1. หน้าหลัก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. ทำไมเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงจึงเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่ทุกที่ทำงานควรมี

ทำไมเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงจึงเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่ทุกที่ทำงานควรมี

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียง อย่างเช่น Speechify ช่วยเร่งการทำงานได้ในแบบที่การพิมพ์ทั่วไปเทียบไม่ติด คนส่วนใหญ่พูดได้เร็วกว่าพิมพ์ และ การพิมพ์ด้วยเสียง ช่วยลดคอขวดระหว่างไอเดียกับผลงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร แปลงข้อความเป็นเสียง ช่วยให้พนักงานร่างเนื้อหา จดบันทึก ทำงานด้านธุรการ และสื่อสารระหว่างทีมได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น

ความเร็วคือข้อได้เปรียบด้านประสิทธิภาพที่สัมผัสได้ทันที แม้แต่คนที่พิมพ์เก่งโดยเฉลี่ยก็มักจะอยู่ที่ 40-70 คำต่อนาที ขณะที่คนส่วนใหญ่พูดได้เร็วกว่านั้นเป็นเท่าตัว ด้วยเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียง พนักงานสามารถ ร่างอีเมลได้ในไม่กี่วินาที, สร้างเอกสารยาว ๆ ได้เร็วกว่า เก็บไอเดียไว้โดยไม่สะดุด และทำงานพิมพ์ซ้ำ ๆ ได้อย่างลื่นไหล ในสภาพแวดล้อมที่ต้องพึ่งพาการสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษร เวลาที่ประหยัดได้จะทยอยสะสมตลอดทั้งวัน

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียง มีประโยชน์อย่างยิ่งในสายงานที่ต้องทำเอกสารจำนวนมาก เช่น แพทย์ กฎหมาย ที่ปรึกษา อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา และงานบริการลูกค้า ที่พนักงานต้อง สร้างรายงาน บันทึก คำแนะนำ และสรุปต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยลดภาระทางสมอง

การพิมพ์ต้องอาศัยการ ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน: ทั้งคิดไอเดีย, ไวยากรณ์, การสะกด, รูปแบบ และตำแหน่งปุ่มไปพร้อมกัน การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยแบ่งเบาภาระส่วนนี้ได้

พนักงานสามารถพูดได้ตามธรรมชาติและปล่อยให้อัลกอริทึมแปลงเสียงเป็นข้อความ กระบวนการนี้ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการสนทนามากกว่าการเขียนด้วยตัวเอง ซึ่งมักจะนำไปสู่:

  • ไอเดียต่อเนื่องลื่นไหลกว่าเดิม
  • ถ่ายทอดความคิดได้รอบด้านขึ้น
  • ลดสิ่งรบกวนขณะทำงาน
  • คุณภาพเนื้อหาดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก

สำหรับพนักงานสายความรู้จำนวนมาก การพิมพ์ด้วยเสียง กลายเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการบันทึกข้อมูลที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องหยุดเพื่อแก้คำผิดหรือรื้อประโยคใหม่

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยเสริมสุขภาพกาย

สุขภาพของพนักงานในที่ทำงานส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง การบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ ๆ อาการเมื่อยล้าของมือ หรือการนั่งหน้าคีย์บอร์ดเป็นเวลานาน ล้วนทำให้พนักงานทำงานช้าลงหรือขาดงาน การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยเหลือผู้ที่มีอาการปวดข้อมือ อาการอุโมงค์ข้อมือ ปวดไหล่หรือคอ เคลื่อนไหวไม่สะดวก หรือมีอาการบาดเจ็บชั่วคราว การพิมพ์แบบแฮนด์ฟรีช่วยลดความเครียดทางร่างกาย ให้พนักงานมีสมาธิได้นานขึ้น และยังทำงานได้อย่างสบายแม้จะใช้คีย์บอร์ดได้ลำบาก

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ทำงานหลายอย่างบนหลายอุปกรณ์พร้อมกันได้

ทุกวันนี้ที่ทำงานมักเป็น สภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน พนักงานสลับใช้งานระหว่างอุปกรณ์ แท็บ เอกสาร และระบบต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ทำงานที่ต้องเขียนไปพร้อมกับงานอื่น เช่น

  • ดูข้อมูลในสเปรดชีต
  • ตรวจทานงานนำเสนอ
  • อ่านเอกสารหรือไฟล์ PDF
  • ทำงานกับระบบ CRM
  • ดูแลการติดต่อกับลูกค้า

ยังใช้งานได้ดีทั้งใน แอปมือถือ, หน้าเว็บ, เดสก์ท็อป และ ปลั๊กอินในเบราว์เซอร์ รองรับทั้งทีมไฮบริดและทีมรีโมท

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงช่วยเรื่องการเข้าถึงและข้อกำหนดต่าง ๆ

องค์กรสมัยใหม่ต้องรองรับพนักงานที่หลากหลาย และการพิมพ์ด้วยเสียงก็ถือเป็นหนึ่งใน เทคโนโลยีช่วยเหลือ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ช่วยผู้ที่มี ดิสเล็กเซีย, ADHD, ปัญหาทางสายตา ข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว หรือมีความยากลำบากในการอ่านเขียน การใช้เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงยังช่วยให้องค์กรสอดคล้องกับมาตรฐานการเข้าถึง เช่น พระราชบัญญัติผู้พิการของสหรัฐฯ และ แนวทางเนื้อหาเว็บที่เข้าถึงได้ (WCAG) เครื่องมือที่เข้าถึงง่ายช่วยเพิ่มการรักษาพนักงาน ความเท่าเทียม และประสิทธิภาพโดยรวมของทีม

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงช่วยทีมบันทึกข้อมูลได้แม่นยำขึ้น

ในที่ประชุม ระดมสมอง สัมภาษณ์ หรือคุยกับลูกค้า มักมีข้อมูลแน่นหรือเดินเรื่องเร็ว การพิมพ์ด้วยเสียง ช่วยให้ทีมสามารถถอดเสียงจากบทสนทนา จดบันทึกได้ชัดเจนขึ้น เก็บข้อสรุป สิ่งที่ต้องลงมือทำ และสรุปเพื่อนำไปทบทวนภายหลัง ความแม่นยำจะมีมากขึ้นเมื่อไม่ต้องพึ่งความจำหรือกระดาษ และ เทคโนโลยีแปลงเสียงเป็นข้อความ ยังช่วยแบ่งปันข้อมูลข้ามแผนก หรือเก็บเอกสารสำหรับฝึกอบรมและการปฏิบัติตามข้อบังคับต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้การสื่อสารมีคุณภาพดีขึ้น

หลายคนรู้สึกไม่ทันกับอีเมลจำนวนมากหรือกำหนดส่งงานที่กระชั้น เครื่องมือ การพิมพ์ข้อความด้วยเสียง ทำให้การสื่อสารเป็นธรรมชาติและชัดเจนขึ้น พนักงานสามารถพูดเป็นประโยคเต็ม ๆ โดยไม่ต้องสะดุดกับการสะกดหรือกังวลเรื่องการใช้แป้นพิมพ์

ช่วยลดเวลาการแก้ไขงานและยกระดับมาตรฐานการสื่อสารให้สม่ำเสมอในงานเขียนทุกช่องทาง

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาแม่ทำงานได้ง่ายขึ้น

ที่ทำงานยุคใหม่มีความเป็นสากลมากขึ้น และพนักงานหลายคน ต้องใช้ภาษาที่สองในการทำงาน เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงช่วยพนักงานที่สื่อสารได้หลายภาษาด้วยการ:

  • ลดปัญหาการสะกดคำผิด
  • ให้สามารถสื่อสารด้วยถ้อยคำเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยเพิ่มความตระหนักเรื่องการออกเสียง
  • รองรับ มากกว่า 60 ภาษา ในหลายแอป

ช่วยให้การสื่อสารลื่นไหลขึ้น และลดความเครียดจากการเขียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่

ข้อจำกัดของเครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงในที่ทำงาน

ถึงแม้ เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียง จะมีข้อดีมากในการเพิ่มประสิทธิภาพงาน แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน การรู้ข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยให้องค์กรใช้งานได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

1. เสียงรบกวนส่งผลต่อความแม่นยำ

ออฟฟิศแบบเปิดและพื้นที่ทำงานร่วมสร้าง เสียงซ้อนทับ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการถอดเสียงหรือออกคำสั่งไม่ตรง จำเป็นต้องใช้หูฟังหรือหาสภาพแวดล้อมที่เงียบกว่า

2. คำศัพท์เฉพาะในอุตสาหกรรมอาจต้องแก้ไขเพิ่มเติม

สายเทคนิค เช่น กฎหมาย การแพทย์ วิศวกรรม การเงิน มักมีคำเฉพาะตัวที่ AI อาจถอดผิดหรือไม่รู้จัก หากไม่ได้ช่วยปรับแก้ด้วยมือ

3. กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ส่งผลต่อการนำมาใช้

บางคนอาจไม่อยากพูด ข้อมูลสำคัญหรือความลับ ออกมาให้ระบบฟัง บริษัทอาจต้องมีแนวทางการใช้เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงในประเด็นที่เป็นความลับหรือส่วนตัวให้ชัดเจน

4. ความชัดเจนเวลาพูดต่างกันในแต่ละคน

คนที่พูดเร็ว เสียงเบา หรือสำเนียงจัด อาจต้องปรับตัวบ้าง แต่ AI ยุคใหม่ช่วยพัฒนาการ เข้าใจสำเนียง ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

5. เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงได้ผลดีที่สุดเมื่อไมโครโฟนมีคุณภาพ

ฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าหรือไมโครโฟนในตัวแล็ปท็อป บางรุ่น อาจทำงานได้ไม่ดีเท่าไมโครโฟนหรือชุดหูฟังเฉพาะทางหรืออุปกรณ์ที่อัปเดตล่าสุด

Speechify ช่วยให้งานในที่ทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอย่างไร

Speechify Voice Typing และ Dictation ใช้งานได้บน iOS, Android, ส่วนขยาย Chrome, แอป Mac และ เว็บแอป ทำให้พนักงานใช้งานได้ต่อเนื่องทุกอุปกรณ์ ทีมงานใช้ Speechify เพื่อพิมพ์อีเมล รายงาน เอกสาร ลดเวลาในการพิมพ์และทำให้ไอเดียไม่สะดุด และเนื่องจาก Speechify เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงใช้ฟรี พนักงานจึงเริ่มใช้ได้ทันที

Speechify ยังมี เครื่องมือแปลงข้อความเป็นเสียง ที่ช่วยให้พนักงานฟังงานเขียนของตัวเองอีกครั้งเพื่อตรวจทานงาน ช่วยจับข้อผิดพลาด เพิ่มความชัดเจน และปรับแก้เอกสารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Speechify ยังสามารถเรียนรู้รูปแบบการพูดและการแก้ไขของผู้ใช้งานแต่ละคน จึงรู้สึกเหมือนปรับแต่งให้เข้ากับตัวเอง รองรับทั้งเรื่องการเข้าถึงและประสิทธิภาพในทีมที่หลากหลายทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

การพิมพ์ด้วยเสียงเพิ่มประสิทธิภาพในที่ทำงานส่วนใหญ่ได้จริงไหม?

จริง สำหรับพนักงานจำนวนมาก การพิมพ์ด้วยเสียงเร็วกว่าใช้แป้นพิมพ์ Speechify Voice Typing ให้คุณพูดแทนพิมพ์ ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น และเพราะเปิดใช้ฟรี ทีมสามารถลองใช้ได้โดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย

พนักงานต้องฝึกอบรมถึงจะใช้เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงได้ไหม?

ต้องการการฝึกอบรมน้อยมาก ส่วนใหญ่ใช้งานเป็นเองได้เร็ว และ Speechify จะปรับปรุงตัวเองจากการเรียนรู้การแก้ไขและรูปแบบการเขียนของผู้ใช้ ยิ่งใช้งานก็ยิ่งรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น การพิมพ์ด้วยเสียงจะยิ่งสะดวกขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

การพิมพ์ด้วยเสียงแม่นยำพอสำหรับงานมืออาชีพไหม?

โดยทั่วไปแล้ว แม่นยำ Speechify ใช้ระบบ รู้จำเสียงพูด ที่ทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมเงียบ ๆ และยิ่งดีขึ้นเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ พนักงานยังใช้เครื่องมือ แปลงข้อความเป็นเสียง ฟังผลงานตัวเองเพื่อตรวจทานได้อีกด้วย

อุตสาหกรรมไหนเหมาะกับการใช้งานการพิมพ์ด้วยเสียงมากที่สุด?

ทุกงานที่ต้องพึ่งพาการเขียนอย่างมาก เช่น สาธารณสุข กฎหมาย การศึกษา อสังหาฯ บริการลูกค้า ที่ปรึกษา และงานด้านคอนเทนต์

การพิมพ์ด้วยเสียงช่วยผู้ที่มีข้อจำกัดการใช้งานหรือไม่?

แน่นอน Speechify Voice Typing ช่วยพนักงานที่มีดิสเล็กเซีย ADHD ความท้าทายทางร่างกาย และปัญหาด้านการมองเห็น ให้สามารถถ่ายทอดความคิดผ่านเสียงพูดแทนการพิมพ์

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม