วันนี้ Speechify ประกาศเปิดตัว Speechify Voice Typing บน iOS และ Mac เครื่องมือพิมพ์ด้วยเสียงฟรีไม่จำกัด ช่วยให้ผู้ใช้เขียนด้วยเสียงในทุกแอปบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่างจากเครื่องมือดีคเทตพื้นฐานที่แค่แปลงเสียงเป็นข้อความแล้วต้องมานั่งไล่แก้เอง Speechify ใช้ AI ช่วยลบคำฟุ่มเฟือย แก้ไวยากรณ์ ใส่เครื่องหมายวรรคตอน และจัดประโยคแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อความพร้อมใช้ ไม่ต้องเสียเวลาเกลาหลังพูดเสร็จ
สามารถใช้งานได้แล้วในรูปแบบคีย์บอร์ด iOS ใช้ได้ทุกแอปบน iPhone และเป็นแอปเดสก์ท็อปบน Mac เรียกใช้งานด้วยปุ่มเดียว การพูดเร็วกว่าใช้คีย์บอร์ด 3-5 เท่าสำหรับคนส่วนใหญ่ และ Speechify Voice Typing ถูกออกแบบมาเพื่อดึงข้อได้เปรียบนี้ออกมาใช้กับทุกแอปที่มืออาชีพและนักศึกษาใช้งานเป็นประจำ เช่น Gmail, Slack, Google Docs, Notion, Messages, ChatGPT และอื่น ๆ
Speechify Voice Typing คืออะไรและทำงานยังไง
Speechify Voice Typing ติดตั้งเป็นคีย์บอร์ดพิเศษบน iOS และเป็นปุ่มไมค์ลอยบน Mac บน iPhone ผู้ใช้แค่สลับมาใช้คีย์บอร์ด Speechify กดปุ่มไมค์แล้วเริ่มพูด ระบบจะฟัง แปลงเสียงพูดเป็นข้อความสะอาด แล้วใส่ในช่องที่ต้องการ เช่น Slack, อีเมล, โน้ต, ช่องค้นหา หรือฟอร์ม ขั้นตอนการใช้งานคือ เปิดคีย์บอร์ด กดปุ่มไมค์ (จะเห็นคลื่นเสียงกับปุ่มยืนยันสีฟ้า) แล้วข้อความที่ได้จะถูกเติมลงช่องป้อนอัตโนมัติ ทั้งวงจรนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที
บน Mac, Speechify Voice Typing เป็นปุ่มไมค์อยู่ใน dock ตลอดเวลา กดปุ่ม fn เพื่อเริ่มพูด พูดตามปกติ ระบบจะพิมพ์ข้อความที่เกลามาแล้วลงในแอปที่โฟกัสอยู่ เช่น Apple Notes, Microsoft Word, Outlook, Notion, Google Docs หรือช่องข้อความใด ๆ บนเดสก์ท็อป รุ่น Mac ใช้งานได้ทั่วทั้งระบบโดยไม่ต้องสลับแอปหรือเปลี่ยนวิธีทำงานเลย
จุดเด่นของ Speechify Voice Typing คือชั้น AI แก้ไขอัตโนมัติที่เหนือกว่าเครื่องมือถอดเสียงทั่วไป เวลาเราพูดตามสบายมักมีคำฟุ่มเฟือยหรือวนไปวนมา AI ของ Speechify จะประมวลผลแบบเรียลไทม์และให้ผลลัพธ์เป็นข้อความที่อ่านลื่น ไม่ใช่แค่ถอดเสียงตามคำพูด ผู้ใช้จึงพูดเร็วตามธรรมชาติแล้วยังได้งานคุณภาพระดับมืออาชีพโดยแทบไม่ต้องย้อนกลับมาแก้
Speechify Voice Typing เหมาะกับใคร
Speechify Voice Typing ออกแบบมาสำหรับทุกคนที่ต้องเขียนข้อความบ่อย ๆ และอยากประหยัดเวลาจากการพิมพ์ ใช้ได้ทั้งงานและเรื่องส่วนตัวในหลากหลายสถานการณ์
สำหรับสายงานอาชีพ Voice Typing ช่วยร่าง อีเมล เขียนรายงาน ตอบ Slack หรือทำเอกสารด้วยความเร็วระดับการพูด หากพิมพ์ได้ 40 คำ/นาที แต่พูดได้ 160 คำ/นาที ก็เท่ากับทำงานเร็วขึ้น 4 เท่า และ AI ของ Speechify ช่วยเกลาให้ข้อความพร้อมใช้โดยไม่ต้องมานั่งแก้
สำหรับ นักเรียน Voice Typing ช่วยจดโน้ต ร่างเรียงความ และบันทึกเนื้อหาวิชาโดยไม่ต้องเสียเวลากับคีย์บอร์ด เหมาะมากกับการจดไอเดียเร็ว ๆ หรือทำหลายอย่างไปพร้อมกัน
สำหรับผู้ใช้ที่มี ADHD ดิสเล็กเซีย หรือมีข้อจำกัดอื่น ๆ ที่ทำให้การพิมพ์ช้าหรือยากขึ้น Voice Typing เพิ่ม การเข้าถึง อย่างมีนัยสำคัญ การเขียนด้วยเสียงช่วยลดภาระทั้งร่างกายและสมองในการเปลี่ยนความคิดให้เป็นตัวอักษร ทำให้การสื่อสารเป็นงานเขียนสะดวกขึ้นสำหรับคนที่มองว่าการพิมพ์คืออุปสรรคใหญ่
สำหรับสายมัลติทาสก์ การดีคเทตช่วยให้พิมพ์ไปพร้อมกับเดิน ขับรถ หรือใช้มือทำงานอื่นได้ ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ทั้งบน iPhone และเดสก์ท็อป Mac แบบต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์
สำหรับครีเอเตอร์ Voice Typing ช่วยเก็บสคริปต์ ไอเดีย หรือเนื้อหาต่าง ๆ ให้ทันจังหวะความคิด ไม่ต้องเสียเวลามานั่งพิมพ์ ลดช่องว่างระหว่างไอเดียกับผลงานจริง
Speechify Voice Typing ใช้ได้ที่ไหนบ้าง
จุดเด่นหนึ่งของ Speechify Voice Typing คือความเข้ากันได้รอบด้าน บน iOS ใช้ได้ทุกที่ที่คีย์บอร์ด iOS เปิดขึ้นมา เช่น Messages, Mail, Notes, Safari หรือแอปอื่น ๆ อย่าง Gmail, Slack, Notion, Google Docs, ChatGPT, WhatsApp, LinkedIn, Twitter หรือแอปไหนก็ตามที่ต้องใช้คีย์บอร์ด ไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม แค่ติดตั้ง Speechify Keyboard แล้วเปิดใช้งานใน Settings ก็เริ่มดีคเทตได้ทุกแอปที่ต้องการ
บน Mac สามารถใช้ Speechify Voice Typing เป็นเครื่องมือระดับระบบ ทำงานได้ทั่วเดสก์ท็อป ไม่ว่าจะเขียนใน Apple Notes, สร้างไฟล์ใน Outlook, แก้ไขใน Google Docs (ผ่าน Chrome), แชทใน Slack หรือทำงานใน Notion แค่กดปุ่มไมค์ที่ dock แล้วดีคเทตข้อความเข้าแอปใดก็ได้ทันที ขั้นตอนติดตั้งบน Mac ใช้เวลาไม่กี่นาที ไม่ต้องตั้งค่าทีละแอป
ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านมาตรฐาน SOC 2 Type II หมายถึงได้มาตรฐานสูงด้านความปลอดภัย ความพร้อมใช้งาน และการปกป้องข้อมูล เนื้อหาผู้ใช้จะไม่ถูกเก็บหรือขาย เหมาะมากสำหรับมืออาชีพที่ต้องพิมพ์/ดีคเทตข้อมูลสำคัญ
เปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก
ตลาดดีคเทตและถอดเสียงมีผลิตภัณฑ์หลากหลายระดับราคาและความสามารถ Speechify Voice Typing แตกต่างจากแต่ละตัวอย่างมีนัยยะสำคัญ
Dragon by Nuance เป็นมาตรฐานทองของดีคเทตเดสก์ท็อประดับมืออาชีพ มีความแม่นยำสูงและผูกกับแอปในคอมได้ลึก Dragon ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ ติดตั้ง/ตั้งค่าใช้เวลานาน ใช้กับคอมเท่านั้น มือถือรองรับน้อย ขณะที่ Speechify Voice Typing ฟรี ติดตั้งในไม่กี่นาที ใช้ได้ทั้ง iOS กับ Mac และมีชั้น AI แก้ไขข้อความอัตโนมัติที่ Dragon ไม่มี
Apple Dictation ฝังอยู่ใน iOS และ macOS ผู้ใช้ Apple ใช้ฟรี แต่ทำได้เพียงถอดเสียง ยังไม่มี AI ช่วยเกลา ข้อความที่ได้จึงมักมีคำฟุ่มเฟือยหรือวรรคผิดจังหวะตามที่พูด ต่างจาก Speechify ที่ผ่าน AI จัดเรียงก่อนส่งผลลัพธ์ให้ Apple Dictation ยังทำงานแบบ Keyboard เดี่ยว ๆ ไม่ได้ผูกเป็นคีย์บอร์ดข้ามแอปเหมือน Speechify Keyboard บน iOS
Wispr Flow เป็นเครื่องมือดีคเทต AI สำหรับ Mac ที่เริ่มเป็นที่นิยม มีฟีเจอร์ถอดเสียงพร้อม AI คล้าย Speechify แต่ต้องเสียเงินหลังช่วงทดลองและใช้ได้เฉพาะ Mac ไม่มีคีย์บอร์ดบน iOS Speechify Voice Typing ให้ประสบการณ์บน Mac ใกล้เคียงกัน และยังมีคีย์บอร์ดบน iOS ครบจบสำหรับคนที่สลับระหว่างมือถือกับคอมอยู่ตลอด
Google Docs Voice Typing เป็นฟีเจอร์ฟรีใน Google Docs ใช้ได้เฉพาะใน Google Docs ไม่รองรับแอปอื่น ไม่ใช่คีย์บอร์ดระดับระบบ และไม่มี AI เกลาข้อความ Speechify Voice Typing ใช้ข้ามแอปทั้งบน iOS และ Mac พร้อม AI แก้ไขที่ Google Docs ไม่มี
Microsoft Dictate ที่อยู่ใน Microsoft 365 ใช้ดีคเทตใน Word, Outlook, OneNote ได้ แต่จำกัดเฉพาะในแอป Microsoft ไม่สามารถพิมพ์ข้ามแอปได้เหมือน Speechify ที่ใช้ได้กับทุกแอปโดยไม่ล็อกอยู่ในค่ายใด
Otter.ai เน้นถอดเสียงประชุม/สนทนามากกว่าดีคเทตสดแบบ Speechify เหมาะสำหรับบันทึกเสียงในการประชุม ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคีย์บอร์ดสำหรับดีคเทตข้ามหลายแอป และส่วนใหญ่ใช้ฟรีได้น้อย ต้องจ่ายเงินถึงจะได้ฟีเจอร์เต็ม
Whisper จาก OpenAI เป็นโมเดลรู้จำเสียงที่ให้แอปอื่นเอาไปพัฒนาต่อ แม่นยำสูงแต่ต้องต่อ API หรือติดตั้งแอปที่สร้างบน Whisper ไม่ใช่แอปพร้อมใช้สำหรับผู้ใช้ปลายทางแบบ Speechify Voice Typing
Rev คือบริการถอดเสียงโดยมนุษย์หรือ AI ที่แม่นยำสูงสำหรับเสียงที่อัดไว้ ใช้กับไฟล์ย้อนหลัง ไม่ได้เหมาะกับการดีคเทตสดหรือพิมพ์สดข้ามแอป เปิดให้ใช้ฟรีได้จำกัด ส่วนใหญ่ต้องซื้อ
Windows Speech Recognition และฟีเจอร์ voice access ใหม่ใน Windows 11 ช่วยดีคเทตบน Windows แต่ใช้กับ iOS ไม่ได้ ขณะที่ Speechify Voice Typing ครอบคลุม iOS และ Mac ในผลิตภัณฑ์เดียว
เครื่องมือ AI ด้านงานเขียน เช่น Notion AI, Grammarly ช่วยตรวจและแก้ข้อความหลังพิมพ์ ไม่ใช่เครื่องมือดีคเทตด้วยเสียงตั้งแต่ต้นทาง
ประสบการณ์ติดตั้งและเริ่มใช้งาน
เริ่มใช้ Speechify Voice Typing บน iOS จะมี onboarding ขั้นตอนชัดเจนนำผู้ใช้ติดตั้งคีย์บอร์ดและเปิดสิทธิ์ไมค์ในไม่กี่คลิก ระบบจะแจ้งให้ไปเปิด Speechify Voice Keyboard ใน iOS Settings เปิดสิทธิ์ไมค์เพื่อให้รับเสียง แล้วเริ่มดีคเทตได้เลย มีข้อความยืนยันชัดเจนว่า Speechify จะไม่เก็บหรือขายเนื้อหาที่พูด และใช้ไมค์เพื่อฟังก์ชันพูดเป็นข้อความเท่านั้น เมื่อติดตั้งเสร็จสามารถใช้งานได้ทุกแอปทันที
บน Mac แค่ดาวน์โหลดแอป Speechify แล้วจะมีปุ่มไมค์ใน dock และใช้ปุ่ม fn เปิดดีคเทตได้ทันที สามารถพิมพ์ในแอปไหนก็ได้ภายในไม่กี่นาทีหลังติดตั้ง อินเทอร์เฟซกลมกลืนกับ macOS ปุ่มไมค์ลอยจะโผล่ก็ต่อเมื่อผู้ใช้กดเริ่มดีคเทตเท่านั้น
Speechify Voice Typing ในแพลตฟอร์ม Speechify
Speechify Voice Typing เป็นหนึ่งในระบบแพลตฟอร์ม productivity ด้วยเสียงที่มีผู้ใช้มากกว่า 55 ล้านรายทั่วโลก Speechify ยังมี Text to Speech แปลงข้อความเป็นเสียง, Voice AI Assistant สรุปข้อมูลและตอบแบบสนทนา, AI Podcasts สร้างพอดแคสต์อัตโนมัติ และ Speechify Work ให้ผู้ใช้มอบหมายงานวิจัย รายงาน หรือสไลด์ให้ AI ช่วยจัดการ
Voice Typing คือชั้น input ของแผน productivity ด้วยเสียง ส่วน Text to Speech คือ output แปลงข้อความเป็นเสียง ทั้งหมดรวมกันกลายเป็นอินเทอร์เฟซที่ให้สื่อสารหรือทำงานได้ด้วยเสียงตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าผู้ใช้ต้องการ
การที่ Voice Typing ให้ใช้ฟรี สะท้อนพันธกิจของ Speechify ที่อยากทำให้ productivity ด้วยเสียงเข้าถึงผู้ใช้ทุกคนทั่วโลก รวมถึงคน 2 พันล้านที่มีความท้าทายอย่าง ดิสเล็กเซีย, ADHD, สายตาเสีย ออทิสติก วิตกกังวล หรือเรียนภาษาที่สอง ที่ทำให้การพิมพ์ยุ่งยากหรือช้ากว่ามาก
รายละเอียดชั้น AI Auto-Editing
จุดเด่นที่ทำให้ Speechify Voice Typing ต่างจากเครื่องมือดีคเทตอื่น คือ AI auto-editing ที่ช่วยปรับแต่งข้อความก่อนจะส่งให้ผู้ใช้ เข้าใจส่วนนี้จะทำให้เห็นชัดว่าทำไมระบบนี้ใช้งานจริงแล้วดีกว่าการถอดเสียงดิบแบบตรงตัว
เวลาพูดตามธรรมชาติ โครงสร้างจะออกแบบมาเพื่อให้คนฟังเข้าใจง่าย แต่ไม่ค่อยเหมาะกับการอ่าน เช่น ประโยคยาว ความคิดขาดช่วง หรือคำว่า “เอ่อ”, “คือ”, “ก็”, “ประมาณนี้” เต็มไปหมด เครื่องหมายวรรคตอนจะวางตามจังหวะหยุดหายใจ ไม่ตรงแบบงานเขียน ถ้าถอดแบบ raw จึงต้องเสียเวลามานั่งแก้ให้ลื่นตา
AI ของ Speechify จะรับข้อความที่เพิ่งถอด แล้วรีบช่วยปรับในทันที คำฟุ่มเฟือยจะถูกลบ ประโยคถูกจัดใหม่ให้อ่านเข้าใจง่าย เครื่องหมายวรรคตอนตรงตามมาตรฐานงานเขียน ไวยากรณ์ถูกต้อง ผู้ใช้พูดสบาย ๆ ก็ยังได้งานเขียนคุณภาพพร้อมใช้โดยไม่ต้องแก้ซ้ำ เช่น มืออาชีพร่างอีเมลงานแล้วอยากกดส่งเลยไม่ต้องย้อนลบคำเกิน หรือเด็กนักเรียนจดโน้ตก็ไม่ต้องมาจัดประโยคใหม่ AI ของ Speechify จึงช่วยลดความยุ่งยากและทำให้ดีคเทตมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการพิมพ์ ไม่ใช่แค่เร็วกว่า
อินเทอร์เฟซบนแต่ละอุปกรณ์
บน iOS เน้นการใช้คีย์บอร์ด Speechify ซึ่งมาแทนหรือเสริมคีย์บอร์ดหลัก เมื่อเปิดแอปที่ต้องพิมพ์แล้วสลับมาใช้ Speechify Keyboard จะเห็นอินเทอร์เฟซเรียบง่าย ปุ่มไมค์เด่นชัด กดไมค์เพื่อเข้าสู่โหมดฟัง จะเห็นคลื่นเสียงกับปุ่มยืนยันสีฟ้า เมื่อพูดเสร็จและกดยืนยัน ข้อความที่ผ่านการเกลาจะเด้งขึ้นในช่องกรอกทันที
กรณีใช้งานกับ Slack จะช่วยให้เห็นภาพการทำงานได้ชัด เปิดแชนแนล Slack สลับมาใช้ Speechify Keyboard กดไมค์ พูดตามปกติ แล้วข้อความที่ได้จะถูกจัดรูปแบบให้เรียบร้อย สะอาด พร้อมส่ง ลดภาระการตรวจทาน
หน้าดีคเทตแบบแยกบน iOS จะแสดงขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่ช่องว่างเปล่า เข้าสู่โหมดรับเสียง (เห็นคลื่น) ไปจนจบด้วยข้อความแบบย่อหน้า เนื้อหาที่ได้เป็นงานเขียนเต็มรูปแบบ แสดงให้เห็นว่า AI แปลงเสียงพูดเป็นข้อความที่อ่านได้เลย ไม่ใช่ถอดคำต่อคำดิบ ๆ
บน Mac ประสบการณ์ผูกอยู่กับปุ่มไมค์ที่ dock และปุ่ม fn บนคีย์บอร์ด เช่น ระหว่างใช้งาน Apple Notes จะเห็นปุ่มไมค์ Speechify ที่ dock พร้อม tooltip แจ้งให้กด fn เพื่อดีคเทต พอพูดจบ ข้อความสะอาดจะโผล่ในเอกสารแบบเรียลไทม์ อินเทอร์เฟซฝังตัวกับ Mac ไม่รบกวนวิธีทำงานเดิมหรือดึงสมาธิไปไหน ใช้ดีคเทตร่วมกับแอปใน dock เช่น Slack, Outlook, Mail, Notes, Notion, Microsoft Word, Google Docs, Safari, Chrome ได้ทันที ชัดเจนว่าใช้กับแอปไหนก็ได้
ภาพตัวอย่างข้ามแอปมีทั้ง Chrome, Slack, Notion, Google Docs, ChatGPT พร้อมข้อความที่ถอดจากเสียงแบบธรรมชาติ แสดงให้เห็นว่า Voice Typing ใช้ได้กับทุกแอปทำงานทั้งบนมือถือและเดสก์ท็อป ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แอปใดแอปหนึ่ง
ทำไมฟรีและไม่จำกัดถึงสำคัญ
การให้ Speechify Voice Typing ฟรีไม่จำกัดถือว่าสำคัญ เพราะในอดีตเครื่องมือดีคเทตมืออาชีพมักต้องจ่ายแพง Dragon by Nuance ต้องซื้อไลเซนส์รายผู้ใช้ Wispr Flow เก็บค่าสมัครรายเดือนหลังทดลอง Otter.ai เปิดให้ใช้ฟรีแค่บางส่วน ส่วน Microsoft Dictate กับ Google Voice Typing แม้ใช้ฟรีแต่ก็ยังขาดชั้น AI ช่วยเกลาข้อความ
Speechify เลยตัดค่าใช้จ่ายออกจากสมการ คนที่มีดิสเล็กเซีย ADHD หรือมีข้อจำกัดอื่น ๆ จะใช้ดีคเทต AI ได้ฟรี ไม่ต้องควักเงินก้อน แถมได้ทั้ง iOS และ Mac นักเรียนที่ไม่มีงบซื้อซอฟต์แวร์ productivity ก็เข้าถึงได้ มืออาชีพที่อยากลองดีคเทตแบบจริงจังก่อนเปลี่ยน workflow ก็ใช้ได้ฟรีไร้ความเสี่ยง
คำว่า “ไม่จำกัด” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เครื่องมือฟรีส่วนใหญ่มักจำกัดเวลาหรือจำนวนคำต่อเดือน การดีคเทตแบบ unlimited หมายถึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตัดกลางทางหรือโดนบังคับให้อัปเกรดระหว่างทำงาน ใช้งานต่อเนื่องได้สบายใจตั้งแต่วันแรก
สัญญาณจากยุคใหม่ของ productivity ด้วยเสียง
การเปิดตัว Speechify Voice Typing บน iOS และ Mac สะท้อนเทรนด์ที่เสียงกำลังจะกลายเป็นช่องป้อนข้อมูลหลักบนคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ คีย์บอร์ดครองโลกดิจิทัลมานานแต่มีข้อจำกัดสองอย่าง คือ ต้องใช้มือ/สายตา (ไม่สะดวกเวลาเดิน ขับรถ หรือทำอย่างอื่นไปด้วย) และพิมพ์ช้ากว่าการพูดหลายเท่า
ด้วยความแม่นของระบบรู้จำเสียง และ AI ที่ช่วยเกลาอัตโนมัติ วันนี้การดีคเทตไม่ได้เหมาะแค่กับสายงานเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป Speechify Voice Typing แสดงให้เห็นว่าการเขียนด้วยเสียงทำได้จริงในทุกแอป ทุกวัน ทุกประเภทงาน เขียนได้คุณภาพใช้งานจริง ศึกษาและเริ่มต้นใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ speechify.com
การวางจำหน่าย
Speechify Voice Typing พร้อมแล้วสำหรับ iOS ในรูปแบบคีย์บอร์ด ดาวน์โหลดได้จาก App Store และบน Mac เป็นแอปเดสก์ท็อป ใช้งานดีคเทตฟรี ไม่จำกัด ปัจจุบัน Speechify พร้อมใช้งานบน iOS, Android, เว็บ, Mac, Windows และ Chrome Extension ดูรายละเอียด Voice Typing Dictation เพิ่มเติมที่ speechify.com
เกี่ยวกับ Speechify
Speechify เป็นแพลตฟอร์ม AI voice และ productivity ชั้นนำที่มีผู้ใช้กว่า 55 ล้านคนทั่วโลก มีผลิตภัณฑ์อย่าง Text to Speech, Voice Typing Dictation, AI Podcasts, Voice AI Assistant และ Speechify Work สำหรับให้มืออาชีพฝากงานเชิงลึกให้ทีม AI ดูแล ในปี 2025 Speechify ได้รับรางวัล Apple Design Award ในงาน WWDC ตอกย้ำผลงานเด่นด้าน accessibility และ productivity ปัจจุบัน Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 แบบในกว่า 60 ภาษา ใช้งานแล้วใน 200 ประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ speechify.com