เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงมีมานานกว่าที่หลายคนคิด พร้อมหรือยัง? จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้ย้อนกลับไปถึงช่วงปลายทศวรรษ 1950 ในญี่ปุ่น
ถ้าพูดกันในเชิงเทคนิคจริง ๆ ความพยายามของมนุษย์ในการทำให้เครื่องจักรเลียนเสียงมนุษย์มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1003 แต่ประเด็นที่เราจะพูดถึงคือ "Text-to-Speech" หรือการใช้ AI แปลงข้อความให้เป็นเสียงพูด
อย่างไรก็ตาม ในยุคหลังซอฟต์แวร์แปลงข้อความเป็นเสียงพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด กฎของมัวร์ระบุว่า จำนวนทรานซิสเตอร์บนไมโครชิปจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกสองปี ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เทคโนโลยีอย่าง text-to-speech จึงพัฒนาได้รวดเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
Speechify
Speechify คือผู้นำด้านเทคโนโลยี text to speech ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้กว่า 25 ล้านคนทั่วโลก พร้อมรีวิว 5 ดาวมากกว่า 250,000 รีวิว และเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์แปลงข้อความเป็นเสียงที่เติบโตเร็วที่สุดบนทุกแอปสโตร์
ส่วนขยาย Speechify สำหรับ Chrome และ Edge ใช้งานได้ทั้งบน Mac และ Windows นอกจากนี้ยังดาวน์โหลดได้บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น iOS, iPhone, Android หรือ iPad
แปลงข้อความเป็นเสียงได้แบบเรียลไทม์ และฟัง Google Docs ด้วยเสียงที่หลากหลายซึ่งฟังดูเป็นธรรมชาติราวกับเสียงคนจริง
ฟีเจอร์เด่น:
- ฟังเสียงคนดังที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ
- อ่านตามข้อความไปพร้อมกับเสียงได้
- ฟังได้เร็วสูงสุด 4.5x พร้อมเสียงอ่านที่คมชัด
ราคา
- ทดลองใช้ Speechify ได้ฟรี
- ดูราคาอัปเดตได้ที่ หน้าราคา ของเรา
Speechify ยังมีผลิตภัณฑ์ใน Studio อีกหลายรายการ เช่น ai voice generator สำหรับ พากย์เสียง, พากย์ซับ, การสร้างเสียงของตัวเอง และอีกมากมาย เหมาะสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการสร้างพอดแคสต์ ภาพยนตร์ หรือสารคดีอย่างมืออาชีพ
ฟีเจอร์เด่นของ Speechify
เชื่อมต่อได้อย่างลื่นไหล: Speechify ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มและอุปกรณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเบราว์เซอร์ สมาร์ทโฟน และอื่น ๆ ผู้ใช้จึงเปลี่ยนข้อความจากเว็บไซต์ อีเมล PDF และอีกมากมายให้เป็นเสียงพูดได้อย่างรวดเร็ว
ปรับความเร็วได้: ปรับความเร็วในการเล่นเสียงได้ตามต้องการ จะฟังแบบเร่งสปีดเพื่อเก็บเนื้อหาเร็ว ๆ หรือฟังช้า ๆ เพื่อทำความเข้าใจให้ลึกขึ้นก็ทำได้
ฟังแบบออฟไลน์ได้: อีกหนึ่งจุดเด่นของ Speechify คือสามารถบันทึกข้อความเป็นเสียงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ จึงเข้าถึงเนื้อหาเสียงได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ไฮไลต์ข้อความ: ขณะอ่านออกเสียง Speechify จะไฮไลต์ข้อความบนหน้าจอให้ติดตามไปพร้อมกัน ช่วยเสริมความเข้าใจและจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น
Natural Reader
Natural Reader เป็นซอฟต์แวร์ TTS ที่ครบครัน มีเสียงและภาษาหลากหลาย รองรับทั้งการใช้งานออนไลน์และออฟไลน์
ฟีเจอร์เด่น:
- มีเสียงให้เลือกหลายแบบและรองรับหลายภาษา รวมถึงสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลาย
- ซิงก์ข้ามอุปกรณ์ได้ ทำงานต่อได้อย่างไม่สะดุด
- เชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นได้ผ่านแถบลอยบนหน้าจอ
- มีฟีเจอร์ตรวจทานข้อความโดยอ่านเฉพาะส่วนที่ไฮไลต์ไว้
ราคา:
Natural Reader มีเวอร์ชันฟรีที่ฟีเจอร์จำกัด และแพ็กเกจแบบชำระเงินเริ่มต้นที่ $9.99 ต่อเดือน
ข้อดีและข้อเสีย:
ข้อดี:
- มีฟีเจอร์บุ๊กมาร์กและสร้างหนังสือเสียง ช่วยให้ค้นหาเนื้อหาได้ง่าย
- เวอร์ชันพรีเมียมรองรับ OCR จึงอ่านเอกสารสแกนได้
ข้อเสีย:
- ผู้ใช้บางรายมองว่าเสียงยังไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร
- เวอร์ชันฟรีมีฟีเจอร์ค่อนข้างจำกัด
Balabolka
Balabolka เป็นซอฟต์แวร์ TTS ยอดนิยม เพราะรองรับไฟล์ได้หลากหลายและสามารถบันทึกเสียงพูดออกมาเป็นไฟล์เสียงได้
ฟีเจอร์เด่น:
- อ่านไฟล์ TXT, RTF, DOC, PDF และ HTML ได้โดยตรง
- รองรับเสียงหลากหลาย และดาวน์โหลดเสียงเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตได้
- บันทึกเสียงพูดเป็นไฟล์ WAV, MP3, MP4, OGG หรือ WMA ได้
ราคา:
Balabolka ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี 100%
ข้อดีและข้อเสีย:
ข้อดี:
- ตั้งค่าระดับเสียง ความเร็ว และโทนเสียงได้ละเอียด
- โปรแกรมขนาดเล็ก ใช้ทรัพยากรเครื่องไม่มาก
ข้อเสีย:
- อินเทอร์เฟซอาจใช้งานยากกว่า TTS ตัวอื่น
- ไม่มีการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มสร้างคอนเทนต์ยอดนิยม
Amazon Polly
Amazon Polly คือบริการ TTS บนคลาวด์ที่มอบโซลูชันยืดหยุ่นและคุ้มค่า โดยขับเคลื่อนด้วย AI
ฟีเจอร์เด่น:
- ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ และรองรับแท็กมาร์กอัปขั้นสูงอย่าง SSML
- ปรับแต่งการออกเสียงและระดับเสียงได้
- คิดราคาแบบจ่ายตามการใช้งาน เหมาะกับคอนเทนต์ทุกขนาด
ราคา:
Amazon Polly มีระดับใช้งานฟรีสำหรับ 5 ล้านตัวอักษรแรก และจะเริ่มมีค่าใช้จ่ายเมื่อใช้เกินจากนี้
ข้อดีและข้อเสีย:
ข้อดี:
- ให้เสียง TTS ที่เป็นธรรมชาติและใช้งานได้สะดวก
- ปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น กำหนดจังหวะหายใจหรือเสียงกระซิบ
ข้อเสีย:
- การเริ่มต้นเชื่อมต่ออาจต้องมีพื้นฐานด้านเทคนิคอยู่บ้าง
- อาจมีค่าใช้จ่ายสูง หากใช้งานแปลงข้อความเป็นเสียงในปริมาณมาก
Google Text-to-Speech
Google Text-to-Speech เป็นบริการ TTS จาก Google ที่โดดเด่นด้านคุณภาพเสียงและความรวดเร็ว
ฟีเจอร์เด่น:
- เสียง TTS คุณภาพสูง ใกล้เคียงเสียงมนุษย์
- รองรับหลายภาษา ปรับความเร็วได้ และฟังดูเป็นธรรมชาติ
- ใช้งานฟรีและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android ได้ง่าย
ราคา:
Google Text-to-Speech ใช้งานได้ฟรีและทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android
ข้อดีและข้อเสีย:
ข้อดี:
- เชื่อมกับแอป Google อย่าง Google Play Books และ Google Assistant ได้อย่างลื่นไหล
- มีการอัปเดตภาษาและเสียงใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ข้อเสีย:
- ตัวเลือกในการปรับแต่งและแก้ไขยังมีจำกัด
- ไม่มีแอปแยกสำหรับใช้งานบนเดสก์ท็อป
iSpeech
iSpeech ให้บริการ TTS และการแปลภาษาอัตโนมัติบนคลาวด์ ใช้งานได้ในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงงานสร้างคอนเทนต์
ฟีเจอร์เด่น:
- เสียงคุณภาพสูง ฟังดูคล้ายเสียงมนุษย์
- API เชื่อมต่อได้ง่าย เหมาะกับทั้งเว็บไซต์และแอปมือถือ
- ปรับสำเนียง คำศัพท์ และสังเคราะห์เสียงที่มีอารมณ์หลากหลายได้
ราคา:
iSpeech มีรูปแบบการสมัครสมาชิกที่ปรับให้เหมาะกับทั้งผู้สร้างรายบุคคลและองค์กรขนาดใหญ่
ข้อดีและข้อเสีย:
ข้อดี:
- ตั้งค่าการสร้างเสียงได้อย่างครอบคลุม
- เสียง TTS ปรับอารมณ์และโทนได้ เช่น ร่าเริง สงบ จริงจัง หรือโกรธ
ข้อเสีย:
- ประสบการณ์ใช้งานอาจซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น
- ผู้ใช้บางรายอาจรู้สึกว่าตัวเลือกเสียงยังมีไม่มาก
คำถามที่พบบ่อย
ซอฟต์แวร์แปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) ที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน แต่ถ้าเน้นคุณภาพเสียงสูงและฟังดูเป็นธรรมชาติ Speechify ถือเป็นซอฟต์แวร์ text to speech AI ที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่ง
ซอฟต์แวร์แปลงข้อความเป็นเสียง คือแอปที่เปลี่ยนข้อความให้เป็นเสียงพูดด้วยเทคโนโลยีสังเคราะห์เสียง ใช้สร้างไฟล์เสียงจากข้อความ รองรับ eLearning และช่วยให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น
มีซอฟต์แวร์แปลงข้อความเป็นเสียงอยู่หลายตัว เช่น ฟีเจอร์ read-aloud ใน Microsoft Word และแอปเฉพาะทางอย่าง Speechify ที่อ่านข้อความได้ทั้งจากหน้าเว็บและเอกสารหลากหลายรูปแบบ
มีบริการ AI สำหรับ text-to-speech ที่ใช้ฟรี เช่น Balabolka และความสามารถแปลงข้อความเป็นเสียงใน Google Chrome ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์พื้นฐานและใช้เสียงสังเคราะห์จาก AI
มี และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีสังเคราะห์เสียงเพื่อแปลงข้อความให้เป็นเสียงพูดที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม text-to-speech ที่น่าสนใจ เช่น Murf, Natural Reader และ Speechify ซึ่งรองรับหลายภาษา สร้างเสียงพูดสมจริง และปรับแต่งไฟล์เสียงได้
สำหรับผู้ที่มีภาวะดิสเล็กเซีย โปรแกรม text-to-speech อย่าง Natural Reader และ Speechify มีเสียงพูดที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้อ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้เรียนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

