอง และคุยโต้ตอบอย่างต่อเนื่องตามสิ่งที่ผู้ใช้ป้อน

ฟีเจอร์เด่นของ ChatGPT:

  • AI สนทนา: พูดคุยต่อเนื่อง ตั้งคำถามต่อยอด และกลับมาคุยประเด็นเดิมได้
  • เขียนเชิงสร้างสรรค์: สร้าง เรียงความ เรื่องสั้น สุนทรพจน์ และสคริปต์
  • ค้นหาความรู้: สรุปเนื้อหา อธิบายแนวคิด และยกตัวอย่างประกอบ
  • เข้าถึงข้ามแพลตฟอร์ม: ใช้งานผ่าน เว็บแอป และแอปจากผู้พัฒนาภายนอก
  • ระบบปลั๊กอิน: ขยายความสามารถในการวิเคราะห์เอกสาร ค้นหาข้อมูลเว็บ และงานอื่น ๆ (ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน)

ChatGPT เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วย AI ที่เน้นข้อความและมีความยืดหยุ่นสูงในการใช้งาน

ความแตกต่างหลักระหว่าง AI ผู้ช่วยแบบเน้นเสียงกับ AI สนทนาอย่าง ChatGPT คืออะไร?

แม้ Speechify และ ChatGPT ต่างก็ใช้ AI เหมือนกัน แต่ถูกออกแบบมาให้รองรับวิธีโต้ตอบคนละแบบ:

Speechify และ ChatGPT ต่างกันอย่างไรในแง่การโต้ตอบด้วยเสียงกับข้อความ?

  • Speechify: ออกแบบมาสำหรับ การโต้ตอบด้วยเสียง และเวิร์กโฟลว์ที่เน้นการฟัง ผู้ใช้สามารถให้ AI อ่านเนื้อหาออกเสียง พูดเพื่อบันทึกข้อความแทนพิมพ์ และถามคำถามผ่านเสียงได้
  • ChatGPT: ออกแบบมาสำหรับ การสนทนาด้วยข้อความ โดยป้อนคำสั่งหรือโต้ตอบในรูปแบบข้อความเป็นหลัก แม้ว่าบางอินเทอร์เฟซจะรองรับเสียงได้ก็ตาม

แต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง?

  • Speechify: เหมาะสำหรับการอ่านข้อความใน เอกสาร, อีเมล, หน้าเว็บ และเนื้อหายาว ๆ ด้วยเสียงธรรมชาติ; สร้างไอเดียผ่าน การพิมพ์ด้วยเสียง; และรับคำตอบโดยไม่ต้องพิมพ์เอง
  • ChatGPT: เหมาะกับการสนทนาโต้ตอบแบบไดนามิก การให้เหตุผลซับซ้อน การคิดสร้างสรรค์ และการสร้างข้อความหลายขั้นตอน.

ควรเลือกใช้ Speechify เมื่อใด ถ้าโฟกัสเวิร์กโฟลว์ที่เน้นเสียงและการฟัง?

Speechify เหมาะมากหากลักษณะการทำงานของคุณเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้:

ทำไม Speechify จึงเหมาะกว่าสำหรับคนที่ชอบฟังเนื้อหามากกว่านั่งอ่านเอง?

Speechify แปลงข้อความเป็นเสียงที่ฟังเป็นธรรมชาติ ผู้ใช้สามารถฟัง ไฟล์ PDF, อีเมล และ หน้าเว็บไซต์ ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรับข้อมูลขณะ ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน.

ทำไม Speechify ถึงตอบโจทย์ถ้าคุณอยากพูดแทนการพิมพ์ข้อความ?

การพิมพ์ด้วยเสียง ช่วยให้คุณสร้างข้อความด้วยการพูด เพิ่มความเร็ว ลดอาการล้าจากการพิมพ์ และบันทึกไอเดียได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อยากได้คำตอบจาก AI เป็นเสียง ควรใช้ Speechify หรือไม่?

ฟีเจอร์ Voice AI Assistant ช่วยให้คุณถามคำถามแล้วรับคำตอบเป็นเสียงทันที โดยไม่ต้องพิมพ์เอง

ทำไม Speechify ถึงเหมาะกับคนที่ทำงานข้ามอุปกรณ์หรือใช้หลายแอป?

Speechify ทำงานได้ทั้งในเบราว์เซอร์ เอกสาร, อีเมล และแอปบนมือถือ ทำให้คุณโต้ตอบด้วยเสียงได้ทุกที่ที่อ่านหรือเขียนข้อความ

Speechify เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เรียนรู้ได้ดีผ่านการฟัง อยากบริโภคเนื้อหาแบบแฮนด์ฟรี หรือคิดงานได้ดีที่สุดตอนพูดออกมา

เมื่อใด ChatGPT จะเหมาะกว่าสำหรับงานที่ต้องใช้เหตุผลและเน้นข้อความ?

ChatGPT มักเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หากคุณต้องการ:

ทำไม ChatGPT จึงเหมาะกับการสนทนาเชิงเหตุผลและการตั้งคำถามต่อยอด?

หากคุณอยากถามคำถามต่อเนื่อง หรือลงลึกในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ChatGPT คือโมเดลที่ถนัดการสนทนาในลักษณะนี้โดยเฉพาะ

ทำไม ChatGPT ถึงเหมาะกับการเขียนซับซ้อน การระดมสมอง และงานสร้างสรรค์?

ChatGPT โดดเด่นในการสร้างข้อความยาว ๆ เช่น เรียงความ, โค้ด, คำอธิบายละเอียด และเนื้อหาที่ต้องการโครงสร้างเชิงสร้างสรรค์

ChatGPT รองรับงานหลากหลาย ตั้งแต่การเขียน เหตุผล ไปจนถึงการแก้ปัญหาอย่างไร?

ChatGPT ใช้งานได้กับหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การสอน โค้ดดิ้ง ระดมสมอง จัดรูปแบบผลลัพธ์ ไปจนถึงการสรุปงานวิจัยเป็น summary

ปลั๊กอินและส่วนขยายช่วยต่อยอดความสามารถของ ChatGPT อย่างไร?

ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของ ChatGPT ที่คุณใช้ คุณอาจเชื่อมต่อกับปลั๊กอินและส่วนขยาย เพื่อเสริมการทำงานเฉพาะทางได้

Speechify กับ ChatGPT ใช้งานร่วมกันในเวิร์กโฟลว์เสียงและข้อความเดียวกันได้อย่างไร?

หลายคนไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ Speechify หรือ ChatGPT เพียงตัวเดียว แต่สามารถใช้ร่วมกันในเวิร์กโฟลว์ต่าง ๆ ได้ โดยดึงจุดเด่นของแต่ละตัวมาใช้ให้เต็มที่:

  • ใช้ Speechify ฟัง เอกสาร บทความวิจัย หรือ อีเมล ขณะเดินทางหรืออ่านแบบแฮนด์ฟรี
  • พูดบันทึกไอเดีย/ร่างต้นฉบับด้วยฟีเจอร์ การพิมพ์ด้วยเสียง ของ Speechify.
  • ใช้ ChatGPT ช่วยปรับแต่ง วิเคราะห์ ขยาย หรือพูดคุยต่อยอดต้นฉบับหรือไอเดียนั้นด้วย AI สนทนาเชิงลึก
  • นำข้อความที่สร้างจาก การพิมพ์ด้วยเสียง ไปใส่ใน ChatGPT เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาหรือจัดทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจน

วิธีแบบไฮบริดนี้จะผสานจุดเด่นด้านการฟังและป้อนคำสั่งด้วยเสียงของ Speechify เข้ากับความสามารถด้านเหตุผลและการสร้างข้อความของ ChatGPT

จะเลือก Speechify หรือ ChatGPT ให้เหมาะกับเวิร์กโฟลว์ของคุณได้อย่างไร?

ลองถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้:

  • คุณชอบฟังเนื้อหามากกว่านั่งอ่านเองหรือไม่?
  • คุณอยากพูดเพื่อสร้างข้อความแทนการพิมพ์หรือเปล่า?
  • คุณมักสร้างเนื้อหายาว หรือใช้บทสนทนาเพื่อค้นหาไอเดียใหม่ ๆ หรือไม่?
  • คุณต้องการสรุปแบบอ้างอิงแหล่งที่มา summaries หรือค้นคว้าเว็บแบบเรียลไทม์หรือไม่?
  • คุณให้ความสำคัญกับเวิร์กโฟลว์แบบแฮนด์ฟรีมากแค่ไหน?

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการโต้ตอบด้วยเสียงและประสบการณ์ฟังที่เป็นธรรมชาติ Speechify มักจะตอบโจทย์มากกว่า แต่หากคุณต้องการความลึกในการสนทนา ความยืดหยุ่นในการสร้างข้อความ หรือการคุยแบบมีโครงสร้างชัดเจน ChatGPT อาจเหมาะกับคุณที่สุด

Speechify vs. Others

คำถามที่พบบ่อย

Speechify ทดแทน ChatGPT ได้ 100% หรือไม่?

Speechify คือโมเดลการโต้ตอบที่เน้นเสียง การฟัง และ การพูดตามคำบอก ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมและทำงานร่วมกับจุดแข็งของ ChatGPT ในด้านการสนทนาเชิงลึกและการสร้างข้อความ มากกว่าจะมาแทนที่กันโดยสิ้นเชิง

ChatGPT รองรับเสียงหรือไม่?

อินเทอร์เฟซบางแบบของ ChatGPT รองรับทั้งเสียงเข้า/เสียงออกบ้าง แต่เสียงยังไม่ใช่ฟีเจอร์หลักเท่ากับบน Speechify

ใช้ Speechify เพื่อเขียนงานเชิงสร้างสรรค์ได้หรือไม่?

ได้ คุณสามารถพูดบันทึกไอเดียแล้วค่อยนำไปปรับแต่งต่อภายหลัง แต่การจัดโครงสร้างผลงานโดยรวมอาจยังต้องอาศัยผู้ช่วยที่เน้นข้อความ เช่น ChatGPT ร่วมด้วย

แพลตฟอร์มใดเหมาะกับนักเรียนมากกว่า?

หากคุณชอบฟังเนื้อหาหรือพูดบันทึกย่อระหว่างเรียน Speechify จะให้ข้อได้เปรียบเฉพาะตัว ส่วน ChatGPT เด่นในเรื่องคำอธิบายละเอียดและการเรียนรู้ผ่านการตั้งคำถามโต้ตอบ

Speechify ใช้ฟรีได้หรือไม่?

Speechify เปิดให้ใช้ฟรีสำหรับฟีเจอร์ฟังข้อความออกเสียงและ พิมพ์ด้วยเสียง โดยฟีเจอร์เสริมบางอย่างจะขึ้นอยู่กับแผนการใช้งานที่สมัคร

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม