1. หน้าหลัก
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ
  3. แปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint
Updated on เพิ่มประสิทธิภาพ

แปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

หากคุณอยาก ฟังงานนำเสนอ PowerPoint ของคุณ แทนการ อ่าน เอง ฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง คือวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความเข้าใจ และ การเข้าถึง ได้อย่างมาก หลายคนมองหาทางลัดในการตรวจสไลด์ ทบทวน หรือทำหลายอย่างพร้อมกันโดยไม่ต้องจ้องหน้าจอ แปลงข้อความเป็นเสียง จึงตอบโจทย์ด้วยการเปลี่ยนเนื้อหาเป็นเสียงให้ฟังได้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนเตรียมสอบ มืออาชีพรีวิวพรีเซนต์ หรือครูสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงได้ การใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง ใน PowerPoint ช่วยให้จัดการเนื้อหาได้ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

Text to speech ใน PowerPoint

แปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint คืออะไร?

แปลงข้อความเป็นเสียง ใน PowerPoint คือการเปลี่ยนข้อความในสไลด์ให้กลายเป็นเสียงพูด ให้คุณฟังงานนำเสนอแทนการ อ่าน เอง วิธีนี้เหมาะกับงานขนาดใหญ่ การตรวจคำผิด หรือทบทวนความเข้าใจด้วยเสียง ช่วยกระตุ้นสมองอีกส่วนและเพิ่ม การจดจำ รวมถึงทำให้เนื้อหาชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้งานนำเสนอเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ถนัดฟังหรือมีปัญหาในการ อ่าน ข้อความยาว ๆ บนจอ

PowerPoint มีฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงในตัวหรือไม่?

มี PowerPoint มีฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง ชื่อว่า Speak ซึ่งพื้นฐานและเหมาะกับงานเล็ก ๆ หรืออ่านเนื้อหาสั้น ๆ เท่านั้น Speak ใช้เสียงเริ่มต้นในระบบของคุณและให้คุณฟังข้อความที่เลือก อ่านออกเสียง เหมาะสำหรับ ตรวจพิสูจน์อักษรหรืออ่าน เนื้อหาทีละส่วน อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถอ่านสไลด์ทั้งชุดต่อเนื่อง และไม่มีตัวเลือกปรับแต่งเสียงแบบเครื่องมือยุคใหม่ แม้จะช่วยงานพื้นฐานได้ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการระบบครบหรือใช้กับเนื้อหาปริมาณมาก

วิธีใช้แปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint

การใช้ฟีเจอร์ Speak ใน PowerPoint ต้องเพิ่มเข้าทูลบาร์ Quick Access ก่อน เพราะจะไม่แสดงตลอด คุณสามารถเลือกข้อความในสไลด์แล้วกด Speak เพื่อให้ระบบ อ่านออกเสียง โดยใช้เสียงปกติของคอมพิวเตอร์และเล่นเฉพาะข้อความที่เลือก ไม่ได้อ่านทั้งไฟล์ เหมาะกับการตรวจเช็กสั้น ๆ แต่ต้องเลือกเองทุกครั้งจึงไม่เหมาะกับการฟังต่อเนื่อง นี่คือขั้นตอนใช้งาน PowerPoint แปลงข้อความเป็นเสียง: 

  1. เปิดไฟล์ PowerPoint ของคุณ
  2. ไปมุมซ้ายบนแล้วกดลูกศรที่ Quick Access Toolbar
  3. เลือก More Commands
  4. ในช่อง “Choose commands from” เลือก All Commands
  5. เลื่อนลงแล้วหา Speak
  6. คลิก Speak แล้วคลิก Add เพื่อเพิ่มใน Quick Access Toolbar
  7. คลิก OK เพื่อบันทึก
  8. ไปยังสไลด์ที่ต้องการฟัง
  9. เลือกข้อความที่ต้องการให้ PowerPoint อ่านออกเสียง (จะเป็นข้อความหรือโน้ตก็ได้)
  10. คลิกปุ่ม Speak ที่ Quick Access Toolbar
  11. PowerPoint จะอ่านเนื้อหาที่เลือกด้วยเสียงเริ่มต้นในระบบ

ข้อจำกัดของแปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint

แม้ PowerPoint จะมีฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง พื้นฐาน แต่ยังขาดหลายอย่างสำหรับการใช้งานจริง เช่น อ่านได้เฉพาะข้อความที่เลือก ไม่รองรับทั้งงานนำเสนอ เสียงมักฟังเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีตัวเลือกเสียงมาก ปรับความเร็วได้จำกัด ไม่รองรับหลายภาษา และไม่เชื่อมต่อกับไฟล์ PDF, Google Docs หรือ หน้าเว็บต่าง ๆ ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้ PowerPoint ไม่เหมาะกับการใช้ฟังงานหรือเพิ่มประสิทธิภาพอย่างเต็มที่

จะฟัง PowerPoint เป็นเสียงได้อย่างไรด้วย Speechify?

Speechify ช่วยให้ ฟัง PowerPoint ได้ล้ำหน้ากว่าเดิม ด้วยเสียงพูดเหมือนคนจริงและคุณภาพสูง ไม่ต้องเลือกข้อความทีละส่วนหรืออัดเสียงเอง Speechify แปลงงานนำเสนอทั้งชุดให้กลายเป็นเสียงต่อเนื่อง ให้คุณฟังระหว่างเดินทาง ออกกำลังกาย หรือ ทำงานหลายอย่าง ไปพร้อมกัน ลดภาระการเลือกและอ่านทีละสไลด์ เมื่อเปลี่ยนงานนำเสนอเป็นเสียง คุณจะฟังข้อมูลได้ไวขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และยังเพิ่ม ความเข้าใจ อีกด้วย

วิธีใช้ Speechify เพื่อฟัง PowerPoint (ทีละขั้นตอน)

การใช้ Speechify เพื่อ ฟัง PowerPoint ทำได้ง่ายและรวดเร็ว รองรับอุปกรณ์หลากหลาย เริ่มจากอัปโหลดไฟล์ PowerPoint หรือเปิดผ่าน Speechify บน เดสก์ท็อป มือถือ หรือ Chrome Extension Speechify จะประมวลผลเนื้อหาให้อ่านและฟังได้แบบต่อเนื่อง ทำตามขั้นตอนนี้เพื่อเริ่มใช้งาน: 

  1. เปิด Speechify บนอุปกรณ์ที่ต้องการ (มือถือ, เดสก์ท็อป, เว็บแอป หรือ Chrome Extension)
  2. อัปโหลดไฟล์ PowerPoint หรือเปิดไฟล์ที่ต้องการฟัง (ก็อปปี้ข้อความในสไลด์หรือจากบันทึกก็ได้)
  3. ให้ Speechify ประมวลผลเพื่อเปลี่ยนเนื้อหาเป็นข้อความพร้อมฟัง
  4. เลือกเสียงที่ต้องการจากกว่า 200 แบบ AI voices ใน 60+ ภาษา ได้
  5. ปรับความเร็วเสียงได้สูงสุด 4.5 เท่า
  6. กดเล่นเพื่อฟัง PowerPoint ของคุณเหมือนฟังหนังสือเสียง
  7. อ่านตามไปพร้อมกับ ไฮไลท์ข้อความ หากต้องการ
  8. ใช้ Voice AI Assistant ถามคำถาม ขอ สรุป หรือขยายความเข้าใจสไลด์ได้ทันที
  9. แก้ไขหรือเพิ่มเนื้อหาด้วย Speechify ฟรี voice typing (speech to text) แก้สไลด์ไว ไม่ต้องพิมพ์เอง
  10. บันทึกหรือกลับมาฟังใหม่ได้ทุกเมื่อ เปลี่ยนเนื้อหาเป็นพอดแคสต์ AI ฟังระหว่างเดินทาง

ฟีเจอร์อะไรที่ทำให้ Speechify เหนือกว่า PowerPoint สำหรับแปลงข้อความเป็นเสียง?

Speechify คือ Voice AI Productivity Assistant แบบครบวงจร รองรับ แปลงข้อความเป็นเสียง ได้หลายรูปแบบ เช่น PowerPoint, PDF, เอกสาร, อีเมล, และ หน้าเว็บต่าง ๆ ไม่จำกัดแค่ไฟล์เดียว มีเสียงเหมือนจริงกว่า 200 แบบ ใน 60+ ภาษา ช่วยให้ฟังเนื้อหาได้เป็นธรรมชาติกว่าเครื่องมือทั่วไป นอกจากฟังเสียงแล้ว คุณยังใช้ Speechify และ Voice AI Assistant ถาม-ตอบ สรุปไอเดีย หรือค้นข้อมูล ด้วยเสียงเหมือนคุยกับคนจริง ไทป์ด้วยเสียงฟรีไม่จำกัดผ่าน voice typing สร้างและแก้ไขสไลด์ได้เร็วขึ้น พร้อมเก็บคำพูดและช่วยแก้ไวยากรณ์ นอกจากนี้ AI Note Taker ยังช่วยบันทึกการประชุมหรือการสอนได้อีกด้วย และยังเปลี่ยน PowerPoint เป็น AI podcasts ฟังสะดวกบนทุกอุปกรณ์ ทั้ง iOS, Android, Mac, Windows, Web, หรือ Chrome เชื่อมต่อได้ลื่นไหล

ทำไมต้องใช้แปลงข้อความเป็นเสียงกับ PowerPoint?

การใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง กับ PowerPoint ช่วยได้มากกว่าแค่เพิ่มความสะดวก แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และการสร้างเนื้อหา การฟังสไลด์ช่วยให้โฟกัส ลดอาการล้าตา เหมาะกับงานนำเสนอขนาดใหญ่ และยังช่วยเสริมความรู้ด้วยทั้งการฟังและอ่านไปพร้อมกัน เพื่อ จดจำ และเข้าใจดีขึ้น แปลงข้อความเป็นเสียง ยังสำคัญต่อ การเข้าถึง สำหรับผู้มี ดิสเล็กเซีย, สมาธิสั้น หรือ ผู้มีปัญหาการมองเห็น และยังช่วยฟังถ้อยคำที่ผิดหรือประโยคที่ไม่ลื่นหูได้ง่ายขึ้นด้วย

ควรใช้แปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint เมื่อใด?

แปลงข้อความเป็นเสียง เหมาะกับงานที่ต้องเร่งประมวลผลข้อมูล หรืออยากฟังเนื้อหาโดยไม่ต้องดูจอ เช่น ทบทวนสไลด์ ก่อนพรีเซนต์ รีวิวรายงาน หรือฟังขณะ ทำงานหลายอย่าง มืออาชีพสามารถฟังงานระหว่างเดินทางหรือนัดประชุม ส่วน นักเรียน ใช้ทบทวนและเพิ่ม ความเข้าใจ และยังเหมาะกับผู้สร้างเนื้อหาให้คนอื่นฟัง เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น

Speechify ดีกว่าแปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint จริงไหม?

แม้ PowerPoint จะมีฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง พื้นฐาน แต่ Speechify เหนือกว่าด้วยการอ่านสไลด์ทั้งงาน เสียงเหมือนจริง และฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพอีกมาก ไม่ได้มีแค่การฟัง ด้วยการใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง ร่วมกับ voice typing ผู้ช่วย AI ฟังก์ชันจดบันทึก และการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม Speechify ช่วยพลิกวิธีจัดการเนื้อหาของคุณ ใครต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น และลุคมืออาชีพ ย่อมตอบโจทย์มากกว่า

คำถามพบบ่อย

วิธีใช้แปลงข้อความเป็นเสียงใน PowerPoint ที่ดีที่สุดคืออะไร?

วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง ร่วมกับ Speechify ฟังได้ทั้งงาน เลือกเสียงกว่า 200 รูปแบบ ปรับความเร็วได้สูงสุด 4.5 เท่า ฟังต่อเนื่องข้ามสไลด์

PowerPoint อ่านสไลด์ออกเสียงอัตโนมัติได้ไหม?

PowerPoint มี Speak ฟีเจอร์พื้นฐาน แต่ Speechify ทำได้ดีกว่าและลื่นกว่า อ่านทั้งงานด้วยเสียงเหมือนคนและควบคุมได้มากกว่า

จะฟัง PowerPoint แทนอ่านได้อย่างไร?

แค่อัปโหลดไฟล์ไปที่ Speechify แล้วฟังเหมือนหนังสือเสียง ด้วยเสียงคุณภาพสูง เลือกความเร็วได้ และมี ไฮไลท์ข้อความ ให้ตามไปด้วย

มีแอปแปลงข้อความเป็นเสียงบน PowerPoint ฟรีไหม?

PowerPoint มีฟีเจอร์เริ่มต้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ Speechify ให้แปลงข้อความเป็นเสียงได้ครบกว่า พร้อม voice typing ฟรี และฟีเจอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน

เปลี่ยนเสียงอ่านใน PowerPoint ได้ไหม?

PowerPoint ปรับเสียงได้ค่อนข้างน้อย ส่วน Speechify มีให้เลือกมากกว่า 200 เสียง ใน 60+ ภาษา เพื่อประสบการณ์ฟังที่ตรงสไตล์คุณมากขึ้น

เร่งความเร็วการอ่านใน PowerPoint ได้หรือไม่?

PowerPoint ปรับความเร็วได้จำกัด แต่ Speechify ปรับได้สูงสุด 4.5 เท่า ฟังไวขึ้นตามสไตล์ที่สะดวก

แปลงข้อความเป็นเสียงช่วยทบทวน PowerPoint ได้จริงไหม?

ได้ผลจริง และ Speechify ยังดีกว่าเดิมเพราะฟังไปพร้อมกับ ไฮไลท์ข้อความ และใช้ Voice AI Assistant ช่วยสรุปและอธิบายสไลด์ให้เข้าใจง่ายขึ้น

ใช้แปลงข้อความเป็นเสียงกับ PowerPoint notes ได้ไหม?

ใช้ได้ แต่ Speechify จะอ่านทั้งสไลด์และโน้ตได้ต่อเนื่อง เสียงคุณภาพสูงและค้นหาย้อนหลังสะดวกกว่ามาก

Speechify ใช้กับไฟล์ PowerPoint ได้ไหม?

ใช้ได้แน่นอน Speechify รองรับ PowerPoint, PDF, เอกสาร, อีเมล, และ หน้าเว็บต่าง ๆ เป็นผู้ช่วย Voice AI Productivity Assistant แบบครบจบในตัวเดียว

เปลี่ยน PowerPoint เป็นเสียงหรือพอดแคสต์ได้ไหม?

ได้เลย Speechify เปลี่ยน PowerPoint เป็นไฟล์เสียงหรือเป็น AI podcasts ฟังง่าย แชร์สะดวก ได้ทุกที่

เพิ่มเสียงพากย์ใน PowerPoint ได้ไหม? 

ถ้าอยากเพิ่ม เสียงพากย์ลงใน PowerPoint ใช้ Speechify Studio ได้เลย 

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม