1. หน้าหลัก
  2. การพิมพ์ด้วยเสียง
  3. ทำไมการพูดแทนการพิมพ์จึงเร็วกว่าการพิมพ์ด้วยมือมาก

ทำไมการพูดแทนการพิมพ์จึงเร็วกว่าการพิมพ์ด้วยมือมาก

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

การพูดแทนการพิมพ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ การพิมพ์ด้วยเสียง หรือ พูดเป็นข้อความ กลายเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างเนื้อหาข้อความบนอุปกรณ์ต่าง ๆ แทนที่จะต้องพิมพ์บนแป้นพิมพ์ ผู้ใช้แค่พูดตามปกติ ขณะที่ซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนเสียงให้เป็นข้อความแบบเรียลไทม์ เครื่องมืออย่าง Speechify ทำให้ขั้นตอนนี้ลื่นไหลบนอุปกรณ์ทุกชนิด และเมื่อความแม่นยำดีขึ้น AI สมัยใหม่ก็ยิ่งปรับตัวเข้ากับสไตล์การพูดของแต่ละคน จนการพูดแทนการพิมพ์เหนือกว่าการพิมพ์ด้วยมือทั้งด้านความเร็วและประสิทธิภาพ

การพูดเร็วกว่าการพิมพ์โดยธรรมชาติ

ส่วนใหญ่แล้ว คนเราพูดได้เร็วกว่าพิมพ์มาก โดยทั่วไปพูดในจังหวะสนทนาเฉลี่ยที่ 130-170 คำต่อนาที ขณะที่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักพิมพ์ได้เพียง 40-60 คำต่อนาที แม้แต่คนที่พิมพ์คล่องก็ยังยากจะเร็วกว่านี้ การพูดแทนการพิมพ์ จึงช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางกายภาพของนิ้วมือและแป้นพิมพ์ ทำให้งานเขียนวิ่งไปทันความคิด ไม่ได้ช้าตามความเร็วในการพิมพ์

เมื่อใช้เครื่องมืออย่าง การพิมพ์ด้วยเสียง บน Speechify การเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้จะเปลี่ยน “ฟีลลิ่ง” ของการเขียนไปเลย จากเดิมต้องคอยหยุดเพื่อกดแป้นพิมพ์ กลั่นคำทีละตัว กลายเป็นว่าความคิดไหลลื่นต่อเนื่อง หลายคนพูดประโยคยาว ๆ คำตอบละเอียด ๆ หรือแม้แต่ร่างต้นฉบับฉบับเต็มได้สบายขึ้น เพราะไม่ต้องหยุดกลางคันมานั่งแก้คำผิดหรือจัดรูปประโยคขณะพิมพ์

พูดแทนพิมพ์ ลดอุปสรรคทางความคิดระหว่างเขียน

การพิมพ์ต้อง จัดการหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งคิดไอเดีย คิดโครงประโยค สะกดคำ เว้นวรรคตอน ไปจนถึงวางนิ้วให้ถูกปุ่ม แต่การพูดแทนพิมพ์ตัดภาระพวกนี้ออกไปได้เยอะ ผู้ใช้โฟกัสที่ “จะพูดอะไร” แล้วปล่อยให้ซอฟต์แวร์ช่วยถอดเสียงออกมาเป็นตัวหนังสือแทน

ระบบ พิมพ์ด้วยเสียง ของ Speechify พัฒนาต่อเนื่องโดยเรียนรู้จากการแก้ไข คำเฉพาะ ชื่อ หรือรูปแบบการเขียนของแต่ละคน ต่างจากระบบยุคก่อนที่ผู้ใช้ต้องปรับวิธีพูดให้เครื่องเข้าใจ ตอนนี้ซอฟต์แวร์ต่างหากที่คอยปรับตัวเข้าหาผู้ใช้ ทำให้รู้สึกเหมือนคุยกับเพื่อน ไม่เหมือนคุยกับหุ่นยนต์

พูดแทนพิมพ์ ช่วยจับไอเดียก่อนจะลืม

ไม่ว่าจะเป็นการระดมความคิด ร่างโครงเรื่อง ข้อความสำหรับส่ง หรือเก็บความคิดที่วิ่งไว การพิมพ์มักทำให้ช้าลง ฟีเจอร์พูดแทนพิมพ์ ช่วยให้ผู้ใช้เก็บไอเดียได้ทันที ต่อให้ยังพูดไม่จบหรือยังไม่เรียบร้อย หลายคนใช้ Speechify พูดจดความคิดไว้ก่อน จะได้ไม่เสียจังหวะหรือหลงลืมประเด็นสำคัญ

การพูดไอเดียดัง ๆ ยังช่วยลดกำแพงก่อนเริ่มเขียนจริง สำหรับนักเขียน นักเรียน นักข่าว นักวิจัย หรือคนทำงานออฟฟิศ การพูดแทนพิมพ์ช่วยลดความลังเล และช่วยปลดล็อก writer’s block ในช่วงตั้งต้นได้ดี ซึ่งในช่วงนี้ “ความเร็ว” สำคัญกว่าความเป๊ะของถ้อยคำ

พิมพ์ผิดน้อยลง ขัดจังหวะน้อยลง

ข้อผิดพลาดระหว่างพิมพ์กินเวลาไปโดยไม่รู้ตัว แม้แต่คนที่พิมพ์เร็วก็ยังต้องเสียจังหวะหยุดมาแก้ซ้ำ ๆ การพูดแทนพิมพ์ช่วยสะกดคำอัตโนมัติ รับมือคำยาว คำซับซ้อน และอาศัยบริบทรอบข้างช่วยให้ถอดเสียงได้แม่นขึ้น

เมื่อใช้ Speechify ผู้ใช้ใช้เวลาน้อยลงกับการกดย้อน ลบ แก้คำผิดจุกจิก และมีสมาธิกับการเล่าเนื้อหาและความต่อเนื่องของงานมากขึ้น ช่วยให้ส่งร่างงานได้เร็วทันเดดไลน์

รวดเร็วขึ้นทุกอุปกรณ์และทุกสภาพแวดล้อม

การพูดแทนพิมพ์ยิ่งมีประสิทธิภาพบนมือถือที่พิมพ์ยากและช้า Speechifyพิมพ์ด้วยเสียง ใช้ได้ทั้งบนโทรศัพท์ แท็บเล็ต Chromebook และคอมพิวเตอร์ ทำให้เขียน อีเมล โน้ต หรือเอกสาร ได้สบาย ไม่ว่าสกรีนจะเล็กหรือไม่มีคีย์บอร์ดก็ตาม

ความยืดหยุ่นแบบนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องสลับอุปกรณ์ไปมาตลอดทั้งวัน หรือทำงานหลายโลเคชัน ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ห้องเรียน หรือทำงานนอกสถานที่

โอกาสเขียนเร็วขึ้นสำหรับทุกคน

ไม่ใช่ทุกคนจะพิมพ์ได้เร็วหรือคล่อง การพูดแทนการพิมพ์ช่วยให้นักเรียน มืออาชีพ คนเรียนภาษาที่สอง รวมถึงผู้มีภาวะ ดิสเล็กเซีย, สมาธิสั้น หรือข้อจำกัดด้านร่างกาย สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องติดกับข้อจำกัดของแป้นพิมพ์

ฟีเจอร์พูดแทนพิมพ์ของ Speechify ทำให้การเขียนเร็วขึ้นและเข้าถึงง่ายขึ้น โฟกัสแค่เนื้อหาและไอเดีย ไม่ต้องเสียเวลาไปกับวิธีป้อนข้อความ

ใช้แรงน้อยลง เขียนเร็วได้นานขึ้น

การพิมพ์ต่อเนื่องนาน ๆ อาจทำให้ล้า ปวดข้อมือ หรือเกิดอาการเจ็บซ้ำ ๆ เมื่อร่างกายเริ่มไม่ไหว ความเร็วในการพิมพ์ก็จะตกลง การพูดแทนพิมพ์จึงช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ เปิดทางให้คุณทำงานได้นานขึ้นโดยไม่ต้องฝืนร่างกาย

สำหรับงานที่ต้องเขียนหรือทำเอกสารหนัก ๆ หลายคนพบว่า การพิมพ์ด้วยเสียง ของ Speechify ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความยั่งยืนต่อสุขภาพมากกว่าการพิมพ์ด้วยมืออย่างเดียว

AI ช่วยเพิ่มความเร็วในการพูดแทนการพิมพ์อย่างไร

ความก้าวหน้าของ AI และ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ช่วยยกระดับ ระบบรู้จำเสียง ให้แม่นยำยิ่งขึ้น ฟีเจอร์อย่างการเว้นวรรคตอนอัตโนมัติ รองรับสำเนียงหลากหลาย การเดาคำจากบริบท และการตัดเสียงรบกวน ช่วยให้ผู้ใช้เสียเวลากับการไล่แก้คำผิดน้อยลง แล้วหันไปโฟกัสที่การสร้างเนื้อหาได้เต็มที่

Speechify พัฒนาฟีเจอร์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคน เพื่อให้การพูดแทนพิมพ์เร็ว ลื่น และแม่นยำมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

แม้ว่า การพูดแทนพิมพ์จะเร็วกว่ามากในหลายสถานการณ์ แต่อาจมีบางกรณีที่การพิมพ์ยังตอบโจทย์กว่า:

  • สภาพแวดล้อมเสียงดัง: เสียงรบกวนอาจทำให้ระบบถอดเสียงคลาดเคลื่อน จึงควรใช้ในที่ค่อนข้างเงียบหรือใช้หูฟังพร้อมไมโครโฟน
  • ความเป็นส่วนตัว: บางคนไม่สะดวกใจที่จะพูดเนื้อหาส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญออกมาดัง ๆ
  • พูดเร็วหรือพูดไม่ชัด: ความชัดของเสียงมีผลต่อความแม่นยำ อาจต้องพูดช้าลง ชัดขึ้นเล็กน้อย
  • ศัพท์เฉพาะ: ศัพท์เทคนิคหรือคำย่อ บางครั้งอาจต้องกลับมาแก้เอง ขึ้นอยู่กับการรองรับในแต่ละภาษา

ถึงจะมีข้อจำกัดเหล่านี้ แต่โดยรวมแล้ว การพูดแทนพิมพ์ก็ยังเร็วกว่าการพิมพ์ด้วยมือในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่

ทำไม Speechify ทำให้พูดแทนพิมพ์เร็วขึ้นอีก

Speechify ให้บริการ พิมพ์ด้วยเสียงฟรี ครอบคลุมทั้ง iOS, Android, ส่วนขยาย Chrome, แอป Mac และ เว็บแอป ทำให้พูดแทนพิมพ์ได้ต่อเนื่องทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะใช้ Speechify ร่างอีเมล เอกสาร จดไอเดียด่วน หรือช่วยลดข้อผิดพลาดขณะเขียนก็ทำได้เร็วขึ้นแน่นอน

Speechify ยังรองรับการ อ่านออกเสียงข้อความ ช่วยให้อ่านทวน ตรวจเนื้อหา และแก้ไขได้สะดวกขึ้น อีกทั้ง Speechify ยังเรียนรู้จากการแก้ไขและสำเนียงของแต่ละคน ทำให้การพูดแทนพิมพ์เร็วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งสำหรับนักเรียน มืออาชีพ และผู้ใช้หลายภาษา

คำถามที่พบบ่อย

การพูดแทนพิมพ์เร็วกว่าการพิมพ์สำหรับคนส่วนใหญ่จริงหรือ?

สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ คำตอบคือใช่ การพูดมักเร็วกว่า และช่วยให้เขียนได้ทันจังหวะความคิดมากกว่าการพิมพ์ธรรมดา

ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษสำหรับพูดแทนพิมพ์ไหม?

ไม่จำเป็น แค่มีโทรศัพท์ แล็ปท็อป แท็บเล็ต หรือไมโครโฟนในตัวเครื่องก็เริ่มต้นใช้งาน Speechify ได้แล้ว

การพูดแทนพิมพ์ช่วยแก้ writer’s block ได้ไหม?

ได้ การพูดออกมามักจะรู้สึกเป็นธรรมชาติ คลายความเกร็ง ช่วยให้เริ่มเขียนและต่อยอดไอเดียได้ง่ายขึ้น

ความแม่นยำของการพูดแทนพิมพ์เพียงพอสำหรับงานมืออาชีพรึเปล่า?

ระบบ รู้จำเสียงยุคใหม่ อย่าง Speechify มีความแม่นยำสูง และจะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามการใช้งานจริง

พูดแทนพิมพ์ใช้กับมือถือได้ดีหรือเปล่า?

ได้ การพิมพ์ด้วยเสียง เร็วกว่าแตะแป้นพิมพ์บนหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตหลายเท่า


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม