ไม่ต้องพิมพ์ แค่พูด
พิมพ์ด้วยเสียงได้เร็วขึ้น 4 เท่าในทุกแอปและทุกเว็บไซต์ พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ — Speechify ช่วยถอดทุกคำได้อย่างแม่นยำ
ใช้งานได้บน Mac, Windows และ iPhone
ใช้ได้กับทุกแอปที่คุณใช้

พูดได้เร็วกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับการพิมพ์
ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความช่วยให้คุณพิมพ์ได้เร็วขึ้น 4 เท่า ไม่ว่าจะเป็น Google Docs อีเมล หรือข้อความ
คีย์บอร์ด
40 คำต่อนาที
การพิมพ์ด้วยเสียงของ Speechify
160 คำต่อนาที
มากกว่าการแปลงเสียงเป็นข้อความ
ลบคำติดปาก
คำอย่าง “เอ่อ”, “อ่า” หรือ “แบบ” จะถูกลบออก เพื่อให้ข้อความของคุณอ่านลื่นไหลและชัดเจน

รองรับหลายภาษา
พูดได้มากกว่า 50 ภาษา และ Speechify สลับภาษาให้อัตโนมัติได้ทันที

พจนานุกรมส่วนตัว
เพิ่มชื่อ แบรนด์ หรือคำเฉพาะเพียงครั้งเดียว แล้ว Speechify จะสะกดให้ถูกต้องเสมอ

ปรับไวยากรณ์ & ตรวจคำผิด
หากพิมพ์ผิดหรือประโยคยังไม่ลื่นไหล ระบบจะแก้ให้โดยอัตโนมัติขณะคุณพูด

มาพร้อมกับ
Speechify Reader
แอปนี้มาพร้อม Speechify Reader ที่เปลี่ยนบทความ PDF หรืออีเมลให้เป็นเสียงอ่านฟังเป็นธรรมชาติได้ทุกเมื่อ

ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ของคุณ
บนเดสก์ท็อป
พิมพ์ด้วยเสียงได้ในทุกแอปบนคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Word, Slack, อีเมล และอื่น ๆ เพียงเริ่มพูด Speechify ก็ช่วยจัดข้อความให้เรียบร้อย

ความเป็นส่วนตัวของคุณสำคัญเสมอ
ระบบจะไม่จัดเก็บเสียงของคุณโดยอัตโนมัติ และ Speechify ได้มาตรฐาน SOC 2 Type II เพื่อความปลอดภัย ข้อมูลทุกอย่างเป็นของคุณ
ปล่อยให้ Speechify พิมพ์แทนคุณ
ดาวน์โหลด Speechify แล้วเริ่มพิมพ์ด้วยเสียงของคุณได้เลย เร็วกว่า ง่ายกว่า และเป็นธรรมชาติกว่าการพิมพ์

ออกแบบมาเพื่อทุกคน
ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความเหมาะกับทุกลักษณะงาน ช่วยให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และสื่อสารได้โดยไม่ต้องแตะคีย์บอร์ด
สำหรับมืออาชีพ
พูดอีเมล รายงาน หรืออัปเดตงานได้โดยไม่สะดุด เหมาะกับงานที่ต้องการความต่อเนื่อง
สำหรับนักเรียน
จดโน้ต เขียนเรียงความ หรือบันทึกไอเดียไว้ใช้ตอนค้นคว้าหรือทบทวนได้แบบแฮนด์ฟรี
สำหรับครีเอเตอร์
เก็บไอเดีย บทพูด หรือคำบรรยายได้ทันที — พิมพ์ด้วยเสียงให้ทันทุกความคิดสร้างสรรค์ของคุณแบบเรียลไทม์
สำหรับสายมัลติทาสก์
ตอบแชต สนทนา หรือสรุปงานระหว่างทำอาหาร เดิน หรือทำอย่างอื่นได้ โดยไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด
เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น
ทำให้การพิมพ์ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ด้วยระบบแปลงเสียงเป็นข้อความที่รองรับการใช้งานแบบแฮนด์ฟรี
และอีกมากมาย
ตั้งแต่ระดมความคิด กรอกฟอร์ม ไปจนถึงเขียนคำบรรยาย — ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความปรับใช้ได้กับทุกงาน
ปล่อยให้ Speechify
พิมพ์แทนคุณ
FAQ
Speechify Voice Typing คือแอปพิมพ์ด้วยเสียงที่ใช้ AI แปลงคำพูดของคุณให้เป็นข้อความแบบเรียลไทม์ พร้อมพิมพ์ลงในแอปที่คุณใช้งานอยู่ได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เอกสาร Slack เบราว์เซอร์ และอีกมากมาย
ใช่ค่ะ ตอนนี้พิมพ์ด้วยเสียงใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก แต่ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ใช้งานได้กับทุกแอปที่พิมพ์ข้อความได้ Speechify สามารถแทรกข้อความลงในทุกแอปบนระบบของคุณได้โดยตรง ผู้ใช้จึงนิยมใช้กับเบราว์เซอร์ (Chrome, Safari, Edge, Firefox, Brave, Arc, Comet), เครื่องมือ AI (Claude, ChatGPT, Codex, Cursor), อีเมลและแชต (Outlook, Slack, Microsoft Teams, WhatsApp, Apple Messages), เอกสาร (Microsoft Word, Google Docs) และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา (VS Code, Terminal, iTerm2) ข้อยกเว้นมีอย่างหนึ่งคือ ช่องรหัสผ่านหรือช่องที่ต้องการความปลอดภัยสูงจะไม่รองรับการพิมพ์ด้วยเสียง เพื่อความปลอดภัยของคุณ
บน Mac: กดปุ่ม Fn/ลูกโลกค้างไว้แล้วพูด หากเป็นประโยคสั้นๆ หรือกด Fn+Space เพื่อเข้าโหมดแฮนด์ฟรีสำหรับเนื้อหาที่ยาวขึ้น บน Windows: กดปุ่ม Alt ขวาค้างไว้เพื่อพิมพ์ด้วยเสียง หรือแตะหนึ่งครั้งเพื่อเริ่ม แล้วแตะอีกครั้งเพื่อหยุดในโหมดแฮนด์ฟรี ปุ่มลัดทั้งหมดปรับแต่งได้ในเมนูการตั้งค่า
ไม่จำเป็น Speechify มาพร้อมโมเดล AI ที่ทำงานบนอุปกรณ์ คุณจึงพิมพ์ด้วยเสียงได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต และหากการเชื่อมต่อหลุดระหว่างใช้งาน ระบบจะสลับไปใช้โหมดออฟไลน์ให้อัตโนมัติ คุณจึงไม่เสียข้อมูลที่พูดไป
ข้อมูลการพิมพ์ด้วยเสียงของคุณจะถูกประมวลผลแบบเข้ารหัส และโหมดความเป็นส่วนตัวให้คุณเลือกได้ว่าจะไม่อนุญาตให้นำข้อมูลของคุณไปใช้ปรับปรุงโมเดลรู้จำเสียงพูดของ Speechify ข้อมูลบริบทบนหน้าจอที่ใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำจะไม่ถูกจัดเก็บ และคุณสามารถควบคุมหรือลบประวัติการพิมพ์ด้วยเสียงได้ทุกเมื่อ
บน Mac ต้องใช้ macOS 14 (Sonoma) หรือใหม่กว่า ส่วนบน Windows ต้องอนุญาตการเข้าถึงไมโครโฟน (ซึ่งจะใช้งานเฉพาะตอนที่คุณพิมพ์ด้วยเสียงเท่านั้น) และให้สิทธิ์การช่วยการเข้าถึง เพื่อให้สามารถพิมพ์ข้อความลงในแอปของคุณได้
แม่นยำมาก และยิ่งใช้บ่อยก็ยิ่งแม่นขึ้น Speechify ใช้ข้อมูลบริบทบนหน้าจอ เช่น แอปที่คุณใช้งานและเนื้อหาที่คุณกำลังโต้ตอบ เพื่อช่วยให้การแปลงเสียงเป็นข้อความแม่นยำยิ่งขึ้น และคุณยังสอนชื่อเฉพาะหรือตัวย่อของตัวเองได้ผ่านสมุดคำศัพท์ส่วนตัว
ใช่ค่ะ ระบบจะใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้อัตโนมัติขณะที่คุณพูด และคุณยังสามารถพูดชื่อเครื่องหมายเหล่านั้นได้เองด้วย (เช่น "จุลภาค", "ขึ้นย่อหน้าใหม่") เพื่อควบคุมการจัดข้อความ
ได้ค่ะ คุณเพิ่มคำลงในสมุดคำศัพท์ส่วนตัวได้ (หรือนำเข้าผ่านไฟล์ CSV ก็ได้) ตั้งกฎการแทนที่คำได้ และ Speechify ยังสังเกตเวลาที่คุณแก้ไขคำ พร้อมแนะนำให้เรียนรู้คำเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ
ไม่จำเป็นเลยค่ะ พูดได้ตามธรรมชาติ Speechify จะช่วยเรียบเรียงคำพูดของคุณให้อ่านง่ายและใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้เหมาะสม หากพิมพ์อีเมลด้วยเสียง ระบบก็จะจัดรูปแบบคำขึ้นต้นและคำลงท้ายให้อัตโนมัติด้วย
ได้ค่ะ พิมพ์ด้วยเสียงได้โดยตรงใน Gmail, Apple Mail, Outlook หรือแอปอีเมลใดๆ ก็ได้ พร้อมรูปแบบที่ออกแบบมาสำหรับอีเมลโดยเฉพาะ
ใช่ค่ะ เร็วกว่าโดยเฉลี่ยประมาณ 3–4 เท่า คนส่วนใหญ่มักพูดได้ราว 150 คำต่อนาที แต่พิมพ์ได้เพียงประมาณ 40 คำต่อนาที ดังนั้นการพิมพ์อีเมล ข้อความ หรือเอกสารด้วยเสียงจึงช่วยให้คุณเก็บไอเดียได้เร็วขึ้นมาก
ได้ค่ะ ประวัติการพูดจะบันทึกข้อความของคุณไว้ให้ย้อนกลับมาดู คัดลอก หรือถอดเสียงใหม่ได้ และจะล้างทั้งหมดในครั้งเดียวก็ได้เช่นกัน
ได้ค่ะ Grammar Polish ช่วยตรวจและปรับไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้ในทุกแอป เพียงไฮไลต์ข้อความก็สามารถแก้ไวยากรณ์ เรียบเรียงใหม่ ย่อข้อความ หรือแปลเป็น 19 ภาษาได้ และฟีเจอร์แปลงข้อความเป็นเสียงของ Speechify ยังอ่านเนื้อหาบนหน้าจอให้ฟังด้วยเสียง AI ที่สมจริงอีกด้วย



