1. หน้าหลัก
  2. TTS
  3. แปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs: ทุกเรื่องที่คุณควรรู้
Updated on TTS

แปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs: ทุกเรื่องที่คุณควรรู้

Tyler Weitzman

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน

ปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักรณรงค์เรื่องดิสเล็กเซียและการเข้าถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

การเข้าถึงและการสื่อสารที่ง่ายเป็นเรื่องสำคัญ Google Docs เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ใช้ร่วมกับ แปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) หากคุณเคยสงสัยวิธีใช้งานฟีเจอร์นี้ คุณมาถูกที่แล้ว เราจะแนะนำวิธีใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง ใน Google Docs แบบทีละขั้นตอน ให้คุณเปลี่ยนข้อความให้กลายเป็นเสียงได้สบายๆ

ภาพรวมของฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียง

แปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนข้อความให้เป็นเสียงพูด ช่วยเหลือผู้มีปัญหาอ่านหนังสือหรือการเรียนรู้ รวมถึงคนที่ถนัดฟังมากกว่าอ่าน ฟีเจอร์นี้ยังช่วยให้ฟังเนื้อหาไปทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน

ภาพรวม Google Docs

Google Docs คือเครื่องมือสร้างเอกสารออนไลน์บนคลาวด์ ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Chrome ให้หลายคนช่วยกันแก้ไขไฟล์แบบเรียลไทม์ มาพร้อมฟีเจอร์ปรับแต่งตัวหนังสือ ใส่ลิงก์ รูปภาพ และเทมเพลต รองรับ Voice Typing, คอมเมนต์ และการติดตามการเปลี่ยนแปลง เชื่อมกับ Google Drive จัดการสิทธิ์ ดู/แก้ไข/มอบหมายงานได้ ปลอดภัย เข้าถึงได้ทุกที่ เหมาะทั้งบุคคลทั่วไป สถานศึกษา และธุรกิจ

ข้อดีของการใช้แปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

ไม่ว่าคุณจะชอบเรียนรู้ผ่านการฟัง ต้องการให้เข้าถึงเนื้อหาง่ายขึ้น หรืออยากพักสายตา การใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง มีข้อดีเพียบ เช่น การใส่ แปลงข้อความเป็นเสียง ในขั้นตอนทำงานบน Google Docs:

  • เข้าถึงง่าย: Google Docs แปลงข้อความเป็นเสียง ช่วยให้ผู้มี บกพร่องทางสายตา หรือบกพร่องด้านการอ่านฟังเนื้อหาได้สะดวก
  • ทำหลายอย่างพร้อมกัน: ฟังเอกสาร Google Docs ขณะทำงานอื่น เหมาะมากสำหรับคนยุ่ง
  • ฝึกภาษา: รองรับหลายภาษา ได้ยินสำเนียงและจังหวะที่ถูกต้อง ช่วยฝึกภาษาจริงจัง
  • ช่วยเรียนและความเข้าใจ: หลายคนเข้าใจและจดจำข้อมูลได้ดีกว่าหากได้ยินเสียง
  • พิสูจน์อักษร: ฟังเนื้อหาช่วยให้จับคำผิดหรือประโยคแปลกๆ ที่อ่านแล้วสะดุดได้ง่ายขึ้น
  • ครอบคลุมทุกกลุ่ม: เมื่อมีตัวเลือกให้ฟังเสียง ก็ทำให้เนื้อหาครอบคลุมทั้งคนที่ไม่ถนัดอ่านและผู้มีความต่างด้านทักษะ
  • ลดอาการล้าสายตา: สำหรับใครที่ต้องจ้องคอมนานๆ ฟังแทนอ่านช่วยพักสายตา ลดความเหนื่อยล้า
  • เพิ่มการมีส่วนร่วม: ฟังเอกสารช่วยให้โฟกัสกับเนื้อหาและซึมซับข้อมูลได้มากขึ้น
  • ยืดหยุ่น: เหมาะกับผู้ใช้มือถือ ฟังระหว่างเดินทางหรือเดินเล่น ติดตามข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องมองจอ
  • ปรับแต่งได้: หลายเครื่องมือ แปลงข้อความเป็นเสียง รวมถึง Google Docs เลือกความเร็ว/เสียงผู้พูดได้ตามใจ

วิธีเปิดแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

Google Docs เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการทำงานเอกสารร่วมกัน และทำได้มากกว่าการพิมพ์ทั่วๆ ไป

แม้ Google Docs จะยังไม่มีฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง ในตัว แต่ก็ยังใช้ฟีเจอร์นี้บน Google Docs ได้ผ่านวิธีต่อไปนี้:

  1. โปรแกรมอ่านหน้าจอ
  2. Add-on
  3. ส่วนขยาย
  4. แอป

มาดูรายละเอียดแต่ละวิธีในการใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง บน Google Docs ในคู่มือนี้กัน

วิธีที่ 1: ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอสำหรับแปลงข้อความเป็นเสียงกับ Google Docs

หากต้องการใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอกับ Google Docs ให้เริ่มจากเปิดใช้งาน screen reader support ทำตามขั้นตอนนี้:

1. เปิดเอกสารของคุณ

2. คลิก “เครื่องมือ” (Tools) ในแถบเครื่องมือของ Google Docs

3. เลือก “การช่วยสำหรับการเข้าถึง” เพื่อเปิด “การตั้งค่าการช่วยสำหรับการเข้าถึง”

Tap Accessibility

4. ติ๊ก “เปิดใช้งานสนับสนุนโปรแกรมอ่านหน้าจอ” ในเมนูการช่วยสำหรับการเข้าถึง

5. กด “ตกลง”

Turn on Screen Reader Support

6. เลือกโปรแกรมอ่านหน้าจอ ขั้นตอนด้านบนเป็นการเปิดให้ใช้ screen reader กับ Google Docs แต่ยังไม่ทำให้ Google Docs อ่านออกเสียงอัตโนมัติ คุณต้องเลือกโปรแกรมอ่านหน้าจอให้เหมาะกับอุปกรณ์ เช่น ตัวอย่างที่ใช้บ่อยได้แก่:

  • ข้ามแพลตฟอร์ม - Speechify
  • Windows – NVDA หรือ JAWS
  • ChromeOS – ChromeVox
  • macOS – VoiceOver

เรามีคู่มือของแต่ละตัวให้ดูด้านล่างนี้

ข้ามแพลตฟอร์ม: วิธีใช้ Speechify แปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

หากต้องการโปรแกรมอ่านหน้าจอที่ใช้ได้ทุกอุปกรณ์ Speechify ตอบโจทย์ วิธีใช้ Speechify มีดังนี้:

  1. ไปที่ Speechify.com แล้วล็อกอินหรือสมัครบัญชีใหม่
  2. มีหลายวิธีนำข้อความ Google Docs มาใช้กับ Speechify:
    • วางข้อความ: คัดลอกและวางได้ ทั้งจากเว็บไซต์ บทความ หรือ Google Docs กด “ใหม่,” “เอกสารข้อความ” แล้ววางเนื้อหาที่ Speechify
    • ลิงก์เว็บ: วางลิงก์ Google Doc ตรงไปที่ “ใหม่” แล้วเลือก “ลิงก์เว็บ”
    • อัปโหลดไฟล์: สามารถอัปโหลดเอกสาร/PDF ด้วยการกด “ใหม่” แล้วเลือก “เอกสารในเครื่อง”
  3. เลือกเสียงและตั้งค่าต่างๆ ได้ตามใจ เช่น ปรับความเร็วหรือเปลี่ยนเสียงพูด
  4. กดปุ่มเล่น แล้วฟังข้อความที่ถูกแปลงเป็นเสียงผ่าน Speechify
  5. ควบคุมการเล่น: กดหยุด ข้าม หรือย้อนกลับได้ตามต้องการขณะฟัง

Windows: ใช้ NVDA เพื่อแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

ถ้าคุณใช้ Windows เลือก NVDA เพื่อใช้งานฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง ทำตามขั้นตอนนี้บน Chrome เวอร์ชันล่าสุด:

  1. ไปที่ Google Docs แล้วเปิดไฟล์
  2. กด NVDA + Ctrl + K
  3. ปิด Speak typed characters และ Speak typed words
  4. (เลือกได้) เปลี่ยนคีย์ลัด NVDA ไม่ให้ชนกับ Docs ไปที่ Properties ในแท็บ Shortcut แล้วแก้ Shortcut key เช่น Ctrl + Shift + S

Windows: ใช้ JAWS เพื่อแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

ผู้ใช้ Microsoft มีอีกตัวเลือกคือ JAWS วิธีใช้ JAWS กับ Google Docs บน Windows:

  1. เปิด Google Doc
  2. กด Ctrl + Alt + Z เพื่อเริ่มอ่าน
  3. ควบคุมการอ่านด้วยคำสั่งต่อไปนี้:
    • เลื่อนไปอักษรถัดไป/ก่อนหน้า: ลูกศรขวา/ซ้าย
    • เลื่อนไปยังคำถัดไป/ก่อนหน้า: Ctrl + ลูกศรขวา/ซ้าย
    • ไปต้น/ท้ายบรรทัด: Home / End
    • เลื่อนไปบรรทัดถัดไป/ก่อนหน้า: ลูกศรลง/ขึ้น
    • อ่านจากเคอร์เซอร์ถึงจบ: Insert + ลูกศรลง
    • อ่านบรรทัดปัจจุบัน: Insert + ลูกศรขึ้น
    • อ่านบรรทัดถัดไป/ก่อนหน้า: Insert + ลูกศรลงหรือขึ้น (ในโหมด line)

ChromeOS: ใช้ ChromeVox อ่านเสียงใน Google Docs

ถ้าคุณใช้ ChromeVox บน Chrome OS เมื่อเปิดเอกสาร ระบบจะเริ่มอ่านเสียงให้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม

macOS: ใช้ VoiceOver เปลี่ยนข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

สำหรับผู้ใช้ Mac VoiceOver คือ screen reader หลัก

  1. ไปที่ Google Docs แล้วเปิดเอกสาร
  2. หากตั้งค่า “อ่านเว็บเพจอัตโนมัติ” ไว้ VoiceOver จะเริ่มอ่านทันที
  3. ควบคุมการอ่านด้วยคีย์ลัดดังนี้
    • โฟกัสกลับสู่พื้นที่แก้ไข: กด Escape
    • โต้ตอบกับข้อความ: กด VoiceOver + Shift + ลูกศรลง

วิธีที่ 2: ใช้ Add-on สำหรับแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

แทนที่จะใช้ screen reader คุณสามารถใช้ Add-on เพื่อให้ Google Docs มีฟีเจอร์ แปลงข้อความเป็นเสียง ได้ ทำตามนี้เพื่อติดตั้ง Add-on:

  1. เปิดเอกสาร Google Docs ผ่าน Chrome
  2. คลิกที่เมนูด้านบนตรง “ส่วนขยาย” (Extensions)
  3. จากเมนู เลือก “Add-ons” แล้ว “รับ Add-ons”

4. ค้นหา “Text to speech”

5. ติดตั้ง Add-on ที่ต้องการใช้งาน

6. เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เลือกข้อความที่ต้องการให้เสียงอ่าน

7. คลิก “Add-ons” อีกครั้ง แล้วเลือกตัวเลือกแปลงข้อความเป็นเสียง เช่น “Speak”

8. ข้อความที่เลือกจะถูกอ่านออกเสียงด้วยเสียงที่คุณตั้งไว้

วิธีที่ 3: ใช้ส่วนขยาย Chrome สำหรับแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

ถ้าต้องการใช้ แปลงข้อความเป็นเสียง ได้สะดวกและเสียงสมจริงที่สุด แนะนำติดตั้งส่วนขยาย Speechify บน Chrome ตามขั้นตอนนี้:

  1. เปิดเว็บ Chrome แล้วไปที่ Chrome Web Store
  2. ค้นหา “Speechify”
Search Speechify

3. ติดตั้งส่วนขยาย แล้วกดยืนยันสิทธิ์ที่จำเป็น

4. เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เปิด Google Docs ของคุณ

5. จะมีปุ่มเล่นปรากฏทางซ้ายมือ

6. คลิกปุ่มเล่นเพื่อฟังข้อความที่เลือกในเอกสาร

7. ปรับความเร็วการเล่นและเสียงพูดได้ตามชอบ

ส่วนขยาย Chrome อื่นๆ สำหรับแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

ส่วนขยาย Chrome อื่นๆ สำหรับแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs เช่น:

Read Aloud

Read Aloud คือส่วนขยาย Chrome ที่อ่านข้อความบนหน้าเว็บและ Google Docs พร้อมไฮไลท์ข้อความ ปรับความเร็ว/เลือกเสียงได้ หรือแปลภาษา มีตัวเลือกเสียง AI ให้เลือก การใช้งานทำได้ดังนี้:

  1. ติดตั้ง “Read Aloud” จาก Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. คลิกไอคอน “Read Aloud” ใน Chrome toolbar
  4. ปรับเสียง/ความเร็วได้ตามต้องการ
  5. กดเล่นเพื่อเริ่มแปลงข้อความเป็นเสียง
Select and Speak

Select and Speak เป็น ส่วนขยายแปลงข้อความเป็นเสียง ที่อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ รวมถึง Google Docs เลือกเสียง ระดับเสียง และความเร็วได้ วิธีใช้:

  1. ติดตั้ง “Select and Speak” ใน Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. คลิกไอคอน “Select and Speak” ใน Chrome toolbar
SpeakIt!

SpeakIt! เป็นส่วนขยาย แปลงข้อความเป็นเสียง ที่อ่าน Google Docs หรือเว็บอื่นๆ ให้ฟัง มีเสียงให้เลือกหลากหลาย รองรับกว่า 50 ภาษา ปรับความเร็วได้ ใช้งานตามขั้นตอนนี้:

  1. ติดตั้ง “SpeakIt!” จาก Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. ไฮไลท์ข้อความที่ต้องการฟัง
  4. คลิกขวา แล้วเลือก “SpeakIt!” จากเมนู
ReadSpeaker TextAid for Chrome

ReadSpeaker TextAid เป็นส่วนขยายด้านการเข้าถึงสำหรับ Google Docs อ่านข้อความในเอกสารและมีฟีเจอร์ไฮไลท์ การตั้งค่าง่ายๆ ตามนี้:

  1. ติดตั้ง “ReadSpeaker TextAid for Google Docs” ใน Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. ใช้งานฟีเจอร์ ReadSpeaker จาก toolbar หรือเมนูได้เลย
Read&Write for Google Chrome

Read&Write for Google Chrome คือเครื่องมือช่วยอ่านและเขียนแบบครบชุด มี ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียง พร้อมเสียงสมจริง วิธีใช้งาน Read&Write:

  1. ติดตั้ง “Read&Write for Google Chrome” จาก Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. ใช้งานฟีเจอร์ Read&Write และ แปลงข้อความเป็นเสียง จาก toolbar

วิธีที่ 4: ใช้แอปสำหรับแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs บนอุปกรณ์พกพา

หากต้องการใช้ Google Docs แปลงข้อความเป็นเสียง บนมือถือ ให้ใช้แอป Speechify ใน iOS หรือ Android ทำตามขั้นตอนนี้เพื่อเชื่อมต่อกับ Google Docs:

  1. ดาวน์โหลดแอป Speechify จาก Google Play หรือ App Store
  2. เข้าสู่ระบบหรือสมัครบัญชี โดยสามารถใช้บัญชี Google ได้
  3. แตะ “เพิ่ม” ที่แถบเครื่องมือด้านล่างในแอป Speechify
  4. เลือก “Google Drive”
  5. อนุญาตให้ “Speechify” เข้าถึงบัญชี Google ของคุณ
  6. เลือก Google Doc ที่ต้องการฟังเสียง
  7. กดปุ่มเล่น และปรับเสียงผู้พูดหรือความเร็วได้
  8. (เลือกได้) หากไม่อยากเชื่อมบัญชี Google หลังข้อ 3 ให้เลือก “วางลิงก์เว็บไซต์” แล้ววางลิงก์ Google Doc ที่ต้องการฟังเสียงแทน

แอปอื่นๆ ที่แปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs

แอปมือถือที่ใช้ร่วมกับ Google Docs เพื่อ แปลงข้อความเป็นเสียง เช่น:

Voice Dream Reader

Voice Dream Reader เป็นแอป iOS ที่มีเสียงธรรมชาติหลากหลาย ใช้กับ Google Docs ได้ทันที วิธีใช้งานแอป:

  1. ติดตั้งแอป “Voice Dream Reader” จาก App Store
  2. เปิด Google Docs บน iOS
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. แตะปุ่ม “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “Voice Dream” จากตัวเลือกแชร์

แอปจะเปิดและเริ่มอ่านออกเสียงข้อความที่เลือก

NaturalReader

NaturalReader เป็นแอป แปลงข้อความเป็นเสียง ใช้งานง่ายบน iOS และ Android เสียงสมจริง เหมาะกับคนที่อยากแปลงข้อความใน Google Docs เป็นเสียงโดยตรง วิธีใช้งาน:

  1. ติดตั้งแอป “Natural Reader” จาก App Store
  2. เปิด Google Docs บนอุปกรณ์ iOS
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. แตะ “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “NaturalReader” จากตัวเลือกแชร์
  6. แอปจะเปิดและอ่านข้อความที่เลือกออกเสียงให้ทันที
Google Text-to-Speech

Google Text-to-Speech คือแอปของ Google ที่ให้ฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงสำหรับ Google Docs และแอป Android อื่นๆ เปิดเสียงอ่านเพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้ใช้ วิธีใช้งานมีดังนี้:

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแอป Google Text-to-Speech บน Android (ส่วนใหญ่มาพร้อมเครื่องแล้ว)
  2. เปิด Google Docs ผ่านแอปบน Android
  3. เลือกข้อความที่ต้องการให้เสียงอ่าน
  4. แตะ “เพิ่มเติม” (จุดสามจุด)
  5. เลือก “อ่านออกเสียง”
  6. ระบบจะอ่านข้อความที่เลือกออกเสียงให้
TalkBack

TalkBack เป็นระบบช่วยเข้าถึงสำหรับผู้ใช้ Android ให้เสียงอ่านและช่วยนำทางใน Google Docs และแอปอื่นๆ รองรับผู้มี บกพร่องทางสายตา วิธีใช้ TalkBack:

  1. เปิด “TalkBack” ในการตั้งค่าการช่วยเข้าถึงของ Android
  2. เปิด Google Docs บน Android
  3. เลือกข้อความที่ต้องการให้เสียงอ่าน
  4. แตะข้อความสองครั้งให้ TalkBack อ่านออกเสียง
Voice Aloud Reader

Voice Aloud Reader เป็นแอปบน iOS และ Android ใช้ควบคู่กับ Google Docs ปรับเสียงและฟีเจอร์ต่างๆ ได้ตามต้องการ วิธีใช้ Voice Aloud Reader:

  1. ติดตั้ง “Voice Aloud Reader” จาก Google Play Store
  2. เปิด Google Docs บน Android
  3. เลือกข้อความที่ต้องการให้เสียงอ่าน
  4. แตะ “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “Voice Aloud Reader” จากตัวเลือกแชร์
  6. แอปจะเริ่มอ่านข้อความทันที
ClaroSpeak

ClaroSpeak รองรับหลายแพลตฟอร์ม เช่น Android/iOS ใช้งานกับ Google Docs ให้เสียงคุณภาพสูง มีตัวเลือกเสียงและไฮไลท์ข้อความช่วยให้เข้าใจเนื้อหา วิธีใช้ตามนี้:

  1. ติดตั้ง “ClaroSpeak” จาก App Store
  2. เปิด Google Docs บน iOS
  3. เลือกข้อความที่ต้องการให้เสียงอ่าน
  4. แตะ “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “ClaroSpeak” จากเมนูแชร์
  6. แอปจะเริ่มอ่านข้อความ พร้อมทั้งมีเสียงและการตั้งค่าให้ปรับแต่งได้

วิธีเปิดพูดเป็นข้อความใน Google Docs ด้วยฟีเจอร์พื้นฐาน

หากคุณชอบ แปลงข้อความเป็นเสียง อาจลอง “พูดเป็นข้อความ” (Speech to Text) ด้วย Google Docs ที่มีฟีเจอร์ในตัวชื่อ “Voice Typing” วิธีใช้:

  1. เปิด Google Docs ของคุณ
  2. ไปที่ “เครื่องมือ” ในเมนูด้านบน
  3. เลือก “Voice typing” ในเมนู
  4. คลิกไอคอนไมโครโฟน แล้วให้สิทธิ์ไมโครโฟนหากมีแจ้งเตือน
  5. เริ่มพูด ระบบจะถอดคำพูดเป็นตัวอักษรแบบเรียลไทม์

แปลงข้อความเป็นเสียงที่ดีที่สุดใน Google Docs คือ Speechify

Speechify โดดเด่นในฐานะตัวเลือก แปลงข้อความเป็นเสียง ยอดนิยม ใช้กับ Google Docs, Excel, เว็บเพจ ไปจนถึงเอกสารจริงผ่านฟีเจอร์ OCR มีทั้งแอปมือถือ เว็บ และส่วนขยาย Chrome ช่วยให้คุณแปลงข้อความเป็นเสียงได้ทุกที่ ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iOS, Android, Mozilla, หรือ Microsoft Windows PC, Chromebook, Mac, หรือ Web.

ด้วยทางเลือกมากมายสำหรับ แปลงข้อความเป็นเสียง ใน Google Docs นี่คือเหตุผลที่ Speechify เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด:

  1. เสียงสมจริง: กว่า 200 เสียง อารมณ์ และ AI voices ใน 60+ ภาษา เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ใกล้เคียงเสียงมนุษย์ที่สุด
  2. รองรับหลายภาษา: ฟังได้ทั้งอังกฤษ สเปน รัสเซีย ฝรั่งเศส ฯลฯ ครอบคลุมผู้ใช้ทั่วโลก
  3. ฟังแบบออฟไลน์: ใช้งานได้บน iOS, Android, Mac, Windows, และ Web หรือ Speechify Chrome Extension ฟัง Docs ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
  4. ปรับแต่ง: เลือกเสียง AI, ปรับความเร็ว และตั้งค่าต่างๆ ได้ตามใจ
  5. ไฮไลท์ข้อความ: Speechify ไฮไลท์คำที่อ่าน เพิ่มทั้งความเข้าใจและการมีส่วนร่วม
  6. เสียงคนดัง: ผู้ใช้พรีเมียมสามารถเลือกเสียงคนดังอย่าง Gwyneth Paltrow, Snoop Dogg ได้

ลอง ใช้ฟรีกับ Speechify เพื่อสัมผัสประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น

แปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Docs: คำถามที่พบบ่อย

ติดตั้งส่วนขยาย Speechify สำหรับ Chrome จากนั้นเปิด Google Doc ของคุณ แล้วกดปุ่มเล่นที่ด้านซ้ายเพื่อฟังเอกสารด้วยเสียง AI สมจริง

ได้ เมื่อใช้งานคู่กับ เครื่องมือแปลงข้อความเป็นเสียง เช่น Speechify หรือ NaturalReader

ใช้ Speechify เพื่อแปลงข้อความเป็นเสียงบน Google Docs บน Chromebook ได้ทันที

ใน Google Docs คลิก "เครื่องมือ" ด้านบน แล้วเลือก "Voice typing" เพื่อเปิดใช้ไมค์และแปลงคำพูดเป็นข้อความทันที

เข้าสู่ระบบ Google แล้วไปที่เว็บไซต์หรือแอป Google Docs

เปิด Google Docs ไปที่ "ไฟล์" > "ใหม่" > "จากเทมเพลต"

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Tyler Weitzman

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน

ปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักรณรงค์เรื่องดิสเล็กเซียและการเข้าถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Speechify

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน และหัวหน้าฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ของ Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 100,000 รายการ ไวทซ์แมนสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยจบปริญญาตรีคณิตศาสตร์ และปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ สายปัญญาประดิษฐ์ เขาติดโผผู้ประกอบการชั้นนำ 50 คนของนิตยสาร Inc. และถูกพูดถึงในสื่ออย่าง Business Insider, TechCrunch, LifeHacker, CBS และสื่ออื่น ๆ งานวิจัยระดับปริญญาโทของไวทซ์แมนเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์และการแปลงข้อความเป็นเสียง โดยวิทยานิพนธ์ของเขามีชื่อว่า: “CloneBot: Personalized Dialogue-Response Predictions.”

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม